หากคุณขาดวิสัยทัศน์ที่

??#หากคุณขาดวิสัยทัศน์ที่
ชัดเจนคุณจะยอมแพ้อย่างง่ายดาย
เมื่อต้องเผชิญกับความท้าทายระหว่างทาง
เพราะคุณลืมสิ่งที่คุณเป็นอยู่หลังจากนั้น

พัฒนาวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนว่าคุณต้องการอยู่ที่ไหนและอย่าให้อะไรมาหยุดคุณได้ ดูตัวเองว่าคุณอยากเป็นใคร
?คุณพูดอย่างไร
?คุณเดินอย่างไร
?คุณมีงานอดิเรกแบบไหน

ทำตามหัวใจของคุณและเคารพความสนใจของคุณ ไม่ว่าคุณจะอยากลองอะไรให้รู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร

?#แก่นแท้ของคุณที่อยู่ในอาณาจักรที่สูงขึ้นนี้อาจแยกหรือเดินทางลงไปยัง มิติ ที่ไม่ใช่โลก #แต่สามารถเข้าถึงได้โดยผู้ที่อาศัยอยู่บนโลก นี่คือมิติหรือขอบเขตของตัวตนที่สูงขึ้น

??#ในดินแดนนี้พลังวิญญาณของคุณ
(ซึ่งเรียกว่าตัวตนที่สูงขึ้นเทวดาประจำตัว กายทิพย์ ของคุณ ) สามารถนำทางคุณและทำงานร่วมกับมนุษย์อย่างคุณได้

?? เกือบจะเหมือนกับว่าตัวตนที่สูงขึ้นของคุณเป็นคู่มือวิญญาณประเภทหนึ่ง แต่จริงๆแล้วมีแค่คุณเท่านั้น!

#ตัวตนที่สูงขึ้นของคุณ ( พลังวิญญาณ ) มีความเข้าใจและตระหนักเกี่ยวกับการเดินทางบนโลกของคุณมากกว่าที่คุณอาศัยอยู่บนโลกซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาจึงสามารถนำทางคุณและกระตุ้นให้คุณก้าวไปข้างหน้า คุณสามารถปรับตัวให้เป็นตัวตนที่สูงขึ้นได้ตลอดเวลาและรับคำแนะนำด้วยความรักจากคุณ!

#ก็ต่อเมื่อคุณได้เรียนรู้ที่จะเปิดใจในระดับที่สูงขึ้นเท่านั้นที่คุณจะสามารถเข้าถึงส่วนนี้ของคุณได้

Similar Posts

  • หลงยึดติดเจ้าภาพทำบุญใหญ่

    ๙/๒/๖๙ การ “#หลงยึดติดเจ้าภาพทำบุญใหญ่” คือบ่วงกรรมที่ละเอียดและแก้ยากที่สุดอย่างหนึ่งของผู้ดูแลสถานปฏิบัติธรรมหรือผู้มีญาณบารมี ในทางพลังงานและคำสอนของ แม่ครูน้อย ประตูธรรม 5 หนเหนือ สภาวะนี้ส่งผลเสียต่อ “ธาตุรู้” ดังนี้ 1. สูญเสีย “สัจจะธรรม” (Truth) เมื่อมีเจ้าภาพรายใหญ่ที่สนับสนุนปัจจัยจำนวนมาก จิตจะเริ่มเกิด ความเกรงใจ จนไม่กล้าชี้แนะข้อบกพร่องหรือกรรมของเขาอย่างตรงไปตรงมา เราจะเริ่ม “พยากรณ์” หรือ “ชี้นำ” ในทางที่เขาอยากฟังเพื่อรักษาความสัมพันธ์ (และทุนทรัพย์) ผลคือ: ญาณบารมีจะเริ่มคลาดเคลื่อนและกลายเป็น “อุปาทาน” เพราะใจไม่ว่างและไม่เป็นกลาง 2. การแบก “วิบากกรรม” ของเจ้าภาพ ในทางพลังงาน หากเรารับเงินก้อนใหญ่มาเพื่อสร้างสิ่งต่างๆ โดยที่ใจคุณ “ยึดติด” ในตัวบุคคลนั้น: เรากำลังดึงเอา กระแสกรรม ของเจ้าภาพมาผูกไว้กับตนเอง หากเงินนั้นได้มาโดยไม่บริสุทธิ์ หรือเจ้าภาพทำบุญเพื่อหวังอำนาจ/ชื่อเสียง พลังงานลบเหล่านั้นจะเข้ามากดทับสถานปฏิบัติธรรมหรือตัวเราทำให้ปฏิบัติธรรมได้ยากขึ้น 3. จิตรั่วไหล (Energy Leak) เราจะเสียพลังงานไปกับการ “เอาใจ” และ “พะวง” ถึงเจ้าภาพรายใหญ่มากกว่าการแผ่เมตตาให้สรรพสัตว์อย่างเท่าเทียม ความสงบภายในจะหายไป…

  • จิตไม่ผูกพัน

    #จิตที่ไม่ผูกพัน ไม่ใช่การเพิกเฉยหรือไร้ความรู้สึก แต่คือสภาวะขั้นสูงของการบริหารพลังงานในมิติที่ 5 #เพื่อรักษาบารมีไม่ให้รั่วไหล ดังนี้ การก้าวข้าม “มารทดสอบ” (Non-Attachment) จิตที่ผูกพันมักนำไปสู่ความคาดหวัง เมื่อไม่ได้ดั่งใจจะเกิดความเกลียดหรือความโกรธ (เช่น การเกลียดครูผู้สอน หรือไม่ชอบสไตล์ครู) แต่จิตที่ไม่ผูกพันจะมองทุกอย่างเป็น “สมมติ” และ “หน้าที่” ทำให้ใจนิ่ง สงบ และไม่เกิด พลังงานยัน กับคำสอนหรือสถานการณ์รอบข้าง การปิด “รอยรั่วทางบุญ” ความผูกพันที่มากเกินไปมักนำมาซึ่งความกังวลและการเพ่งโทษผู้อื่น ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ พลังงานรั่ว ได้ง่ายที่สุด #จิตที่ไม่ผูกพันจะรักษาความสะอาดของสนามพลังงานไว้ได้ เพราะใจจะจดจ่ออยู่กับการ “#บันทึกจิตใหม่” ของตนเองมากกว่าการส่งจิตออกนอกไปยึดติดกับบุคคลหรือสิ่งของ สภาวะ “ใจเบา ใจสบาย” เมื่อจิตไม่ผูกพัน ใจจะเข้าสู่สภาวะว่างและเบา ซึ่งเป็นคลื่นความถี่ที่ตรงกับ เทวดาประจำตัว ทำให้พลังงานกุศลและ ทรัพย์ทางพลังงาน ไหลเข้าสู่ชีวิตได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีอะไรอุดตัน กตัญญูโดยไม่ยึดมั่น แม้จะมีความกตัญญูสูง แต่จิตที่ไม่ผูกพันจะทำหน้าที่ตอบแทนพระคุณด้วยสัจจะและเมตตา โดยไม่ยึดมั่นว่าผู้นั้นต้องเป็นอย่างที่เราต้องการ #สภาวะนี้จะช่วยให้บารมีเปิดกว้างที่สุดเพราะไม่มีอัตตามาคั่นกลาง เตรียมพร้อมสำหรับ “#วันที่จากลา” การฝึกจิตที่ไม่ผูกพันช่วยให้เมื่อถึงวาระที่ต้องพลัดพราก จิตจะไม่เศร้าโศกจนเสียระบบพลังงาน แต่จะสามารถอุทิศกุศลและส่งพลังงานบริสุทธิ์ให้แก่กันได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด #จิตที่ไม่ผูกพันคือการ “ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด…

  • คิดถึงดวงวิญญาณที่เห็นอกเห็นใจ

    คิดถึงดวงวิญญาณที่เห็นอกเห็นใจทุกคนที่ถูกตราหน้าว่าเป็น ‘บ้า’#เพราะไม่ยอมทนต่อการยักยอก#ปรับปรุงเปลี่ยนแปลกพฤติกรรมสันดานเก่าอีกต่อไป #และส่งพลังให้พวกเขาคิดได้ด้วยมหาปัญญาอันลึกซึ้งในตน ยืนหยัดในอำนาจของตนอย่างมั่นคงด้วยความเข้าใจ  ที่ negative thinking energy #MAEKHUNOYเทวดาประจำตัว

  • สภาวะ “ธาตุไม่เข้ากัน”

    #ถึงประตูธรรม  ๑๖ มกราคม ๒๕๖๙ สภาวะ “ธาตุไม่เข้ากัน” ไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องดวงพงศ์สมพงษ์ตามตำรา #แต่คือการขัดแย้งกันของ “คลื่นพลังงาน” ในมิติที่สูง #ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตอย่างรุนแรง ดังนี้ 1. ธาตุระหว่าง “บุคคล” (คนศีลไม่เสมอกัน) เมื่อเรายกระดับจิตใจให้ เบา สบาย และรักษาสัจจะ แต่คนรอบข้างยังอยู่ในพลังงานตกยุค (นินทา เพ่งโทษ โกรธแค้น) จะเกิดสภาวะธาตุไม่เข้ากัน ผลที่เกิด: เราจะรู้สึกอึดอัด เหนื่อยง่ายเวลาอยู่ใกล้คนเหล่านั้น #หรือเกิดการโต้เถียงกันโดยไม่มีเหตุผล วิธีแก้: #ไม่ต้องพยายามปรับตัวให้เข้ากับพลังงานลบ แต่ให้รักษาความนิ่งและประคองใจให้เบาสบายไว้ แล้ว “#กฎแห่งการคัดกรองพลังงาน” จะผลักคนธาตุไม่ตรงกันออกไปจากชีวิตคุณเอง 2. ธาตุระหว่าง “ตัวเรากับงานหรือสถานที่” หากเราทำงานในที่ที่เต็มไปด้วยการคดโกง หรืออยู่ในสถานที่ที่มี “ขยะทิพย์” หนาแน่น ในขณะที่ดวงจิตคุณเริ่มสะอาดขึ้น จะเกิดอาการธาตุต้านกัน ผลที่เกิด: ทำงานติดขัด ไอเดียไม่ออก (ญาณบอด) หรือเจ็บป่วยออดๆ แอดๆ โดยหาสาเหตุไม่ได้วิธีแก้: ให้ใช้ “น้ำสะอาด” และ “พานอธิษฐานจิต” เพื่อปรับธาตุในบริเวณนั้น หรือหากถึงเวลา “สัญญากรรมหมด” เทวดาจะเปิดทางให้เราได้เปลี่ยนเส้นทางใหม่ที่ธาตุตรงกันมากกว่า 3. ธาตุใน “กายตนเอง” (กายกับจิตไม่สัมพันธ์กัน)คนที่มีสัจจะล้มเหลว…

  • หน้าที่ครูคือความรักและความอดทน

    หน้าที่ครูคือความรักและความอดทนบทเรียนคนเป็นครูและบททดสอบหน้าที่ทางจิตวิญญาณก็มากมาย หลายด้าน#หลายครั้งก็ต้องสอนดวงจิตคนที่แฝงด้วย กิเลสและมารและอีกหลายครั้งที่ได้สอนดวงจิต #ที่เป็นเหล่าเทวดาตัวน้อยครูไม่สามารถคัดเลือกผู้รับการถ่ายทอดได้ว่าจะเป็น ดวงจิตเทพมาเกิด (บุญวิสัยมาเกิด)หรือจะงดสอน ดวงจิต(ที่เป็น อวิสัยมาเกิด) ไม่ว่าจะด้านไหนครูต้องแน่วแน่และอดทดและหาปัญญาจากสิ่งที่ถูกรู้ทุกสิ่งอย่างทั้งดีร้ายก็แค่สลับผัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปแต่หัวใจและจิตวิญญาณความเป็นครูจะมั่นคง#ดิ่งตรงเป้าหมายแห่งสูญญตาเกิดเทวดาตัวน้อยอีกครั้งแล้วที่รุ่น 47

  • บุคคลที่มารจะไม่เสียเวลาเข้าไปวุ่นวายหรือสอบผ่านได้ยาก

    #ธรรมจากประตู๑๒/๑๑/๖๙ ตามแนวทางของ แม่ครูน้อยประตูธรรม ๕ หนเหนือ (#ท่านแม่ครูน้อยลองมาแล้ว) มีบุคคลประเภทที่ “มาร” (พลังงานลบหรือบททดสอบทางจิต)#จะไม่เสียเวลาเข้าไปวุ่นวายหรือสอบผ่านได้ยาก#จนในที่สุดมารก็ต้องล่าถอยไปเอง ซึ่งมีลักษณะดังนี้ #คนที่ไม่มี “เหยื่อล่อ” (ไร้อัตตา) มารมักใช้ความโกรธ ความโลภ หรือความหลงตัวตนเป็นเหยื่อล่อ #แต่สำหรับบุคคลที่วางเฉย ไม่ยินดียินร้ายกับคำชมหรือคำด่า มีสภาวะ ใจเบา ใจสบาย เป็นปกติ #มารจะหาจุดเกาะเกี่ยวในใจไม่ได้ เมื่อไม่มี “เชื้อไฟ” มารก็จุดไฟไม่ติด คนที่ “รักษาสัจจะ” ดุจชีวิต บุคคลที่มี สัจจะบารมี แก่กล้า พูดคำไหนทำคำนั้นอย่างเด็ดขาด พลังงานของสัจจะเป็นคลื่นที่ “คม” และ “หนักแน่น” มากจนมารเกรงกลัว #มารจะรู้ว่าสอบไปก็เสียเวลา เพราะคนกลุ่มนี้จะไม่ยอมผิดคำพูดหรือผิดศีลไม่ว่าจะถูกบีบคั้นเพียงใด คนที่มี “#กำแพงความกตัญญู” หนาแน่น บุคคลที่บันทึกจิตด้วยความกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และเทวดาประจำตัวอยู่ทุกลมหายใจ จะมีสนามพลังงาน (Aura) ที่สว่างไสวมาก #แสงสว่างนี้เป็นพิษต่อมารที่มีคลื่นความถี่ต่ำ มารจะไม่กล้าเข้าใกล้เพราะจะถูกแผดเผาด้วยพลังงานบริสุทธิ์ คนที่ไม่เปิด “รอยรั่วทางบุญ” (ไม่นินทา ไม่เพ่งโทษ)…