สิ่งสำคัญคือการสามารถนั่งและจ้องมอง

สิ่งสำคัญคือการสามารถนั่งและจ้องมอง
ดวงอาทิตย์ขณะพระอาทิตย์ตกได้
เมื่อตกเย็นใช้เวลาสักครู่แหงนมองท้องฟ้า
รู้สึกขอบคุณที่ผ่านพ้นไปอีกวัน

#ช่วงเวลานี้จะทำให้จิตวิญญาณของคุณอบอุ่น

พลังจิต (Gsychergy) หมายถึง คลื่นความถี่ของพลังงานความคิด (Pranic Energy) ซึ่งเป็นพลังงานไฟฟ้าบวก (Proton) ไฟฟ้าลบ (Electron) ที่เกิดจากต่อมไพเนียล (Pineal Gland) ที่สมองตอนบน เมื่อบุคคลคิดต่อมนี้ จะสร้างคลื่นความถี่ของความคิดขึ้น คลื่นนี้อาจจะมีมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับ ขบวนการ ทางความคิด (Thinking Process) นั้น คลื่นนี้จะลอยอยู่รอบๆ ตัวผู้คิด เมื่อคิดถึงใคร คลื่นนั้นจะพุ่งตรงไปยัง ต่อมสร้างความคิดของผู้รับนั้น ถ้าผู้รับรับคลื่นความคิดนั้นได้ จะเกิดความคิดเช่นนั้นทันที เรียกว่า เกิดการรับรู้ความคิดของผู้อื่นได้?️?#บุคคลที่มีพลังจิตสูงบุคคลที่มี พลังจิต สูงคือ บุคคลที่มีสมาธิดี เช่น มีสมาธิอยู่ในขั้นกลางที่เรียกว่า อุปจารสมาธิ และสมาธิขั้นสูงที่เรียกว่า อัปปนาสมาธิ?️?#การทำงานของ พลังจิตจิตจะทำงานได้ จิตต้องมีเครื่องมือคือ ร่างกายที่เป็นอยู่ของจิต จิตจึงแสดงผลออกมาให้เห็นได้ ส่วนของมันสมอง มีหน้าที่รับคำสั่ง ของจิตคือ ต่อมใพเนียล (Pinial Gland) ซึ่งเป็นต่อมเล็กๆสีแดงอมเทา รูปกรวย เป็นส่วนประกอบของปลายประสาท ต่อมนี้ อยู่ใน ส่วนกลางตอนบน ของมันสมอง เมื่อ ต่อมไพเนียล รับคำสั่งของจิตต่อมนี้ จะสร้างเป็นคลื่นความถี่ออกมา คลื่นความถี่ จะมาก หรือน้อย ขึ้นอยู่กับความคิดนั้น และจะลอยอยู่รอบๆตัวผู้คิด และคลื่นความถี่นี้ จะวิ่งไปตามประสาทต่างๆ ทั่งร่างกาย เพื่อควบคุมการทำงานของอวัยวะนั้นๆ พลังงานไฟฟ้าที่ควบคุมอวัยวะต่างๆ จะมีกระแสความถี่ต่างกัน ตามหน้าที่ของอวัยวะ และคนนั้นๆ อีกด้วย เช่น Electron และ Protron ที่ควบคุมการทำงานของ เซลล์เนื้อเยื่อของอวัยวะ ต่างๆ ทำให้มีการสร้าง และการทำลายของเซลล์ได้ตามปกติ เช่น ทำลายไป 10 เซลล์ ก็จะสร้างขึ้นมาทดแทนเช่นเดิม อวัยวะนั้นจะทำหน้าที่ได้ตามปกติ สร้างภูมิต้านทานของร่างกาย ให้สูงเป็นปกติ ร่างกายจะแข็งแรงสมบูรณ์?️?#การศึกษา พลังจิตได้มีการค้นคว้าทาง พลังจิต ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ประเทศไทยเรียกพลังนี้ว่า #พลังอำนาจทิพย์ ในต่างประเทศ เช่น ชาวจีนโบราณเรียกว่า พลังแห่งชีวิต (Life Force Energy) ชาวยุโรป เช่น เยอรมันเรียกว่า พลังงานแม่เหล็กสัตว์ (Animal Magnetism) ชาวรัสเซียเรียกว่า พลังงานชีวภาพ (Bioplasmic Energy) นักวิทยาศาสตร์ในกลุ่มประเทศตะวันตกเรียกว่า พลังชีวภาพ (Bio Energy) หรือ พลังแม่เหล็กไฟฟ้า (Electo Magnetic Force)

Similar Posts

  • ความเงียบสงัดเป็นความสุขของผู้สันโดษ

    ความไม่พยาบาทเบียดเบียนซึ่งเป็นความสำรวมนั้นเป็นความสุขในโลกการไม่รู้สึกอยากและละจากกาม (ความพอใจในรูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัสทั้งหลาย) เสียได้ เป็นความสุขในโลก?️? แต่การไม่ยึดติดอัตตา ไม่ถือตัวว่าเราเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ (กำจัดอัสมิมานะได้) เป็นความสุขอย่างยิ่ง ๛คุรุจิตวิญญาณครูปุ๊ยแม่ครูน้อย๛ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ห้าได้จริงมากกว่า 160 ชีวิตครูสอนให้ผู้คนรู้วิธีที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในจิตใจและเข้าถึงจิตวิญญาณ#ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ 5#ครูผู้ถ่ายทอดมิติทางจิตและวิญญาณศาสตร์

  • จิตไม่ผูกพัน

    #จิตที่ไม่ผูกพัน ไม่ใช่การเพิกเฉยหรือไร้ความรู้สึก แต่คือสภาวะขั้นสูงของการบริหารพลังงานในมิติที่ 5 #เพื่อรักษาบารมีไม่ให้รั่วไหล ดังนี้ การก้าวข้าม “มารทดสอบ” (Non-Attachment) จิตที่ผูกพันมักนำไปสู่ความคาดหวัง เมื่อไม่ได้ดั่งใจจะเกิดความเกลียดหรือความโกรธ (เช่น การเกลียดครูผู้สอน หรือไม่ชอบสไตล์ครู) แต่จิตที่ไม่ผูกพันจะมองทุกอย่างเป็น “สมมติ” และ “หน้าที่” ทำให้ใจนิ่ง สงบ และไม่เกิด พลังงานยัน กับคำสอนหรือสถานการณ์รอบข้าง การปิด “รอยรั่วทางบุญ” ความผูกพันที่มากเกินไปมักนำมาซึ่งความกังวลและการเพ่งโทษผู้อื่น ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ พลังงานรั่ว ได้ง่ายที่สุด #จิตที่ไม่ผูกพันจะรักษาความสะอาดของสนามพลังงานไว้ได้ เพราะใจจะจดจ่ออยู่กับการ “#บันทึกจิตใหม่” ของตนเองมากกว่าการส่งจิตออกนอกไปยึดติดกับบุคคลหรือสิ่งของ สภาวะ “ใจเบา ใจสบาย” เมื่อจิตไม่ผูกพัน ใจจะเข้าสู่สภาวะว่างและเบา ซึ่งเป็นคลื่นความถี่ที่ตรงกับ เทวดาประจำตัว ทำให้พลังงานกุศลและ ทรัพย์ทางพลังงาน ไหลเข้าสู่ชีวิตได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีอะไรอุดตัน กตัญญูโดยไม่ยึดมั่น แม้จะมีความกตัญญูสูง แต่จิตที่ไม่ผูกพันจะทำหน้าที่ตอบแทนพระคุณด้วยสัจจะและเมตตา โดยไม่ยึดมั่นว่าผู้นั้นต้องเป็นอย่างที่เราต้องการ #สภาวะนี้จะช่วยให้บารมีเปิดกว้างที่สุดเพราะไม่มีอัตตามาคั่นกลาง เตรียมพร้อมสำหรับ “#วันที่จากลา” การฝึกจิตที่ไม่ผูกพันช่วยให้เมื่อถึงวาระที่ต้องพลัดพราก จิตจะไม่เศร้าโศกจนเสียระบบพลังงาน แต่จะสามารถอุทิศกุศลและส่งพลังงานบริสุทธิ์ให้แก่กันได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด #จิตที่ไม่ผูกพันคือการ “ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด…

  • ศูรังคมมนตร์

    #ศูรังคมมนตร์ หากเจ้ายืนกรานที่จะพยายามควบคุมภูตผีและสั่งให้ผู้พิทักษ์ธรรมให้ทำตามความปรารถนา เจ้าก็จะเพิ่มกรรมไม่ดีของเจ้าเอง เจ้าจะนำความหายนะมาสู่ตัวเจ้าเอง ดังนั้น หลักเกณฑ์ประการแรกสำหรับผู้ที่ต้องการปฏิบัติธรรม คือ ถือศีลและเน้นการพัฒนาความประพฤติดี เจ้าต้องไม่ทะเลาะต่อตี ไม่โลภ ไม่แสวงหา ไม่เห็นแก่ตัว ไม่แสวงหาผลประโยชน์ของตนเอง หรือโกหก หากคุณธรรมในทางธรรมไม่เพียงพอ แต่เจ้าแสร้งทำเป็นเป็นนักปราชญ์ที่สามารถถ่ายทอดคำสอน หรือพยายามทำประหนึ่งว่าตนอยู่ในฐานะผู้นำของประเทศ พฤติกรรมของเจ้าก็จะไม่เป็นที่ยอมรับ ทุกวันนี้ ทุกคนสนใจที่จะดึงเอามนตร์วิเศษออกมาให้ได้มากที่สุด แต่พวกเขากลับไม่ใส่ใจในศีลธรรมอันดีของตนเอง และตามจริงแล้ว การสวดมนตร์ของพวกเขาจะไม่เป็นผล” “เพราะฉะนั้น ผู้ที่ศึกษาพระธรรมศูรังคมมนตร์ต้องมีความประพฤติเหมาะสม มีเจตนาของตนที่เหมาะสม จะต้องไม่มีความคิดเป็นมลทิน และต้องไม่ทำกรรมอันเป็นมลทิน พวกเขาควรเอาใจใส่ปลูกฝังความบริสุทธิ์ให้มาก หากในด้านหนึ่งพวกเขาปฏิบัติศูรังคมมนตร์ และในอีกทางหนึ่งพวกเขาไม่ปฏิบัติตามกฎ พวกเขาก็จะพบปัญหาอย่างหนัก ทุกคนควรใส่ใจกับประเด็นนี้อย่างใกล้ชิด หากเจตนาของเจ้าไม่เหมาะสมและความประพฤติของเจ้าไม่เหมาะสม พระวัชรครรภโพธิสัตว์ จะหมดความเคารพต่อเจ้าและจะไม่ปกป้องเจ้า” “พระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์มีเมตตากรุณาไม่ทำร้ายสิ่งมีชีวิตหรือทำร้ายสิ่งมีชีวิตด้วยความโกรธ แต่บริวารของพวกท่าน ทั้งผู้รักษาธรรม เทวดา นาคมังกร ภูติผี และวิญญาณ จะโกรธเคือง วิญญาณชั่วร้ายและผีร้ายเหล่านั้น เมื่อเห็นเจ้าสวดมนต์ในขณะที่กระทำความผิด จะนำภัยพิบัติและอันตรายมาสู่เจ้า จะทำให้เจ้ารู้สึกอึดอัดมาก จะทำให้เจ้าเดือดร้อน หรือทำให้เจ้าต้องประสบกับความโชคร้ายหรือผลกรรมนานาต่อเนื่อง”

  • สิ่งสุดท้ายที่ดวงวิญญาณจะจำได้

    คือเราเลือกสิ่งใดไว้ในจิตใต้สำนึกของเรา#จงปล่อยสิ่งที่คุณได้พยายามแล้วอย่างเต็มที่ เต็มใจ เต็มกำลัง แล้วสักวันคุณจะพบเจอสิ่งที่คู่ควรเราต้องขอบคุณคนที่ให้โอกาสเราและไม่กระทำความผิดอีก หาโอกาสที่จะตอบแทนบุญคุณเพราะพวกเขาให้โอกาสเริ่มต้นใหม่กับเรา ๛คุรุจิตวิญญาณครูปุ๊ยแม่ครูน้อย๛ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ห้าได้จริงมากกว่า 160 ชีวิตครูสอนให้ผู้คนรู้วิธีที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในจิตใจและเข้าถึงจิตวิญญาณ#ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ 5#ครูผู้ถ่ายทอดมิติทางจิตและวิญญาณศาสตร์

  • คุณพบความสุขหลังโศกนาฏกรรมได้อย่างไร?

    #คุณพบความสุขหลังโศกนาฏกรรมได้อย่างไร? นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าความสุขเป็นทักษะทางอารมณ์ที่คนเราเรียนรู้ได้และจะพัฒนาให้ดีขึ้นได้ #มันทำให้สมองของคุณทำงานเสมือนว่าคุณกำลังฝึกจิตใจในช่วงเวลานั้น และการฝึกอบรมอาจต้องการความสม่ำเสมอ แต่ก็ไม่ต่างจากการฝึกทางกายภาพที่ฝังแน่นในชีวิตของเรา #ที่น่าสนใจคือนักวิทยาศาสตร์ได้ข้อสรุปว่าประมาณ40% ของศักยภาพความสุขของเราเป็นสิ่งที่เราสามารถทำได้  50 % เป็นพันธุกรรม และมีเพียง 10% เท่านั้นที่เป็นสถานการณ์ ในบางครั้ง เหตุการณ์ที่โชคร้ายจะเข้ามาหาคุณ และคุณไม่สามารถทำอะไรกับมันได้อย่างไรก็ตาม วิธีที่คุณตอบสนองต่อเหตุการณ์เหล่านั้นขึ้นอยู่กับคุณทั้งหมด เพียงจำสุภาษิต: “เมื่อชีวิตให้มะนาวแก่คุณ จงทำน้ำมะนาว” 

  • พระพุทธเจ้าได้ตรัสเตือน

    พระพุทธเจ้าได้ตรัสเตือนให้เกิดสติขึ้นว่า ความทุกข์นี้มีเพราะความรักมีรักมากก็เป็นทุกข์มากมีรักน้อยก็เป็นทุกข์น้อยจนถึงไม่มีรักเลยจึงไม่ต้องเป็นทุกข์เลย  แต่ตามวิสัยโลกจะต้องมีความรักมีบุคคลและสิ่งที่รัก ในเรื่องนี้ พระพุทธเจ้าได้ตรัสสอนให้มีสติควบคุมใจ #มิให้ความรักมีอำนาจเหนือสติ#แต่ให้สติมีอำนาจควบคุมความรัก ให้ดำเนินในทางที่ถูกและให้มีความรู้เท่าทันว่าจะต้องพลัดพรากรักสักวันหนึ่งอย่างแน่นอน เมื่อถึงคราวเช่นนั้นจักได้ระงับใจลงได้  อันความรักหรือที่รัก เมื่อผู้ใดมีร้อยหนึ่ง ผู้นั้นก็มีทุกข์ร้อยหนึ่ง รักเก้าสิบ แปดสิบ เจ็ดสิบ หกสิบ ห้าสิบ เป็นต้น จำนวนทุกข์ก็มีเท่านั้น ถึงแม้มีรักเพียงอย่างหนึ่ง ก็มีทุกข์อย่างหนึ่ง ต่อเมื่อไม่มีรักจึงจะไม่มีทุกข์ ผู้หมดรักหมดทุกข์นั้นพระพุทธเจ้าตรัสเรียกว่า“เป็นผู้ไม่มีโศก ไม่มีธุลีใจ ไม่มีคับแค้น”