13 เหตุผลที่ย่ำอยู่ที่เก่า

?️? #13 เหตุผลที่ย่ำอยู่ที่เก่า

#เหตุผลที่ไม่สามารถก้าวหน้าทางด้านการฝึกจิตหรือปฎิบัติธรรม แม้แต่การเจอเทวดาประจำตัวหรือญาณบารมีของตนเอง

? เพราะมนุษย์เป็นรูปแบบวิญญาณที่เชื่อถือไม่ได้เว้นเสียแต่จะผ่านการฝึกฝน
? เพราะมนุษย์ไม่มีการศึกษาจากผู้รู้หรือครูบาอาจารย์เป็นตัวเป็นตน
? เพราะมนุษย์ปรุงแต่งกิเลสเพิ่มพูนมากกว่าที่จะเอาขยะออกจากทางจิตใจ
? เพราะมนุษย์เป็นผู้ศึกษาจากความกลัวจากโลกภายนอกเพื่อเอามาปิดบังปมที่ซ่อนอยู่ภายในใจของตัวเอง
? เพราะมนุษย์เป็นรูปแบบดวงวิญญาณที่มีความอดทนต่ำ
? เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคมและมีสมองอันประเสริฐที่พร้อมไหลไปตามกันตามธรรมชาติของจิตที่ไหลลงสู่ที่ต่ำ
? เพราะมนุษย์เป็นสัตว์ไตรภูมิชนิดกลางที่สามารถกลับกรอกหรอกลิ้นได้มากกว่าภพภูมิอื่นอื่น
? เพราะมนุษย์เป็นสัตว์ชนิดเดียวที่ไม่มีสัจจะต่อตัวเองแม้กระทั่งจะรับปากกับสิ่งใดไว้
? เพราะมนุษย์เป็นสัตว์ชนิดเดียวที่จะโกรธก็ได้เกลียดก็ได้แตกต่างจากภพภูมิอื่น
? มนุษย์เป็นสัตว์ชนิดเดียวที่มีอารมณ์หลากหลาย สิ่งสำคัญนี้ควรจะศึกษาพลังจิตให้กับตัวเองให้รู้เท่าทันอารมณ์

? เพราะมนุษย์เป็นสัตว์ชนิดเดียวที่มีสมองและโครงสร้างพร้อมต่อการพัฒนาและฝึกฝนสิ่งนี้จึงเป็นสิ่งที่สร้างดวงวิญญาณหนึ่งดวงให้ประสพความสำเร็จและในขณะตรงกันข้ามก็ทำลายดวงวิญญาณอีกหนึ่งดวงให้ล้มเหลวและผิดหวังขึ้นอยู่กับการเลือกใช้ชีวิตของดวงวิญญาณนั้นนั้นเองในระหว่างการดำรงอยู่ในรทางๆนี้

?️? อ่านว่ามนุษย์ผู้พัฒนาดวงวิญญาณอันประเสริฐแล้วเปรียบเหมือนบัวเหล่าที่หนึ่งและสอง หย่อมใช้ชีวิตไม่ประมาท และฝึกฝนหาส่วนประกอบ ชิ้นส่วนของดวงวิญญาณตนเองเพื่อการพัฒนาสูงสุดของบรมวิญญาณ

??? มนุษย์เป็นสัตว์แปลกประหลาดชนิดเดียวที่มี EGO(อัตตาความกลัวสูง) เอาไว้ใช้ปกป้องตัวเองที่ภาษามนุษย์เรียกกันว่าศักดิ์ศรีมากกว่าที่จะยอมรับความกลัวในตัวเองและพัฒนาเป็นสุดยอดซุปเปอร์อีโก้ต่อไป

 #??????????
วิทยฐานะ #อัครบุคคลแห่งชาติ
(พรหมนาคา) ประจำปี 2564
สาขา ผู้ส่งเสริมเผยแผ่ศาสนาดีเด่น

#ทูตวัฒนธรรม
(ต้นแบบสังคมบุคคลของชาติ)
ประจำปี 2564
โครงการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย
สืบสานสู่ประชาคมอาเซียน
สาขา ด้าน ส่งเสริมศาสนาดีเด่น

Similar Posts

  • ไปให้ไกลกว่า

    #ไปให้ไกลกว่า ทุกอย่างเปลี่ยนไปเมื่อคุณเริ่มเปล่งความถี่ของคุณเอง #แทนที่จะดูดซับความถี่รอบตัวคุณ #เมื่อคุณเริ่มพิมพ์เจตจำนงของคุณบน จักรวาลแทนที่จะได้รับรอยประทับจากการดำรงอ

  • สติ 3 ระดับ

    สติ 3 ระดับ > (#คุณมีสติระดับไหน)สติมีด้วยกัน 3 ระดับ1. #สติระดับควบคุมความคิดสติระดับนี้เป็นสติขั้นพื้นฐานที่มนุษย์ต้องใช้เพื่อดำรงชีวิตประจำวัน เป็นสติที่มีอยู่แล้วในสัตว์โลกตั้งแต่มนุษย์ขึ้นไป เป็นสติที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงาน ความสัมพันธ์ และการแสดงออกให้เหมาะสมกับกาลเทศะ เช่น นึกว่า “ขณะนี้เรากำลังทำงานอยู่ ก็ต้องตั้งใจทำงาน” หรือนึกว่า “เราไม่ควรไปโกรธเขาเลย ให้อภัยเขาจะดีกว่า จะได้ไม่มีเรื่องติดใจต่อกัน” การฉุกคิดในลักษณะนี้ ล้วนเกิดจากการใช้สติในการควบคุมความคิดทั้งสิ้น》สติระดับที่หนึ่งเป็นสติที่ทำให้เรากลายเป็นผู้มองโลกในแง่ดี ถ้าใช้สติระดับที่หนึ่งบ่อยๆ ชีวิตในโลกภายนอกก็จะพัฒนาขึ้นเป็นลำดับ2. #สติระดับเห็นความคิดสติระดับนี้เป็นสติที่พระพุทธเจ้าทรงคิดขึ้นมาเป็นคนแรก เป็นการกำหนดสมาธิ วางใจให้เป็นกลาง แล้วจึงใช้สติดึงจิตให้หลุดจากความคิดมาเป็นผู้สังเกต การฝึกสติเช่นนี้บ่อยๆ จะทำให้กลายเป็นผู้เท่าทันความคิด สามารถเห็นการเกิดขึ้นและดับไปของความคิด ทำให้อยู่เหนืออารมณ์ของตนเองได้ ความทุกข์ต่างๆ จะน้อยลง ความสุขจะเพิ่มขึ้น อัตตาตัวตนจะทุเลาเบา ถ้าฝึกสติในระดับนี้เป็นประจำ สติในระดับแรกก็จะเกิดง่ายขึ้น 》สติระดับที่สองนี้ ไม่สามารถเกิดขึ้นเองได้ จำเป็นต้องผ่านกระบวนการฝึกจิตอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่การฝึกวิปัสสนากรรมฐานเป็นต้น3. #สติระดับเหนือความคิด (มหาสติมหาปัญญา)สติระดับที่สามนี้ เป็นสติที่ก่อให้เกิดปัญญาทะลุโลก เป็นสติที่เกิดขึ้นจากการฝึกฝนสติในระดับที่สองจนเกิดความชำนาญ สติระดับมหาสติมหาปัญญานี้ ไม่จำเป็นต้องใช้การฉุกคิด เพราะเป็นสติที่เกิดขึ้นต่อเนื่องยาวนานเหมือนสายน้ำไหล ไม่มีวันหยุด ไม่มีวันลืม ไม่มีวันเผลอ ไม่มีคำว่าขาดช่วงขาดตอน กล่าวคือเป็นสติที่มีความเร็ว จนสามารถเห็นว่าความคิดและความรู้สึกมีกระบวนการทำงานอย่างไร…

  • แม้จิตและจักรวาลมันจะมีทางออกที่วกวนก็ไม่พ้น

    แม้จิตและจักรวาลมันจะมีทางออกที่วกวนก็ไม่พ้น (จิต+วิญญาณ=การเป็นคน)นี้เช่นกันที่พาออก (จงใช้เวลา) อันแสนสั้นของดวงวิญญาณมนุษย์นี้ ไขกุญแจวิญญาณด้วยมหาปัญญาของผู้รู้เสียก่อนที่จะดับผู้รู้#ทำไมสัญชาตญาณไม่ทำงาน?เราถูกล้างสมองเพราะคิดว่ามันยากเกินไปหรือลึกลับ ดังนั้นเราจึงขาดการติดต่อกับวิธีง่ายๆ ที่เป็นธรรมชาติ ซึ่งมาจากบรรพบุรุษของเราโดยธรรมชาติ นั่นหมายความว่าตอนนี้เราต้อง#มองว่ามันเป็นภาษาต่างประเทศและหาวิธีที่จะเรียนรู้มันสัญชาตญาณทำงานอย่างไรในการแตะสัญชาตญาณของเรา ก่อนอื่น เราต้องเลิกใช้วิจารณญาณของเรา และวิธีการที่มีตรรกะและเป็นเส้นตรงที่เราได้รับการสอนให้คิด สัญชาตญาณเป็นสิ่งใหม่สำหรับเราเท่านั้นเพราะเราละเลยมาหลายชั่วอายุคน หากเราคิดว่ามันเป็นทักษะที่นำไปใช้ได้จริง เราสามารถเรียนรู้ใหม่ได้ เรากำลังปล่อยบล็อกสู่การเรียนรู้ นั่นคือถ้าเราไม่คิดว่าเราทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ เราก็ทำไม่ได้—ไม่ใช่เพราะความสามารถหรือความสามารถ แต่เป็นเพราะเราไม่ใส่ใจการค้นหาว่าความสามารถโดยสัญชาตญาณของเราทำงานอย่างไรเป็นกุญแจสำคัญ เช่นเดียวกับที่บางคนลิ้มรสอาหารว่าเค็มหรือหวานเกินไป ทักษะตามธรรมชาติของแต่ละคนก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเช่นกัน#มีความสามารถทางสัญชาตญาณที่จำเป็นสี่ประการ:ครูจะเขียนให้อ่านในลำดับถัดไป๛ครูปุ๊ยแม่ครูน้อย๛ผู้เชี่ยวชาญด้านวิญญาณศาสตร์(เทวดาประจำตัว)#?????????วิทยฐานะ #อัครบุคคลแห่งชาติ (พรหมนาคา) ประจำปี 2564 สาขา ผู้ส่งเสริมเผยแผ่ศาสนาดีเด่น ปูชนียบุคคล (ประดับเกียรติสดุดี)วชิรนุสรณ์ บุคคลตัวอย่างแห่งชาติประจำปี 2565 สาขา บุคคลผู้ส่งเสริมศาสนาดีเด่น#ทูตวัฒนธรรม (ต้นแบบสังคมบุคคลของชาติ) ประจำปี 2564 โครงการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย สืบสานสู่ประชาคมอาเซียน สาขา ด้าน ส่งเสริมศาสนาดีเด่นครูผู้คนพบคำตอบในมิติที่ 5 (ญาณบารมี)ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ห้าได้จริง มากกว่า 300 ชีวิต(ห้องเรียนเข้าสู่ปีที่ 5)

  • ผ่าน 1 ปีของการฝึกฝน

    ผ่าน 1 ปีของการฝึกฝน#พึ่งเริ่มตั้งไข่คุณฝน ศิษย์ 1 ใน 3 ของนักเรียนที่ผ่านการฝึกฝน 1 ปี ด้าน กาย จิต จิตวิญญาณ#หนึ่งในผู้พบเจอเทวดาประจำตัวจริง ที่ได้รับโอกาสสดับคำสอนจากจิตสู่จิตถือเป็นบัณฑิตตัวอย่างอีก 1 ท่านที่ดำเนินตามคำสอนอย่างมีระเบียบและวินัยทำให้สามารถใช้ชีวิตของผู้ปฏิบัติสองมิติได้อย่างสมดุลย์จากผู้สงสัย กลายเป็นได้รู้จากตัวกู กลายเป็น ส่วนหนึ่งจากความกลัว เป็นความ เข้าใจจากความไม่เข้าใจ กลายเป็น วิชชาจากน้ำตา กลายเป็น หัวเราะ คนเราจะได้มีโอกาสได้พบเจอเทวดาประจำตัวเป็นสิ่งที่ไม่รู้ว่าในชีวิตนี้จะมีผู้ใดสอนเรื่องนี้อีกประการสำคัญชีวิตของคนเราเป็นสิ่งที่ละเอียดลึกซึ้งยากต่อการเข้าใจและสลับซับซ้อนต้องมีระดับสติปัญญาอย่างเข้าใจและแยบยลที่มนุษย์หนึ่งคนจะสามารถรังสรรค์ความสมดุลย์ต่อการใช้ชีวิตสองมิติแบบนี้ได้ #เราเป็นดวงวิญญาณ ที่ต้องขัดเกลาครูมีนักเรียนมากมายกว่า 300 ชีวิตที่ได้เจอเทวดาประจำตัวแต่ก็ช่างน่าเสียดายว่าพวกเขาทั้งหลายยังไม่เข้าใจความหมายของชีวิตและจิตวิญญาณโชคดีของชีวิต

  • สัญญาณและวิธีแก้ไขเมื่อเกิดสภาวะจิตสำนึกเสียในยุคนี้

    สภาวะที่ “จิตสำนึกเสีย”หมายถึงการที่ระบบคัดกรองความดีงามในใจเกิดการ “บิดเบี้ยว”หรือถูกปิดตายด้วยคลื่นความถี่ต่ำทำให้ดวงจิตสูญเสียเข็มทิศในการนำทางชีวิต #นี่คือสัญญาณและวิธีแก้ไขเมื่อเกิดสภาวะจิตสำนึกเสียในยุคนี้ 1. สัญญาณของ “จิตสำนึกเสีย”มองเห็นผิดเป็นชอบ: กล้าล่วงเกินผู้มีพระคุณ หรือ ดูถูกครูบาอาจารย์ โดยไม่รู้สึกผิด กลับมองว่าตนเองฉลาดกว่า หรือเก่งกว่าขาดความกตัญญู: ลืมเลือนบุญคุณของแผ่นดิน พ่อแม่ และผู้ที่เคยเกื้อกูล จิตจะมุ่งเน้นแต่ผลประโยชน์ส่วนตัว (ความโลภนำหน้า)ผิดสัจจะโดยไม่สะดุ้งสะเทือน: พูดโกหกหรือรับปากแล้วไม่ทำจนเป็นนิสัย ทำให้ พลังจิต เสื่อมถอยและท่อพลังงาน บุญกับเงิน อุดตันสะสม Toxic คลื่น: ชอบเสพข่าวลบ นินทา และเพ่งโทษผู้อื่น จน บันทึกจิต เต็มไปด้วยขยะพลังงาน 2. ผลกระทบที่รุนแรงในปี 2569เงินหนีและโชคลาภปิด: เมื่อจิตสำนึกเสีย สนามพลังงานจะเกิดอาการ พลังยัน กับความมั่งคั่ง ทำให้ชีวิตติดขัดอย่างหนักสภาวะญาณบอด: มืดแปดด้าน ตัดสินใจผิดพลาดซ้ำๆ จนนำไปสู่หายนะ เพราะ เทวดาประจำตัว ไม่สามารถสื่อสารสัญญาณเตือนได้ ถูกคัดกรองออกจากมิติที่ 5ในยุคศรีวิไล #คนที่จิตสำนึกเสียจะอยู่ยากขึ้น เพราะคลื่นความถี่จะไม่ตรงกับกระแสโลกที่กำลังยกระดับ 3. วิธีแก้ไข แม่ครูน้อยเน้นย้ำว่า “ไม่มีคำว่าสายเกินไปหากคิดจะกลับตัว ”…

  • เงินหนี

    ธรรมชั้นครู🚩🚩🚩 ๘/๑/๖๙ “เงินหนี” คือสภาวะที่ทรัพย์สินเงินทองไหลออกไปอย่างรวดเร็ว เก็บไม่อยู่ หรือมีเหตุให้ต้องจ่ายกะทันหัน ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าสนามพลังงานในตัวเราหรือในบ้านกำลังมีปัญหาดังนี้ ⚠️สาเหตุหลักที่ทำให้ “เงินหนี” ทางพลังงานพลังงานรั่วอย่างรุนแรง (รอยรั่วทางบุญ)เงินหนีคือผลลัพธ์ของการมีจุดรั่วไหลของพลังงานกุศลที่ใหญ่มาก สาเหตุหลักมักมาจากการที่ “#ปากเป็นพิษ” คือการพูดจาทำร้ายผู้อื่น นินทา หรือที่ร้ายแรงที่สุดคือ “การปรามาสครูบาอาจารย์” หรือผู้มีพระคุณ พลังงานลบจากคำพูดเหล่านี้จะเจาะรูรั่วในถังบุญของคุณ ทำให้บุญที่ควรจะดึงดูดเงินตราไหลออกไปหมด ⚠️ ความอกตัญญู (พลังงานยันขั้นรุนแรง)หากมีความขัดแย้ง หรือมีจิตที่อกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูผู้สอน หรือผู้มีพระคุณ จะเกิด “พลังงานยัน” ที่หนาแน่นมาก พลังงานนี้จะผลักทรัพย์สินและโอกาสดีๆ ออกจากตัวและออกจากบ้าน ทำให้เงินไม่สามารถเข้ามาหรือคงอยู่ได้ ⚠️ #จิตบันทึกความขาดแคลนและความกลัว:เมื่อเรากลัวว่าเงินจะหมด หรือรู้สึกว่าตนเอง “ขาดแคลน” อยู่เสมอ จิตของเราจะบันทึกคลื่นความถี่นี้ไว้ และส่งออกไปเป็น พลังงานสะท้อน กลับมา ทำให้เกิดสถานการณ์ที่ #เงินหนีออกจากตัวเราจริง ๆ ตามกฎของแรงดึงดู ⚠️การผิดสัจจะ (ขาดความมั่นคงทางพลังงาน)การที่เราให้สัจจะไว้แล้วทำไม่ได้บ่อยๆ จะทำให้พลังงานในตัวขาดความน่าเชื่อถือ ไม่มีความมั่นคง ซึ่งทำให้ “เทวดาประจำตัว” ไม่สามารถหนุนนำทรัพย์มาให้ได้เต็มที่ เพราะไม่มีกำลังพลังงานที่เข้มแข็งพอ 🚩🚩🚩 วิธีแก้ไขเพื่อหยุด…