รู้มั้ยว่าทำไมคาถาอาคม

?️?#รู้มั้ยว่าทำไมคาถาอาคม
คำอธิฐานหรือวลีทางศาสนาหรือ
แม้แต่ความเชื่อในบางชนเผ่าถึงได้
ให้ผลลัพธ์ตามที่ผู้ท่องมนต์เหล่านั้นต้องการ

#นั่นเพราะว่ามีการพูดซ้ำๆ
หลายครั้งเสมอเป็นการพูดซ้ำ
?️?#ภายใต้สภาวะอารมณ์ที่ตื่นตัวเต็มไปด้วยความเชื่อสุดสุด

ไม่มีคาถาหรือการอธิษฐานใดที่ได้ผลจากการท่องเพียงครั้งเดียวและไม่มีคาถาใดที่ได้ผลหากผู้ท่อง ไม่เชื่อในทิศของมันแต่หากคุณท่องเชื่อว่าผลลัพธ์จะต้องเกิดขึ้นมันก็จะเกิดขึ้นแม้จะไม่เข้าใจความหมายของถ้อยคำใดได้เลย

?️?#การท่องมนต์ก็จะได้ผลลัพธ์เช่นนั้น ประเด็นสำคัญมิใช่ความหมายที่เราเข้าใจแต่

#เป็นความเชื่อที่เรามอบให้จิตใต้สำนึกอย่างวางใจว่ามันต้องเกิดขึ้นการที่ให้คุณพูดถ้อยคำที่ต้องการ บ่อยๆทำซ้ำๆนับ 100 ครั้ง 1000 ครั้งเพราะในที่สุดจิตใต้สำนึกจะเชื่อว่าเป็นเช่นนั้นแล้วมันจะจัดการให้

?️?#แปลกไหมว่าทำไมคุณจึงมีความกังวลด้านการเงินอยู่ตลอดเวลา

บางคนก็มีปัญหาสุขภาพป่วยเป็นโรคอะไรซักอย่างมีโรคประจำตัวบางคนก็เจ็บคอแพ้อากาศเป็นประจำหรือบางคนก็มีปัญหาด้านความสัมพันธ์หรือไม่ก็ขาดคู่รักคู่ชีวิตบอกให้ก็ได้ทั้งหมดเป็นเพราะเหตุการณ์บางอย่างในวัยเด็กหรือในอดีตมันสร้างบาดแผลไว้และก่อให้เกิดเงื่อนไขในจิตใต้สำนึกแล้วจิตใต้สำนึกก็ออกโรงทำงานให้เกิดผลรับนานัปการอย่างที่คุณเจอในตอนนี้

#และทั้งหมดในสิ่งที่คุณเจอก็เพราะคุณ ดาวน์โหลดข้อมูลที่เกิดขึ้นกับคุณมาเก็บไว้ในระบบความเชื่อและส่งผ่านไปยังจิตใต้สำนึกของคุณ เพราะร่างกายคุณคือเครื่องจักรที่ทำงานตามซอฟท์แวร์หรือข้อมูลที่คุณดาวน์โหลดมาเก็บไว้ในสมองและจิตใจจากนั้นมันจะสร้างสภาวะอารมณ์และก่อให้เกิดอาการบางอย่างในร่างกายขึ้นมานั่นล่ะคือผลลัพธ์ชีวิตสั้นสั้นแค่นี้เอง

??ดังนั้นหากอยากเปลี่ยนชีวิตเป็นคนใหม่ที่แท้จริงคุณต้องลบข้อมูลเก่าทั้งหมดในจิตใต้สำนึกออกไปเสียก่อนล้างไวรัสขยะหรือข้อมูลมีพิษออกจากสมองและจิตใต้สำนึกแล้วดาวน์โหลดข้อมูลที่มีประโยชน์อันเป็นคำสั่งใหม่ลงสู่สมองและจิตใต้สำนึกเอาสิ่งที่คุณต้องการใส่ลงไปป้อนคำสั่งที่ชัดเจนถูกต้องตรงไปตรงมาลงไปเมื่อนั้นร่างกายจะทำงานในรูปแบบใหม่ตามที่คุณต้องการ 100%

#MAEKHUNOY
เทวดาประจำตัว

Similar Posts

  • “สายใยพลังงาน” (Energy Cords)

    ในทางพลังงานและการปฏิบัติสายแม่ครูน้อย ประตูธรรม ๕ การตัด “สายใยพลังงาน” (Energy Cords) ที่เหนี่ยวรั้งจิตวิญญาณเป็นเรื่องสำคัญมากเพราะหากไม่ตัดให้ขาดสะบั้น ต่อให้ตัวห่างกันหมื่นลี้ แต่ “ธาตุ” ของเขาก็ยังสามารถสูบกินพลังงานบุญของคุณได้ สายใยที่ควรตัดให้ขาดมีดังนี้ 1. สายใยแห่ง “ความสงสารที่เจือด้วยกิเลส” (The Savior Cord) นี่คือสายใยที่อันตรายที่สุดสำหรับผู้ใจบุญ เรารู้สึกสงสาร อยากช่วยให้เขาพ้นทุกข์ อยากให้เขาตื่นรู้เหมือนเรา ความจริง: ความสงสารที่ไม่มีอุเบกขาจะกลายเป็น “ท่อส่งพลังงาน” ที่เขาสามารถส่งความทุกข์ ความร้อนรุ่ม และวิบากกรรมมาให้เราแบกรับแทน โดยที่เขาไม่ต้องสำนึกหรือแก้ไขตนเอง โทษของการแบกกรรมผู้อื่น วิธีตัด: วางอุเบกขาว่า “สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม” ตัดความอยากเป็นผู้ช่วยโลกในส่วนที่เกินกำลังออกไป 2. สายใยแห่ง “ความโกรธแค้นและคำสาปแช่ง” (The Grudge Cord) การที่เรายังนึกถึงความเจ็บปวดที่เขาทำไว้ หรือแอบแช่งให้เขาได้รับผลกรรม คือการสร้าง “โซ่ตรวนพลังงาน” ที่ผูกเราไว้กับเขาอย่างเหนียวแน่นความจริง: ตราบใดที่คุณยังโกรธ พลังงานของคุณกับเขาจะยัง “จูน” ถึงกันตลอดเวลา ทำให้คุณโชคลาภติดขัดเพราะมีกระแสพยาบาทขวางทาง อานุภาพของเมตตาบารมีวิธีตัด: อโหสิกรรมอย่างเด็ดขาด ไม่ใช่เพื่อเขา แต่เพื่อ…

  • สถานที่ที่เทวดามิจฉาทิฏฐิกลัวที่สุดไม่ใช่สถานที่ที่เน้นการปลุกเสกของขลัง แต่คือสถานที่ที่ผู้คนรักษาความดี

     #ถึงประตูธรรม (๑๑/๑/๖๙)  เมื่อเทวดาประจำตัวกลายร่างเป็นจิตมิจฉาทิฐิ จิตมิจฉาทิฏฐิ ไม่กล้าเข้าประตูธรรม (เพราะพลังบริสุทธิ์) หนาแน่น ทั้งที่อยากไปแต่มีพลังบางอย่างยันไว้ไม่สามารถเข้าได้ #เทวดามิจฉาทิฏฐิ หรือพลังงานลบไม่กล้าเข้าไปใกล้ คือสถานที่ที่มี “คลื่นพลังงานบริสุทธิ์”และมีฐานของ สัจจะบารมี ที่มั่นคงมากพอ สถานที่ที่รักษา “สัจจะ” อย่างเคร่งครัด ที่ใดที่ผู้คนในสถานที่นั้น (เช่น วัด หรือสำนักปฏิบัติธรรม) #มีความซื่อตรงต่อคำพูดและการกระทำ ไม่มีการโกหกหลอกลวง พลังงานจากสัจจะนี้จะสร้างกำแพงพลังงานที่เข้มแข็งที่สุด #ซึ่งเทวดามิจฉาทิฏฐิที่เน้นการบิดเบือนความจริงไม่สามารถฝ่าเข้ามาได้ สถานที่ที่มีแต่ “พลังความกตัญญู” ในสถานที่ที่ผู้คนแสดงความเคารพและกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และผู้มีพระคุณอย่างแท้จริง พลังงานความกตัญญูนี้เป็นคลื่นความถี่สูงมากในมิติที่สูง(เหนือทิพย์) #ทำให้สถานที่นั้นสว่างไสวด้วย แสงสว่างจากบุญ จนพลังงานมืดไม่สามารถสถิตอยู่ได้ สถานที่ที่เน้น “ใจเบา ใจสบาย” เป็นหลัก สถานที่ที่ผู้คนไม่แบกความเครียด ไม่ตัดสินผู้อื่น (ไม่เพ่งโทษ) แต่รักษาใจให้ว่างและเป็นกลางอยู่เสมอ จะมี พลังบริสุทธิ์ #ที่ทำให้เทวดามิจฉาทิฏฐิรู้สึก “ร้อน” หรืออึดอัดจนอยู่ไม่ได้ เพราะคลื่นพลังงานไม่ตรงกัน สถานที่ที่ไร้ “รอยรั่วทางบุญ” (ไร้นินทา) หากสถานที่นั้นไม่มีการนินทาว่าร้าย หรือการใส่ร้ายป้ายสีกัน พลังงานจะรวมเป็นหนึ่งเดียวและไม่มีช่องโหว่ให้พลังงานลบเข้าแทรกแซงได้ ซึ่งจะช่วยปิดกั้น มารทดสอบ ได้อย่างถาวร  #สถานที่ที่เทวดามิจฉาทิฏฐิกลัวที่สุดไม่ใช่สถานที่ที่เน้นการปลุกเสกของขลัง แต่คือสถานที่ที่ผู้คนรักษาความดีพื้นฐานอย่าง สัจจะ…

  • ความเป็นคู่รู้ดีว่าเมื่อใดที่ความไม่สมดุลเกิดขึ้น

    ความเป็นคู่รู้ดีว่าเมื่อใดที่ความไม่สมดุลเกิดขึ้น และความสัมพันธ์ของความมืดและความสว่างกำลังได้รับการปรับเทียบใหม่ มันจะเกิดขึ้นแม้กระทั่งในฝันของคุณ มันจะพยายามทุกครั้งที่ทำได้เพื่อทำให้คุณสงสัยในพลังงานใหม่ #ชนะไม่ได้เพราะแพ้ไปแล้ว มันยังไม่รู้เลย แต่จะพยายาม…#ยากมากที่จะทำให้คุณคิดว่ามีโอกาส#ความมืดอยู่ไม่ได้เมื่อมีแสงสว่าง มีอยู่ได้ก็ต่อเมื่อแสงจางลงเท่านั้น แสงจางลงได้อย่างไร? ความโกรธ ความเกลียดชัง ความเกลียดชัง ความกลัว ฯลฯ #ฝ่ายมืดชอบสติระดับล่าง มันเติบโตที่นั่น ดังนั้นจงแสดงพลังของคุณ ยืนหยัดในพลังและแสงสว่างของคุณ

  • Walk-in #กู้บารมี

    Walk-in #กู้บารมี คือเมื่อวิญญาณของเราถูกแทนที่#หรือรวมเข้ากับจิตวิญญาณ#ของสิ่งมีชีวิตที่มีมิติสูงกว่า ปรากฏการณ์นี้อาจคล้าย กับประสบการณ์ใกล้ตายแต่แทนที่จะเป็นคนที่กลับมาพร้อมกับความทรงจำของสิ่งมีชีวิตที่สูงขึ้นจากอีกด้านหนึ่ง พวกเขานำสิ่งนี้กลับมาในร่างกายของพวกเขาอีกครั้ง อย่างแท้จริงเพื่อเผยแพร่ข้อความหรือบอกว่า #ตัวตนที่สูงกว่ามีจริง #นำกลับมาเพื่อต่อปัญญาวิญญาณให้สูงขึ้น #พูดตามหาเทวดาประจำตัว

  • คุณพบความสุขหลังโศกนาฏกรรมได้อย่างไร?

    #คุณพบความสุขหลังโศกนาฏกรรมได้อย่างไร? นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าความสุขเป็นทักษะทางอารมณ์ที่คนเราเรียนรู้ได้และจะพัฒนาให้ดีขึ้นได้ #มันทำให้สมองของคุณทำงานเสมือนว่าคุณกำลังฝึกจิตใจในช่วงเวลานั้น และการฝึกอบรมอาจต้องการความสม่ำเสมอ แต่ก็ไม่ต่างจากการฝึกทางกายภาพที่ฝังแน่นในชีวิตของเรา #ที่น่าสนใจคือนักวิทยาศาสตร์ได้ข้อสรุปว่าประมาณ40% ของศักยภาพความสุขของเราเป็นสิ่งที่เราสามารถทำได้  50 % เป็นพันธุกรรม และมีเพียง 10% เท่านั้นที่เป็นสถานการณ์ ในบางครั้ง เหตุการณ์ที่โชคร้ายจะเข้ามาหาคุณ และคุณไม่สามารถทำอะไรกับมันได้อย่างไรก็ตาม วิธีที่คุณตอบสนองต่อเหตุการณ์เหล่านั้นขึ้นอยู่กับคุณทั้งหมด เพียงจำสุภาษิต: “เมื่อชีวิตให้มะนาวแก่คุณ จงทำน้ำมะนาว” 

  • บุคคลที่มารจะไม่เสียเวลาเข้าไปวุ่นวายหรือสอบผ่านได้ยาก

    #ธรรมจากประตู๑๒/๑๑/๖๙ ตามแนวทางของ แม่ครูน้อยประตูธรรม ๕ หนเหนือ (#ท่านแม่ครูน้อยลองมาแล้ว) มีบุคคลประเภทที่ “มาร” (พลังงานลบหรือบททดสอบทางจิต)#จะไม่เสียเวลาเข้าไปวุ่นวายหรือสอบผ่านได้ยาก#จนในที่สุดมารก็ต้องล่าถอยไปเอง ซึ่งมีลักษณะดังนี้ #คนที่ไม่มี “เหยื่อล่อ” (ไร้อัตตา) มารมักใช้ความโกรธ ความโลภ หรือความหลงตัวตนเป็นเหยื่อล่อ #แต่สำหรับบุคคลที่วางเฉย ไม่ยินดียินร้ายกับคำชมหรือคำด่า มีสภาวะ ใจเบา ใจสบาย เป็นปกติ #มารจะหาจุดเกาะเกี่ยวในใจไม่ได้ เมื่อไม่มี “เชื้อไฟ” มารก็จุดไฟไม่ติด คนที่ “รักษาสัจจะ” ดุจชีวิต บุคคลที่มี สัจจะบารมี แก่กล้า พูดคำไหนทำคำนั้นอย่างเด็ดขาด พลังงานของสัจจะเป็นคลื่นที่ “คม” และ “หนักแน่น” มากจนมารเกรงกลัว #มารจะรู้ว่าสอบไปก็เสียเวลา เพราะคนกลุ่มนี้จะไม่ยอมผิดคำพูดหรือผิดศีลไม่ว่าจะถูกบีบคั้นเพียงใด คนที่มี “#กำแพงความกตัญญู” หนาแน่น บุคคลที่บันทึกจิตด้วยความกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และเทวดาประจำตัวอยู่ทุกลมหายใจ จะมีสนามพลังงาน (Aura) ที่สว่างไสวมาก #แสงสว่างนี้เป็นพิษต่อมารที่มีคลื่นความถี่ต่ำ มารจะไม่กล้าเข้าใกล้เพราะจะถูกแผดเผาด้วยพลังงานบริสุทธิ์ คนที่ไม่เปิด “รอยรั่วทางบุญ” (ไม่นินทา ไม่เพ่งโทษ)…