เส้นทางแห่งความสมบูรณ์

เส้นทางแห่งความสมบูรณ์: คําอธิบายที่สวยงามมากเกี่ยวกับความหมายที่แท้จริงจิตดั้งเดิม อนายามะ#ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขได้#แต่กิริยาของจิตสามารถแก้ไขได้ไม่ใช่การนั่งสมาธิกดทับอารมณ์อาการของมัน แต่ต้องสามารถนำสิ่งที่ปรากฏโผล่ขึ้นมา#ยอมรับความจริงความจริงทำให้คนเห็นและบรรลุเร็วได้มากกว่าการนั่งสมาธิแบบไร้เป้าหมาย

Similar Posts

  • การเรียนรู้วิธีดึงตัวเองออกจากวิถีชีวิตที่วุ่นวายและอยู่กับปัจจุบันเป็นสิ่งสำคัญมาก

    #การเรียนรู้วิธีดึงตัวเองออกจากวิถีชีวิตที่วุ่นวายและอยู่กับปัจจุบันเป็นสิ่งสำคัญมาก มันเกี่ยวกับการมีทัศนคติเชิงบวกและมีสามส่วนด้วยกัน คิดบวกอารมณ์เชิงบวกพฤติกรรมเชิงบวก หากคุณมุ่งความสนใจไปที่ด้านลบ#ในสามด้านใดด้านหนึ่งนั่นคือสิ่งที่คุณจะต้องสนใจโดยธรรมชาติ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะมีชีวิตอยู่ในช่วงเวลานั้น แต่ให้นึกถึงแง่มุมที่ดีของช่วงเวลานั้นด้วย #จำไว้ว่าคุณมักจะไปทุกที่ที่มีความคิดของคุณดังนั้น หากคุณจดจ่ออยู่กับด้านบวกของชีวิตคุณก็จะไปที่นั่นเช่นกัน ที่ที่คุณอยู่ สิ่งที่คุณทำ นั่นคือภายในของคุณ

  • จงอาศัยเวลามันช่วยบอกคุณค่าของความเป็นคน

    จงอาศัยเวลามันช่วยบอกคุณค่าของความเป็นคน#ยอมแพ้ (เพื่อจะได้เป็นพระ)#ดีกว่าเอาชนะ (เพื่อจะได้เป็นมาร)เพชรมาจากดินฉันใดจิตใจคนก็เคยมาจากที่สูงที่ต่ำฉันนั้นภพต่อไปจะสูงจะต่ำ #ก็ขึ้นอยู่กับปัจจุบันที่ทำตัว#มั่นคงในศรัทธาความจงรักภักดีเป็นความมั่งคั่งที่แท้จริงของผู้ปฏิบัติ มือที่เก็บเกี่ยวความสำเร็จทั้งหมด และวงล้อที่เร่งความเร็วหนึ่งไปยังเป้าหมาย เมื่อจิตใจของคุณได้รับการยกระดับและเปลี่ยนแปลงโดยการได้ยินเรื่องราวชีวิตของพระพุทธเจ้าและธรรมิกชน คุณจะได้สัมผัสถึงความศรัทธาที่ชัดเจนอยากได้ธรรมหยาบก็ฟังทำกับผู้มีจิตหยาบอยากได้ธรรมละเอียดก็ฟังธรรมกับผู้จิตละเอียดเมื่อศีลเสมอก็ได้พบเจอกัน#?????????วิทยฐานะ #อัครบุคคลแห่งชาติ (พรหมนาคา) ประจำปี 2564 สาขา ผู้ส่งเสริมเผยแผ่ศาสนาดีเด่น #ทูตวัฒนธรรม (ต้นแบบสังคมบุคคลของชาติ) ประจำปี 2564 โครงการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย สืบสานสู่ประชาคมอาเซียน สาขา ด้าน ส่งเสริมศาสนาดีเด่น

  • จิตวิญญาณเกิดขึ้นทางพลังงานรูปแบบใด

    จิตวิญญาณเกิดขึ้นได้จากสภาวะการแตกตัวของวิญญาณ ที่ได้รับพลังจากจิตใต้สำนึก (พลังจิต) หรือการสั่นสะเทือนที่สะสมในระดับสูง (พลังขั้ว+สูง) ซึ่งการทำความสะอาดในพื้นที่จิตใต้สำนึกที่มีพลังงานลบ (-) สะสมนี้ ต้องอาศัยความรู้และความเพียร ทางปฏิบัติธรรมใช้วิธี กัมมัฎฐาน 38 วิธี (เจโตวิมุต) หรืออานาปานสติ (ปัญญาวิมุต) หรืออีกหนทางหนึ่งซึ่งต้องอาศัยผู้เชียวชาญให้คำชี้แนะ คือหนทางวชิระวิมุติ ซึ่งทางนี้จะมีความเกี่ยวข้องและสามารถอธิบายเกี่ยวกับเรื่องพลังงานลึกลับภายในมนุษย์ได้ การพบเจอ เทพพรหม เพื่อเป็นทางให้มนุษย์เดินจิตขึ้นสู่มิติที่สูงต่อไปได้ และยังมีวิธีการเข้าถึงจิตวิญญาณอีกหลายทาง ผู้ฝึกจำเป็นต้องศึกษาผู้ชำนาญและผู้รู้ที่สามารถอธิบายได้กระจ่างจริง มิเช่นนั้นท่านอาจพาดวงวิญญาณของตน หลงเส้นทางการฝึกฝนได้ ศิษย์ที่ดีต้องมีครู

  • ประตูธรรม 5 หนเหนือ (Pratu Tham Ha Hon Nuea)

    ก่อนเข้าประตู “ประตูธรรม 5 หนเหนือ” (Pratu Tham Ha Hon Nuea) ไม่ได้เป็นคำศัพท์ทางศาสนาพุทธทั่วไป แต่เป็นชื่อกลุ่มหรือเพจที่เกี่ยวกับการสอนธรรมะและจิตวิญญาณ โดยเฉพาะจากบุคคลที่เรียกว่า “แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว” ซึ่งเน้นสอนเรื่องความจริงของชีวิต ความไม่เที่ยง ความยากลำบาก และการค้นหาแก่นแท้ของจิตวิญญาณ ผ่านมุมมองที่ลึกซึ้งกว่าคำสอนทางภาษาปกติ โดยมีเป้าหมายเพื่อพาผู้คนออกจาก “ทะเลทรายแห่งตัณหา”ไปสู่ความเข้าใจที่แท้จริง (แก่นสาร) เพื่อชัยชนะทางจิตวิญญาณ. 🚩 #ความหมายโดยรวม:ประตูธรรม: สื่อถึงการเข้าถึงธรรมะ, การเข้าใจความจริงของชีวิต (ธรรมะที่แท้จริง) 5 หนเหนือ: คำว่า “หนเหนือ”ไม่ได้หมายถึงทิศเหนือตรงๆ แต่เป็นสำนวนที่สื่อถึง “ระดับที่สูงขึ้น” หรือ “ความลึกซึ้งที่เหนือกว่า” ซึ่งอาจหมายถึงการเข้าถึงธรรมะในระดับที่ลึกซึ้ง เป็นปัญญาญาณที่สูงส่งกว่าการรู้ธรรมะแบบทั่วไปตามตัวอักษร แม่ครูน้อย: ผู้สอนหลักของกลุ่มนี้, เป็นผู้ถ่ายทอดแนวคิดและประสบการณ์ทางจิตวิญญาณ ⭐️ #สิ่งที่ครูน้อยสอน ชีวิตจริงมีความยากลำบาก แต่เป็นโอกาสให้จิตวิญญาณเติบโต ภาษาและคำสอนทั่วไปเป็นเพียงแบบจำลอง (Simulation) แต่คำสอนของพระพุทธเจ้ามีแก่นสาร (Sacca) ที่แท้จริง การเตือนซ้ำๆ เพื่อให้ผู้คนหลุดพ้นจากความอยาก (ตัณหา) และค้นพบเป้าหมายที่แท้จริง.การตระหนักรู้ถึงความไม่เที่ยงของสิ่งต่างๆ เพื่อให้เข้าถึงความจริงของธรรมชาติ สรุปคือ…

  • บุญสัมพันธ์

    บุญสัมพันธ์ ในมุมมองของ แม่ครูน้อย ประตูธรรม ๕ หนเหนือ หมายถึง “แรงดึงดูดทางพลังงาน”ที่นำพาให้คน สัตว์ หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ มาเจอกันอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มีรายละเอียดดังนี้ 1.กฎแห่งการดึงดูด (Vibration) ในยุคศิวิไลซ์ พลังงานจะคัดกรองคน “บุญสัมพันธ์” คือการที่คนสองคนหรือกลุ่มคนมี “คลื่นความถี่ของจิต” ที่เสมอกันมาเจอกัน เช่นมีศีลเสมอกัน (คิดดี ทำดีเหมือนกัน) มีเป้าหมายในการสร้างบารมีเหมือนกัน มีเทวดาประจำตัวในระดับเดียวกันที่เกื้อกูลกัน 2.รูปแบบของบุญสัมพันธ์ครูบาอาจารย์กับลูกศิษย์: เช่น การที่หลายคนได้มารู้จักและร่วมปฏิบัติธรรมกับแม่ครูน้อย ถือเป็นบุญสัมพันธ์จากอดีตชาติที่เคยสัญญากันไว้ว่าจะมาเกื้อกูลกันในทางธรรม ✅กัลยาณมิตร: เพื่อนหรือคู่ครองที่เข้ามาในช่วงเวลาที่พอดีเพื่อช่วยเหลือ หรือชักชวนกันไปในทางที่เจริญ ⚠️เจ้ากรรมนายเวรในคราบมิตร: บางครั้งมาในรูปแบบความสัมพันธ์ที่ยากลำบากเพื่อให้เราได้ “เรียนรู้” และ “ชดใช้” เพื่อให้จบสิ้นกรรมต่อกัน 3. วิธีสังเกตว่าเรามี “บุญสัมพันธ์” กับใครรู้สึกคุ้นเคย: เจอหน้ากันครั้งแรกแต่รู้สึกเหมือนรู้จักมานาน (บุญเก่า) คุยกันรู้เรื่อง: สื่อสารกันได้ง่าย เข้าใจเจตนารมณ์ของกันและกันโดยไม่ต้องอธิบายมากดึงกันไปทางสูง: เมื่ออยู่ด้วยกันแล้วอยากทำความดี อยากปฏิบัติธรรม หรือชีวิตการงานเจริญขึ้น 4. การสร้างบุญสัมพันธ์ใหม่แม่ครูน้อยมักสอนว่า หากอยากเจอคนดีๆ…

  • เรากลายเป็นสังคมที่เน้นวัตถุนิยมและผลิตภาพสูง

    เรากลายเป็นสังคมที่เน้นวัตถุนิยมและผลิตภาพสูง ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ทุกวันนี้ผู้คนจำนวนมากดึงดูดให้ทำสิ่งพิธีกรรมฝ่ายวิญญาณและมีสิ่งฝ่ายวิญญาณมากกว่า #ที่จะเป็นฝ่ายวิญญาณจริงๆจำไว้ว่าจิตวิญญาณนั้นเกี่ยวกับการเชื่อมโยงกับบรมวิญญาณและการแสดงสถานะความรักสูงสุด ไม่พบในการ์ดหรือคริสตัล มนต์พิธีหรือคำยืนยัน หรือการบูชาใดๆ หากคุณพึ่งพาหรือใช้ “#พิธีกรรมทางจิตวิญญาณ” ใด ๆ ขอเชิญคุณตรวจสอบพิธีกรรมของคุณสิ่งที่คุณทำ และที่สำคัญที่สุดคือทำไมคุณถึงทำ พิธีกรรมหลายอย่างอาจเป็นประโยชน์และเป็นประโยชน์ แต่จุดประสงค์เบื้องหลังการใช้งานคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ตัวอย่างเช่น #หากคุณทำอะไรเพราะกลัว แสดงว่าคุณได้บล็อกการเชื่อมต่อกับแหล่งที่มาตัวอย่างเช่น บางคนใช้พิธีกรรมเฉพาะเพื่อ “ป้องกัน” ตัวเองจาก “พลังงานเชิงลบ” นี่คือตัวอย่างของการทำบางสิ่งด้วยความกลัว ความจริงแล้ว #คุณไม่มีอะไรต้องปกป้องตัวเอง ไม่มีอะไรต้องกลัว และไม่มี “พลังงานเชิงลบ” ใดที่สามารถส่งผลกระทบต่อคุณ#หากคุณเชื่อมต่อและสั่นด้วยความถี่สูงของความรัก (#พลังงานความถี่ต่ำสามารถดึงดูดและส่งผลกระทบต่อพลังงานความถี่ต่ำที่คล้ายกันเท่านั้น)โชคไม่ดีที่พิธีกรรมมักถูกใช้โดยไม่ได้ตั้งใจเพื่อสร้างอัตลักษณ์ทางจิตวิญญาณของอัตตา การทำบางสิ่งที่เป็นจิตวิญญาณทำให้เราเข้าใจผิดว่าตนเองเป็นฝ่ายวิญญาณ แต่ทั้งสองไม่เท่าเทียมกัน ดังนั้น หากมีการกระทำหรือเครื่องมือบางอย่างที่คุณอยากจะใช้หรือมีส่วนร่วมด้วย มันอาจจะดีตราบใดที่คุณทำเพื่อความรักที่จะทำ ไม่ใช่เพราะคุณคิดว่าคุณต้องทำหรือคิดว่าคุณควรจะทำ #พยายามคิดให้ดีเพื่อหลีกเลี่ยงการเติมพลังให้อัตตาตัวตนทางจิตวิญญาณของคุณ ทำตามภูมิปัญญาของหัวใจของคุณแทน นี่อาจเป็น “พิธีกรรม” ที่ดีที่สุดและสำคัญที่สุด #ถ้าคุณอยากเรียกมันว่า ที่ใครๆ ก็ฝึกฝนได้