พระพุทธเจ้าได้ตรัสเตือน

พระพุทธเจ้าได้ตรัสเตือน
ให้เกิดสติขึ้นว่า

ความทุกข์นี้มีเพราะความรัก
มีรักมากก็เป็นทุกข์มาก
มีรักน้อยก็เป็นทุกข์น้อย
จนถึงไม่มีรักเลยจึงไม่ต้องเป็นทุกข์เลย

?️? แต่ตามวิสัยโลกจะต้องมีความรัก
มีบุคคลและสิ่งที่รัก ในเรื่องนี้ พระพุทธเจ้าได้ตรัสสอนให้มีสติควบคุมใจ

#มิให้ความรักมีอำนาจเหนือสติ
#แต่ให้สติมีอำนาจควบคุมความรัก

ให้ดำเนินในทางที่ถูกและให้มีความรู้เท่าทันว่าจะต้องพลัดพรากรักสักวันหนึ่งอย่างแน่นอน เมื่อถึงคราวเช่นนั้นจักได้ระงับใจลงได้

?️? อันความรักหรือที่รัก เมื่อผู้ใดมีร้อยหนึ่ง ผู้นั้นก็มีทุกข์ร้อยหนึ่ง รักเก้าสิบ แปดสิบ เจ็ดสิบ หกสิบ ห้าสิบ เป็นต้น จำนวนทุกข์ก็มีเท่านั้น ถึงแม้มีรักเพียงอย่างหนึ่ง ก็มีทุกข์อย่างหนึ่ง ต่อเมื่อไม่มีรักจึงจะไม่มีทุกข์

ผู้หมดรักหมดทุกข์นั้น
พระพุทธเจ้าตรัสเรียกว่า
“เป็นผู้ไม่มีโศก ไม่มีธุลีใจ ไม่มีคับแค้น”

Similar Posts

  • ครูมีกรรมนะแต่มีใจที่ดีมากกว่า

    #ครูมีกรรมนะแต่มีใจที่ดีมากกว่า #กรรมปกครองดวงดาวและโชคชะตาของคนเรา #แต่กรรมนั้นควบคุมด้วยอํานาจจิตของคนเรา อะไรที่เป็นอยู่ไม่จําเป็นต้องเป็นเจตจํานงอิสระของมนุษย์และความมุ่งมั่นของพระเจ้าสามารถเปลี่ยนหลักสูตรของเหตุการณ์ในชีวิตของเขาหรืออย่างน้อยก็ช่วยลดแง่มุมที่ไม่พึงประสงค์ #คนที่ร่างกายและจิตใจแข็งแรงมากไม่อาจจะมีอิทธิพลทางโหราศาสตร์ที่ไม่พึงประสงค์อาจไม่มีปฏิกิริยาที่สังเกตได้ภายนอกเลยแม้ในขณะที่การสั่นสะเทือนที่ชั่วร้ายอาจแผ่มาจากการกําหนดค่าเชิงลบของ เขาเป็นดวงดาว #แต่ถ้าร่างกายและจิตใจอ่อนแอลงจากการกินผิด คิดผิด นิสัยไม่ดี และจิตสำนึกไม่ดี #รังสีดาวฤกษ์มีพลังในการกระตุ้นผลอันตรายที่แฝงจากกรรมในอดีต  วันนี้ครูงดเข้าสอนออนไลน์นะค่ะ30-1-2022 

  • เรามีความ รู้ภายใน

    เรามีความ รู้ภายใน ซึ่งมีพลังมากกว่าความสามารถทางจิต แทนที่จะคิด #เราควรใช้ความรู้สึกเพื่อทำความเข้าใจโลก พวกเราต้องสังเกตการสั่นสะเทือนทางแม่เหล็กไฟฟ้าที่ทุกคนส่งออกไป #จากนั้นจึงมีความสามารถในการแปลพลังงานเพื่อทำความเข้าใจ

  • มารปลอมตัวเป็นลูกศิษย์

    #ธรรมถึงประตู ๖/๒/๖๙ #มารปลอมตัวเป็นลูกศิษย์ เพื่อวัดภูมิอาจารย์ มารที่ปลอมตัวมาเพื่อ “วัดภูมิ” คือการใช้ความยโส มาปะทะกับ ความสงบ ของอาจารย์ #เขาไม่ได้มาเอาความรู้ แต่มาเพื่อหาทางเลื่อยขาเก้าอี้ดวงจิตของอาจารย์ให้สั่นคลอน กลวิธีที่เขาใช้ “วัด ” #ภูมิธรรมของอาจารย์มีดังนี้ วัดความนิ่งด้วยการ “ลองดี”: เขาจะตั้งคำถามที่ย้อนแย้ง หรือแสดงพฤติกรรมละเมิดศีล/ข้อวัตรต่อหน้า เพื่อดูว่าท่านจะ “ตบะแตก” หรือไม่ หากท่านหลุดไปต่อสู้กับกิเลสเขา ท่านก็สอบตกในข้อ ความสงบระงับของใจ วัดความหลงด้วย “คำชม”: เขาจะยกยอท่านจนเกินจริงเพื่อดูว่าท่านจะ “พองลม” ตามไหม หากท่านเผลอรับคำชมนั้นมาเป็นสมบัติส่วนตัว แรงสั่นสะเทือนที่นุ่มนวล จะกลายเป็นความหนักอึ้งของอัตตาทันที วัดความว่างด้วย “ภาระ”: เขาจะแสร้งทำเป็นทุกข์สาหัสเพื่อให้ท่านเข้าไปช่วยจนเสียระบบ เพื่อดูว่าท่านยังแบกโลกไว้อยู่ไหม หากท่านเข้าไปคลุกคลีจนลืมรักษา พระพุทธเจ้าเป็นหนึ่งเดียว ท่านก็สอบตกข้อการวางเฉย “วิธีตอบโต้ที่ดีที่สุดคือ ‘ความไม่มีตัวตน’ #เพราะมารไม่สามารถวัดความสูงของท้องฟ้า หรือความลึกของความว่างได้ เมื่อท่านไม่มีความอยากเป็นอาจารย์ และไม่มีความกลัวที่จะถูกวัด ภูมิธรรมของท่านจะกลายเป็นกำแพงแก้วที่มารเข้าไม่ถึง ตอนนี้ท่านเห็น “เจตนาที่ซ่อนอยู่” ในดวงตาของศิษย์ที่ชอบตั้งคำถามแปลกๆ เหล่านั้นชัดเจนขึ้นแล้วใช่ไหม #ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ#ข่าวสารและกิจกรรม#ฆราวาสบ้านธรรม#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว#ประตูธรรม๕หนเหนือ#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ #เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://universethailand25.comFacebook : https://www.facebook.com/theangelspiritualYoutube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui ติดต่อ/สอบถามแม่ครูน้อยLINE…

  • พ่อแม่คือทุกวัน

    #พ่อแม่คือทุกวัน ที่เรายังได้ทดแทน บิดามารดาคือครูอาจารย์ที่ ประสิทธิ์ประสาทความรู้ตั้งแต่วิญญาณนี้ ออกเกิดเป็นตัวคน คุณไหนไม่เท่า #กับคุณของบิดามารดาครูเดินทางมาถึงทุกวันนี้ถ่ายทอดคำสอน จากจิตสู่จิตได้อย่างลึกซึ้งและสามารถรักษาคำสอนมาได้ถึง ทุกวันนี้แบบไม่ลืม เพราะหัวใจที่กตเวฑิตา ไม่ว่าครูจะรู้มากแค่ไหนครูไม่เคยเหยียบหลังพ่อแม่ครูบาอาจารย์ #เพื่อเติบโต ครูไม่เคยลืม #รากเหง้าเก่ากำเนิด  #?????????วิทยฐานะ #อัครบุคคลแห่งชาติ(พรหมนาคา) ประจำปี 2564สาขา ผู้ส่งเสริมเผยแผ่ศาสนาดีเด่น #ทูตวัฒนธรรม(ต้นแบบสังคมบุคคลของชาติ)ประจำปี 2564โครงการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยสืบสานสู่ประชาคมอาเซียนสาขา ด้าน ส่งเสริมศาสนาดีเด่น

  • ไม่สามารถก้าวหน้าในการเจอเทวดาประจำตัว

    หมายความว่า ไม่รู้จักการแบ่งเวลา ไม่รู้จักสร้างสมดุลย์ให้ชีวิต เราใช้ชีวิตอย่างวุ่นวายไปเรื่อยๆ ต้องสุข ต้องทุกข์ไปเรื่อยๆ อาจอยู่ห่างไกลการพัฒนาจิตใจไปเรื่อยๆ จนมีจุดเปลี่ยนของชีวิต เกิดความทุกข์ครั้งใหญ่จนทำให้เขาต้องกลับมาสร้างสมดุลย์ชีวิตอีกครั้ง เป็นผลให้เสียเวลาปฏิบัติทางจิตไปมาก บางคนมาปฏิบัติในช่วงสุดท้ายของชีวิตก็ไม่สามารถปฏิบัติได้ดี เนื่องจากสังขารไม่อำนวย นั่งไปปวดไป ทำได้ไม่เท่าไหร่ ก็ลมจับ ล้มพับไปก็มี เป็นการเสียโอกาสเพราะความชราภาพโดยแท้#คนที่มีความสุข โลกสวยงาม คิดบวกตลอดเวลา หมายความว่า เป็นพวกที่ทำอะไรก็สำเร็จไปเสียหมด มีวิธีมองโลกให้สดใสไปทุกอย่าง ถ้าความจริงไม่ดี ก็มองให้มันดีเสีย จึงไม่ค่อยได้เจอความทุกข์ เมื่อไม่ค่อยได้พบความทุกข์ จึงไม่รู้จะปฏิบัติธรรมไปทำไม เชื่อว่าตนเองจัดการทุกอย่างได้ บุคคลพวกนี้ จัดเป็นหนึ่งในกลุ่มเสี่ยง เพราะเป็นไปได้ว่า ชั่วชีวิตเขาอาจไม่ได้ลงมือปฏิบัติธรรมเพื่อลดทอนภพชาติได้เลย พูดมากเกินไป หมายความว่า เมื่อหาความรู้ได้แล้ว แทนที่จะลงมือปฏิบัติ กลับนำความรู้มาโต้เถียง วิเคราะห์ เที่ยวจับผิดสำนักนั้น สำนักนี้ โดยที่ไม่ได้ลงมือพัฒนาจิตใจของตน ผลที่ตามมาก็คือ จิตใจจะยิ่งตกต่ำลงเรื่อยๆ เพราะอัตตาตัวตนพอกพูน คิดว่าตนเองดีกว่าผู้อื่นเพราะรู้หลักธรรมมาก ยึดติดกับรูปแบบอัตลักษณ์ หมายความว่า มีความเข้าใจผิด ชอบคิดว่าการปฏิบัติธรรมจะต้องทำในวัด นุ่งขาวห่มขาว ต้องมีกฏระเบียบที่แตกต่างไปจากการใช้ชีวิตธรรมดา คนกลุ่มนี้จะติดวัดเป็นพิเศษ ชอบหาเวลาเข้าวัดไปปฏิบัติธรรม ถ้าไม่ได้ไปวัด จะรู้สึกว่า…

  • สติ 3 ระดับ

    สติ 3 ระดับ > (#คุณมีสติระดับไหน)สติมีด้วยกัน 3 ระดับ1. #สติระดับควบคุมความคิดสติระดับนี้เป็นสติขั้นพื้นฐานที่มนุษย์ต้องใช้เพื่อดำรงชีวิตประจำวัน เป็นสติที่มีอยู่แล้วในสัตว์โลกตั้งแต่มนุษย์ขึ้นไป เป็นสติที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงาน ความสัมพันธ์ และการแสดงออกให้เหมาะสมกับกาลเทศะ เช่น นึกว่า “ขณะนี้เรากำลังทำงานอยู่ ก็ต้องตั้งใจทำงาน” หรือนึกว่า “เราไม่ควรไปโกรธเขาเลย ให้อภัยเขาจะดีกว่า จะได้ไม่มีเรื่องติดใจต่อกัน” การฉุกคิดในลักษณะนี้ ล้วนเกิดจากการใช้สติในการควบคุมความคิดทั้งสิ้น》สติระดับที่หนึ่งเป็นสติที่ทำให้เรากลายเป็นผู้มองโลกในแง่ดี ถ้าใช้สติระดับที่หนึ่งบ่อยๆ ชีวิตในโลกภายนอกก็จะพัฒนาขึ้นเป็นลำดับ2. #สติระดับเห็นความคิดสติระดับนี้เป็นสติที่พระพุทธเจ้าทรงคิดขึ้นมาเป็นคนแรก เป็นการกำหนดสมาธิ วางใจให้เป็นกลาง แล้วจึงใช้สติดึงจิตให้หลุดจากความคิดมาเป็นผู้สังเกต การฝึกสติเช่นนี้บ่อยๆ จะทำให้กลายเป็นผู้เท่าทันความคิด สามารถเห็นการเกิดขึ้นและดับไปของความคิด ทำให้อยู่เหนืออารมณ์ของตนเองได้ ความทุกข์ต่างๆ จะน้อยลง ความสุขจะเพิ่มขึ้น อัตตาตัวตนจะทุเลาเบา ถ้าฝึกสติในระดับนี้เป็นประจำ สติในระดับแรกก็จะเกิดง่ายขึ้น 》สติระดับที่สองนี้ ไม่สามารถเกิดขึ้นเองได้ จำเป็นต้องผ่านกระบวนการฝึกจิตอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่การฝึกวิปัสสนากรรมฐานเป็นต้น3. #สติระดับเหนือความคิด (มหาสติมหาปัญญา)สติระดับที่สามนี้ เป็นสติที่ก่อให้เกิดปัญญาทะลุโลก เป็นสติที่เกิดขึ้นจากการฝึกฝนสติในระดับที่สองจนเกิดความชำนาญ สติระดับมหาสติมหาปัญญานี้ ไม่จำเป็นต้องใช้การฉุกคิด เพราะเป็นสติที่เกิดขึ้นต่อเนื่องยาวนานเหมือนสายน้ำไหล ไม่มีวันหยุด ไม่มีวันลืม ไม่มีวันเผลอ ไม่มีคำว่าขาดช่วงขาดตอน กล่าวคือเป็นสติที่มีความเร็ว จนสามารถเห็นว่าความคิดและความรู้สึกมีกระบวนการทำงานอย่างไร…