บารมีเต็ม

?️?#บารมีเต็ม แปลว่า ทำจนถึงที่สุดของกำลังใจแล้ว บารมีก็คือกำลังใจ มีอยู่ ๓ ระดับ ๙ ขั้น๑. #สามัญบารมี กำลังใจขั้นต้น ประกอบไปด้วย หยาบ กลาง ละเอียด๒. #อุปบารมี กำลังใจขั้นกลาง ประกอบไปด้วย หยาบ กลาง ละเอียด๓. ?️#ปรมัตถบารมี กำลังใจขั้นสูงสุด ประกอบไปด้วย หยาบ กลาง #ละเอียด เหมือนกัน?#ถ้าหากว่าถึงปรมัตถบารมีขั้นละเอียดก็แปลว่ากำลังใจเต็ม พร้อมที่จะเข้าพระนิพพานได้ ?#คราวนี้จะวัดจากตรงไหนได้?สามัญบารมี ให้ทานได้ บอกให้รักษาศีลก็จะไม่ไหว ?อุปบารมีให้ทานได้ รักษาศีลได้ บอกให้ภาวนาไม่ไหว ?️?#ถ้าหากว่ากำลังใจพร้อมทั้ง ทาน ศีล ภาวนา ตั้งมั่นว่าจะทำเพื่อพระนิพพาน อันนี้ถือเป็นปรมัตถบารมีเต็มแล้ว พร้อมที่จะไปแล้ว ถาม : ถ้าในชาตินี้เราให้ทานประจำ รักษาศีลก็ได้ ภาวนาได้ ?ตอบ : #แสดงว่ากำลังใจของเราอยู่ระดับปรมัตถ์แล้ว เพียงแต่จะหยาบ จะกลาง จะละเอียดเท่านั้น ถ้าถึงปรมัตถบารมีนี้มีสิทธิ์ไปพระนิพพานได้แน่ อย่างแย่ ๆ ก็เป็นดอกบัวกลางน้ำ พร้อมที่จะโผล่พ้นน้ำมาบานในวันต่อไป?️? วิธีทำให้บารมีเต็มมีอะไรบ้างครูจะมาเล่าให้ฟัง#MAEKHUNOYวิทยฐานะ อัครบุคคลแห่งชาติ (พรหมนาคา) ประจำปี 2564 สาขา ผู้ส่งเสริมเผยแผ่ศาสนาดีเด่น

Similar Posts

  • อัครบุคคลแห่งชาติ

    อัครบุคคลแห่งชาติ #โลกมนุษย์ย่อมจะดีกว่านี้แน่#เพราะมีผู้ไม่ยอมแพ้แม้ถูกหยันคงยืนหยัดสู้ไปใฝ่ประจัญยอมอาสัญก็เพราะปองเทิดผองไทย #โครงการปณิธานความดีแผ่นดินพ่อ#อัครบุคคลแห่งชาติ ปี 2564 ผู้มีความรู้ความสามารถเชี่ยวชาญพิเศษหรือการปฏิบัติตนและงานหน้าที่ความรับผิดชอบโดยยึดหลักวินัยคุณธรรมจริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพ สร้างและหรือพัฒนาบริหารจัดการทั้งการพัฒนาตนเองพัฒนาชีวิตและวิชาชีพเป็นแบบอย่างที่ดีหรือผู้นำแก้ไขปัญหาด้วยกลยุทธ์สร้างคุณภาพและพัฒนาการเรียนรู้ซึ่งเป็นคุณสมบัติหลักเกณฑ์ของ #อัครบุคคลแห่งชาติ พัฒนาบุคคลผู้ที่ทำให้เกิดประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติยึดหลักแห่งการทำความดีเพื่อแผ่นดินเกิดแผ่นดินพ่อตามรอยพระยุคลบาท ตนตามรอย ในอันที่จะดำรงตนด้วยสันติสุขและความเจริญสู่สังคมและประเทศชาติ #งานพิธีประทานรางวัลเกียรติคุณวิทยฐานะ อัครบุคคลแห่งชาติ(พรหมนาคา) ประจำปี 2564โครงการปณิธานความดีเพื่อ“แผ่นดินพ่อ” #อัครบุคคลแห่งชาติ ผู้เข้ารับรางวัลเฝ้ารับเสด็จองค์ประธานพิธี พลเอก หม่อมเจ้าเฉลิมศึก ยุคล วันอาทิตย์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2564 รางวัล อัครบุคคลแห่งชาติ (พรหมนาคา) ประจำปี 2564 สาขา ผู้ส่งเสริมเผยแผ่ศาสนาดีเด่นคุณเอื้องจันทร์ ธ. (แม่ครูน้อย)ครูจิตวิญาณ ประตูธรรม๕หนเหนือ(ผู้เชี่ยวชาญด้านวิญญาณศาสตร์)

  • สาเหตุทางพลังงาน “ทำไมเงินจึงไหลออก”

    เจริญรุ่งเรือง” ทางจิตวิญญาณและทางโลกมีองค์ประกอบสำคัญที่เกิดจากการจัดการพลังงานในตัวดังนี้ 🚩#เป็นผู้มีสัจจะบารมีคนเจริญรุ่งเรืองคือคนที่ “พูดคำไหนทำคำนั้น” สัจจะเป็นตัวสร้างแรงดึงดูดทางพลังงานที่แรงที่สุด เมื่อมีสัจจะ สนามพลังงานรอบตัวจะมีความเข้มแข็ง ทำให้หยิบจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทองและได้รับการสนับสนุนจากเทวดาประจำตัวมีสภาวะ “ใจเบา ใจสบาย ความรุ่งเรืองจะไหลเข้าหาผู้ที่มีพลังงาน ความสุขและปล่อยวางได้เก่งคนที่เจริญจะไม่แบกความทุกข์ไว้นาน แต่จะรักษาจิตให้ “ว่าง” และ “เบา” อยู่เสมอ ⚠️ เพื่อให้ พลังงานทรัพย์ สามารถไหลเข้าสู่จิตได้โดยไม่มีอะไรอุดตัน 🚩#เป็นผู้มีความกตัญญูสูงกตัญญูคือ “ประตูเปิดบารมี” คนที่เจริญรุ่งเรืองตามแนวทางนี้จะกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และเทวดาประจำตัวพลังงานความกตัญญูจะช่วยสลาย พลังงานยัน (อุปสรรค) และเปลี่ยนเป็นพลังงานหนุนนำให้ชีวิตก้าวกระโดด 🚩 #บันทึกจิตด้วยกระแสกุศลเสมอแทนที่จะบันทึกความโกรธหรือความอิจฉา คนเจริญจะฝึก “บันทึกจิตใหม่” ให้เห็นแต่โอกาส ความดีงาม และความยินดีกับผู้อื่น (มุทิตาจิต) สภาวะนี้จะทำให้เกิด พลังงานสะท้อน กลับมาเป็นโชคลาภและความสำเร็จ 🚩ไม่มีจุด “#พลังงานรั่ว”คนเจริญจะระวังคำพูด (ไม่นินทา ไม่ดูถูกผู้อื่น) และอารมณ์ เพราะรู้ว่าการเพ่งโทษคนอื่น คือการเปิดรอยรั่วให้บุญไหลออก เขาจึงมุ่งเน้นการปรับปรุงตนเองมากกว่าการจับผิดผู้อื่น เชื่อมต่อกับเทวดาประจำตัวได้ชัดเจน คนกลุ่มนี้จะมีสัญชาตญาณ (ญาณ) ที่แม่นยำ เพราะสนามพลังงานสะอาด ทำให้รับการชี้แนะจากเทวดาได้ทันท่วงที ทำให้ตัดสินใจในเรื่องธุรกิจหรือชีวิตได้อย่างถูกต้อง…

  • บุคคลที่มารจะไม่เสียเวลาเข้าไปวุ่นวายหรือสอบผ่านได้ยาก

    #ธรรมจากประตู๑๒/๑๑/๖๙ ตามแนวทางของ แม่ครูน้อยประตูธรรม ๕ หนเหนือ (#ท่านแม่ครูน้อยลองมาแล้ว) มีบุคคลประเภทที่ “มาร” (พลังงานลบหรือบททดสอบทางจิต)#จะไม่เสียเวลาเข้าไปวุ่นวายหรือสอบผ่านได้ยาก#จนในที่สุดมารก็ต้องล่าถอยไปเอง ซึ่งมีลักษณะดังนี้ #คนที่ไม่มี “เหยื่อล่อ” (ไร้อัตตา) มารมักใช้ความโกรธ ความโลภ หรือความหลงตัวตนเป็นเหยื่อล่อ #แต่สำหรับบุคคลที่วางเฉย ไม่ยินดียินร้ายกับคำชมหรือคำด่า มีสภาวะ ใจเบา ใจสบาย เป็นปกติ #มารจะหาจุดเกาะเกี่ยวในใจไม่ได้ เมื่อไม่มี “เชื้อไฟ” มารก็จุดไฟไม่ติด คนที่ “รักษาสัจจะ” ดุจชีวิต บุคคลที่มี สัจจะบารมี แก่กล้า พูดคำไหนทำคำนั้นอย่างเด็ดขาด พลังงานของสัจจะเป็นคลื่นที่ “คม” และ “หนักแน่น” มากจนมารเกรงกลัว #มารจะรู้ว่าสอบไปก็เสียเวลา เพราะคนกลุ่มนี้จะไม่ยอมผิดคำพูดหรือผิดศีลไม่ว่าจะถูกบีบคั้นเพียงใด คนที่มี “#กำแพงความกตัญญู” หนาแน่น บุคคลที่บันทึกจิตด้วยความกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และเทวดาประจำตัวอยู่ทุกลมหายใจ จะมีสนามพลังงาน (Aura) ที่สว่างไสวมาก #แสงสว่างนี้เป็นพิษต่อมารที่มีคลื่นความถี่ต่ำ มารจะไม่กล้าเข้าใกล้เพราะจะถูกแผดเผาด้วยพลังงานบริสุทธิ์ คนที่ไม่เปิด “รอยรั่วทางบุญ” (ไม่นินทา ไม่เพ่งโทษ)…

  • “ศิษย์เดินทิ้งครู” คือสภาวะที่น่าเป็นห่วงที่สุดในทางพลังงานมิติที่ 5

    #ศิษย์เดินทิ้งครู” คือสภาวะที่น่าเป็นห่วงที่สุดในทางพลังงานมิติที่ 5 #เพราะไม่ใช่แค่การเลิกติดตามอาจารย์ แต่หมายถึงการที่ศิษย์ “เดินทิ้งความกตัญญูและสัจจะ” จนสายใยบารมีขาดสะบั้น 1. เดินทิ้งเพราะ “อัตตา” (จิตหลงตน) เมื่อศิษย์เริ่มมีบุญหนุนนำ เริ่มทำมาหากินคล่องตัวขึ้น มักจะเกิดความคิดว่า “ฉันเก่งเอง ฉันทำเองได้” จนลืมรากแก้วที่ครูบาอาจารย์เคยช่วยอุดรอยรั่วและชี้ทางทรัพย์ให้#ผลที่เกิด: เมื่อเดินทิ้งครูด้วยใจที่ลำพอง ท่อพลังงานบารมีจะถูกปิดทันที เราจะกลายเป็นคน “บารมีขาด” และเมื่อถึงคราวเคราะห์หรือโดน “มารสอบ” หนักๆ จะไม่มีเกราะป้องกันจนดวงตกอย่างรวดเร็ว 2. เดินทิ้งเพราะ “#ทนคำดุไม่ได้” (สอบตกมารทดสอบ) #ครูบาอาจารย์ที่แท้จริงจะดุศิษย์แรงขึ้นเพื่อไล่ขยะทิพย์ (การนินทา/เพ่งโทษ) ออกจากใจศิษย์ผลที่เกิด: ศิษย์ที่ใจไม่หนักแน่นพอจะเกิดจิตปรามาส รู้สึกน้อยใจหรือเกลียดครู แล้วเดินทิ้งสายธรรมไป การเดินทิ้งในลักษณะนี้คือการเดินเข้าสู่สภาวะ “ญาณบอด” สนิท เพราะเราได้ทิ้ง “กระจกเงา” ที่คอยเตือนภัยให้ตนเอง 3. สภาวะ “เรือล่มเมื่อใกล้ฝั่ง” แม่ครูน้อยมักเตือนว่า ศิษย์ที่เดินทิ้งครูตอนที่ชีวิตกำลังจะรุ่งเรืองที่สุด มักจะเกิดจากเจ้ากรรมนายเวรมาจูงจิตให้เดินออกไปเพื่อให้พ้นจากเขตบุญ ผลที่เกิด: ทรัพย์ที่กำลังจะได้จะหลุดลอยไป สิ่งที่สร้างมาจะพังทลาย เพราะไม่มีกำลังบารมีจากครูบาอาจารย์มาคอยพยุงธาตุในกายและดวงชะตา 4. วิธีแก้ไขหากรู้ตัวว่ากำลัง “เดินหลงทาง” หากเราเคยเดินทิ้งครูไปแล้ว…

  • 13 เหตุผลที่ย่ำอยู่ที่เก่า

     #13 เหตุผลที่ย่ำอยู่ที่เก่า #เหตุผลที่ไม่สามารถก้าวหน้าทางด้านการฝึกจิตหรือปฎิบัติธรรม แม้แต่การเจอเทวดาประจำตัวหรือญาณบารมีของตนเอง  เพราะมนุษย์เป็นรูปแบบวิญญาณที่เชื่อถือไม่ได้เว้นเสียแต่จะผ่านการฝึกฝน เพราะมนุษย์ไม่มีการศึกษาจากผู้รู้หรือครูบาอาจารย์เป็นตัวเป็นตน เพราะมนุษย์ปรุงแต่งกิเลสเพิ่มพูนมากกว่าที่จะเอาขยะออกจากทางจิตใจ เพราะมนุษย์เป็นผู้ศึกษาจากความกลัวจากโลกภายนอกเพื่อเอามาปิดบังปมที่ซ่อนอยู่ภายในใจของตัวเอง เพราะมนุษย์เป็นรูปแบบดวงวิญญาณที่มีความอดทนต่ำ เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคมและมีสมองอันประเสริฐที่พร้อมไหลไปตามกันตามธรรมชาติของจิตที่ไหลลงสู่ที่ต่ำ เพราะมนุษย์เป็นสัตว์ไตรภูมิชนิดกลางที่สามารถกลับกรอกหรอกลิ้นได้มากกว่าภพภูมิอื่นอื่น เพราะมนุษย์เป็นสัตว์ชนิดเดียวที่ไม่มีสัจจะต่อตัวเองแม้กระทั่งจะรับปากกับสิ่งใดไว้ เพราะมนุษย์เป็นสัตว์ชนิดเดียวที่จะโกรธก็ได้เกลียดก็ได้แตกต่างจากภพภูมิอื่น มนุษย์เป็นสัตว์ชนิดเดียวที่มีอารมณ์หลากหลาย สิ่งสำคัญนี้ควรจะศึกษาพลังจิตให้กับตัวเองให้รู้เท่าทันอารมณ์  เพราะมนุษย์เป็นสัตว์ชนิดเดียวที่มีสมองและโครงสร้างพร้อมต่อการพัฒนาและฝึกฝนสิ่งนี้จึงเป็นสิ่งที่สร้างดวงวิญญาณหนึ่งดวงให้ประสพความสำเร็จและในขณะตรงกันข้ามก็ทำลายดวงวิญญาณอีกหนึ่งดวงให้ล้มเหลวและผิดหวังขึ้นอยู่กับการเลือกใช้ชีวิตของดวงวิญญาณนั้นนั้นเองในระหว่างการดำรงอยู่ในรทางๆนี้  อ่านว่ามนุษย์ผู้พัฒนาดวงวิญญาณอันประเสริฐแล้วเปรียบเหมือนบัวเหล่าที่หนึ่งและสอง หย่อมใช้ชีวิตไม่ประมาท และฝึกฝนหาส่วนประกอบ ชิ้นส่วนของดวงวิญญาณตนเองเพื่อการพัฒนาสูงสุดของบรมวิญญาณ  มนุษย์เป็นสัตว์แปลกประหลาดชนิดเดียวที่มี EGO(อัตตาความกลัวสูง) เอาไว้ใช้ปกป้องตัวเองที่ภาษามนุษย์เรียกกันว่าศักดิ์ศรีมากกว่าที่จะยอมรับความกลัวในตัวเองและพัฒนาเป็นสุดยอดซุปเปอร์อีโก้ต่อไป  #?????????วิทยฐานะ #อัครบุคคลแห่งชาติ(พรหมนาคา) ประจำปี 2564สาขา ผู้ส่งเสริมเผยแผ่ศาสนาดีเด่น #ทูตวัฒนธรรม(ต้นแบบสังคมบุคคลของชาติ)ประจำปี 2564โครงการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยสืบสานสู่ประชาคมอาเซียนสาขา ด้าน ส่งเสริมศาสนาดีเด่น

  • เรื่องบางเรื่องคนบางคนไม่ได้ทำให้เรารู้สึกดี

    เรื่องบางเรื่องคนบางคนไม่ได้ทำให้เรารู้สึกดี แต่เมื่อนึกถึงคราใดก็หัวเราะได้ทุกทีอย่าหาเหตุผลในเรื่องที่ไม่มีคำอธิบายครูมีความสุขได้กับลูกศิษย์ทุกๆคนที่ผ่านเข้ามาพบครูรักทุกคนเพียงไว้แต่ …..แค่ปัจจุบัน