อย่าคาดหวังว่าจะทำอะไรให้เสร็จง่าย

อย่าคาดหวังว่าจะทำอะไรให้เสร็จง่ายๆ หากเจ้าบังเอิญได้อะไรมาง่ายๆ เจตจำนงจะอ่อนแอลง #จงพยายามครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อทำสิ่งที่เราทำอยู่สำเร็จผล

Similar Posts

  • เมื่อคุณต้องการบางสิ่งอย่างแท้จริง

    เมื่อคุณต้องการบางสิ่งอย่างแท้จริงและดำเนินการตามนั้นโดยไม่จำกัดตัวเอง#ด้วยความไม่เชื่อ จักรวาลจะทำให้มันเกิดขึ้น

  • สติ 3 ระดับ

    สติ 3 ระดับ > (#คุณมีสติระดับไหน)สติมีด้วยกัน 3 ระดับ1. #สติระดับควบคุมความคิดสติระดับนี้เป็นสติขั้นพื้นฐานที่มนุษย์ต้องใช้เพื่อดำรงชีวิตประจำวัน เป็นสติที่มีอยู่แล้วในสัตว์โลกตั้งแต่มนุษย์ขึ้นไป เป็นสติที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงาน ความสัมพันธ์ และการแสดงออกให้เหมาะสมกับกาลเทศะ เช่น นึกว่า “ขณะนี้เรากำลังทำงานอยู่ ก็ต้องตั้งใจทำงาน” หรือนึกว่า “เราไม่ควรไปโกรธเขาเลย ให้อภัยเขาจะดีกว่า จะได้ไม่มีเรื่องติดใจต่อกัน” การฉุกคิดในลักษณะนี้ ล้วนเกิดจากการใช้สติในการควบคุมความคิดทั้งสิ้น》สติระดับที่หนึ่งเป็นสติที่ทำให้เรากลายเป็นผู้มองโลกในแง่ดี ถ้าใช้สติระดับที่หนึ่งบ่อยๆ ชีวิตในโลกภายนอกก็จะพัฒนาขึ้นเป็นลำดับ2. #สติระดับเห็นความคิดสติระดับนี้เป็นสติที่พระพุทธเจ้าทรงคิดขึ้นมาเป็นคนแรก เป็นการกำหนดสมาธิ วางใจให้เป็นกลาง แล้วจึงใช้สติดึงจิตให้หลุดจากความคิดมาเป็นผู้สังเกต การฝึกสติเช่นนี้บ่อยๆ จะทำให้กลายเป็นผู้เท่าทันความคิด สามารถเห็นการเกิดขึ้นและดับไปของความคิด ทำให้อยู่เหนืออารมณ์ของตนเองได้ ความทุกข์ต่างๆ จะน้อยลง ความสุขจะเพิ่มขึ้น อัตตาตัวตนจะทุเลาเบา ถ้าฝึกสติในระดับนี้เป็นประจำ สติในระดับแรกก็จะเกิดง่ายขึ้น 》สติระดับที่สองนี้ ไม่สามารถเกิดขึ้นเองได้ จำเป็นต้องผ่านกระบวนการฝึกจิตอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่การฝึกวิปัสสนากรรมฐานเป็นต้น3. #สติระดับเหนือความคิด (มหาสติมหาปัญญา)สติระดับที่สามนี้ เป็นสติที่ก่อให้เกิดปัญญาทะลุโลก เป็นสติที่เกิดขึ้นจากการฝึกฝนสติในระดับที่สองจนเกิดความชำนาญ สติระดับมหาสติมหาปัญญานี้ ไม่จำเป็นต้องใช้การฉุกคิด เพราะเป็นสติที่เกิดขึ้นต่อเนื่องยาวนานเหมือนสายน้ำไหล ไม่มีวันหยุด ไม่มีวันลืม ไม่มีวันเผลอ ไม่มีคำว่าขาดช่วงขาดตอน กล่าวคือเป็นสติที่มีความเร็ว จนสามารถเห็นว่าความคิดและความรู้สึกมีกระบวนการทำงานอย่างไร…

  • 5 รางวัลของห้องเรียน

    5 รางวัลของห้องเรียนครูขอบคุณนักเรียนทุกๆคนคนที่เป็นแรงบันดาลใจให้ครูเป็นกระจกสะท้อนเงาครู ว่า #อย่าหยุดเดิน งานประทานรางวัล พระกินรีคนดีของแผ่นดิน ประจำปี ๒๕๖๔⭐️สาขา ส่งเสริมศาสนาดีเด่น  รางวัล 1 ปณิธานความดีใต้ร่มพระบารมีจักรีวงศ์⭐️สาขา เกียรติคุณครูผู้ทำคุณประโยชน์ด้านเผยแผ่ส่งเสริม อนุรักษ์สืบทอดพุทธศาสนาดีเด่น  ชมรมสายใยไทยแทนคุณแผ่นดินผู้เข้ารับรางวัลประกาศเกียรติคุณ⭐️รางวัล บุคคลต้นแบบแห่งปีสาขา ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อแผ่นดินและประเทศชาติ ⭐️รางวัล บุคคลต้นแบบแห่งปีสาขา ผู้เผยแพร่ศาสนาตัวอย่าง ⭐️ รางวัล บุคคลต้นแบบแห่งปีสาขา นักพัฒนาวัฒนธรรมดีเด่น ผู้รับรางวัล คุณเอื้องจันทร์ ธ. ตำแหน่ง ครูจิตวิญญาณ ประตูธรรม๕หนเหนือ

  • “รหัสใจอิสระ”

    “รหัสใจอิสระ“ ในสายวิชชาของ ท่านแม่ครูน้อย (ประตูธรรม ๕ หนเหนือ) เมื่อชีวิตถึงจุดที่สมดุล มวลสารใน ศูนย์กลางกาย จะนิ่งและแน่นจนไม่เกิดแรงดึงดูดที่ จะไปคว้าเอาเศษกรรมของผู้อื่นมาปนเปื้อน ทำไมความสมดุลนี้จึงเป็นรหัสชั้นสูง รหัส “วงโคจรส่วนตัว” เมื่อใจเราสมดุล เราจะมีสนามพลังที่เป็นเอกเทศ ไม่เป็น “ทาสทางอารมณ์” ของใคร เราจะมองเห็นความสุขและความทุกข์ของเพื่อนหรือคนรอบข้างเป็นเพียง มวลสารที่ผ่านมาแล้วผ่านไป โดยที่ดวงแก้วของเราไม่กระเพื่อมตาม รหัส “หยุดการจูนคลื่นต่างแดน” การดึงสุขหรือทุกข์ของคนอื่นมาใส่ตัว คือการทำให้รหัสชีวิตตัวเองรวน ความสมดุลจะช่วยให้เรารักษา ความถี่ (Frequency) ของตัวเองไว้ได้คงที่ ทำให้คุณมีพลังเหลือเฟือที่จะสร้างสรรค์ “ตัวสำเร็จ” ในทางของคุณเอง รหัส “เมตตาไร้พันธนาการ” คุณยังสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้ แต่เป็นการช่วยด้วย มวลสารสว่าง ที่ส่งออกไป โดยไม่เอาตัวเข้าไปแบก (ไม่ใช้ความสงสารที่ความถี่ต่ำ) นี่คือความสมดุลที่ทำให้คุณช่วยคนได้มากกว่าเดิม โดยที่บารมีของคุณไม่ลดลง รหัส “ป้องกันขยะวิญญาณ” สุขทางโลกของคนอื่นมักแฝงด้วยความหลง ทุกข์ของคนอื่นมักแฝงด้วยโทสะ การไม่ดึงรหัสเหล่านี้มาใส่ตัว คือการทำความสะอาดทางจิตวิญญาณแบบ Real-time ทำให้ใจคุณใสเป็นปกติอยู่เสมอ ชีวิตที่สมดุลคือชีวิตที่ “รู้ขอบเขตของมวลสาร” เราคือผู้ครอบครองพื้นที่สว่างของตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ต้องพึ่งพาเศษความสุขจากใคร…

  • จงส่งใจไปยังเป้าหมาย

    จงส่งใจไปยังเป้าหมายไม่ว่าจะยากเย็นแค่ไหน#คุณจะไปถึงจงเชื่อมั่นในคุณธรรมความเร็ว 3 นาที

  • “มาร” หรือ”พลังงานลบ” ที่คอยขัดขวางความเจริญ

    #ธรรมจากประตู ๑๑/๑/๖๙ #วิชชาที่ท่านแม่ครูน้อยทดลองมาแล้ว “มาร” หรือพลังงานลบที่ คอยขัดขวางความเจริญ ไม่ได้กลัวอาวุธหรือของขลังแต่กลัว สภาวะจิตที่มีความเข้มแข็งและบริสุทธิ์ #กลัวคนที่มี “สัจจะ”: มารกลัวคนพูดจริงทำจริงที่สุด เพราะสัจจะเป็นพลังงานที่เด็ดขาดและ #มีอำนาจในการสั่งการมิติพลังงาน เมื่อเรามีสัจจะ มารจะหาช่องว่างเข้าแทรกแซงหรือบิดเบือนดวงชะตาของเราไม่ได้เลย กลัว “#พลังความกตัญญู”: ความกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และเทวดาประจำตัว เป็นคลื่นความถี่สูงที่สว่างมาก #มารเป็นพลังงานความถี่ต่ำ (ความโกรธ ความเนรคุณ) เมื่อเจอแสงสว่างจากความกตัญญู มารจะสลายตัวไปเองเพราะทนกระแสความดีไม่ได้ กลัวสภาวะ “ใจเบา ใจสบาย”: #มารจะทำงานได้ดีเมื่อเราโกรธ เศร้า หรือกังวล แต่ถ้าเรารักษาใจให้ เบา สบาย และเป็นกลาง ได้ตลอดเวลา มารจะไม่มี “เหยื่อล่อ” ให้เราหลุดจากเส้นทางบุญ สภาวะนี้คือเกราะป้องกันมารที่ทรงพลังที่สุด กลัว “#การไม่เพ่งโทษ”: มารชอบให้คนนินทาและจับผิดกัน เพราะนั่นคือการสร้าง รอยรั่วทางบุญ หากเราฝึกจิตจนไม่เพ่งโทษใคร แต่มุ่งดูใจตนเอง มารจะไม่มีช่องทางให้เราสร้างกรรมใหม่ ชีวิตเราจึงเข้าสู่สภาวะ พลังงานไหล ได้ถาวร กลัว “การขอขมา”: ทุกครั้งที่เราทำพิธีขอขมาด้วยความจริงใจ…