ดูไม่ออกว่าการเข้าสมาธิของเจ้าก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว

⭐️#ดูไม่ออกว่าการเข้าสมาธิของเจ้าก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว
#การเข้าสมาธิจนได้ฌาน
วิญญาณสามารถออกจากร่างได้ ไปเที่ยวทุกสารทิศ เบื้องล่างดูความวุ่นวายของโลกมนุษย์ เบื้องบนก็สามารถเห็นพุทธภูมิที่สะอาดสงบ

เมื่อเธอสามารถเข้าสมาธิได้ก็ควรยินดี
#แต่การเข้าสมาธิต้องมีจิตแน่วแน่
#ไม่มีความคิดเกิดขึ้น แม้ในขณะจิต ก็จะไม่มีมารภายนอกมารบกวน
❌#หากเกิดปีติขึ้นหนึ่งขณะจิต มารภายนอกก็จะเข้ามาแทรกทันที ถ้าหากเกิดอกุศลจิตขึ้น มารแห่งอายตนะทั้งหกก็จะเข้ามาพร้อมกัน ก็จะรบกวนไม่ให้เธอออกจากสมาธิ

??#นี่แหละที่เขาว่ากันว่าเข้าฌานจนกลายเป็นสติฟั่นเฟือน ก็เป็นสาเหตุอย่างนี้ เธอเห็นอะไรต่าง ๆ ในสมาธิจนรู้สึกสงสาร เกิดจิตเมตตา บอกทางออกให้พวกเขา อย่างนี้คือกุศลจิต แต่ไม่เหมาะที่จะบอกพวกเขามาที่นี่ ด้วยเหตุนี้จึงไม่พ้นที่จะมีจิตเห็นแก่ตัวเกิดขึ้นบ้าง ชั่วขณะจิตอันนี้เองจึงเป็นการเชื้อเชิญมารภายนอก จนภายหลังเกิดเป็นภาพที่น่ากลัว อันตรายมากนะ หากครูไม่เห็นและมองทะลุ พวกมารก็จะทำให้เธอไม่สามารถออกจากสมาธิ

ลูกเอ๋ย! ต่อไปเธอต้องระมัดระวัง อย่าได้คิดฟุ้งซ่าน #ต้องรู้ว่าที่นี่เป็นตอนสำคัญในการเข้าสู่ธรรม ถ้าพลาดแล้วจะไปไกลมาก
ถามต่อไปว่า ตามปกติที่แม่ครูได้บรรยายธรรมนั้นทำไมบางคนจึงไม่ได้ยินธรรมอันแยบยลเหล่านี้ เพราะอะไรหรือ จึงไม่รู้จะเข้าสู่ธรรมโดยทางนี้ ไม่ทราบว่ายังต้องผ่านขั้นตอนอะไรอีกบ้าง โปรดให้ท่านชี้แนะด้วยเถิด

ตอบว่า ลูกรักเอ๋ย! สิ่งที่เธอยังไม่รู้ คนเหล่านั้นคนฟังธรรมล้วนเป็นผู้โง่เขลา ถ้าหากนำเอาหลักธรรมที่ลึกล้ำเหล่านี้ไปบรรยายให้ฟัง ไม่เพียงแต่เป่าปีให้กระบือฟังเท่านั้น แต่ยังเสียเวลาเปล่า ทั้งยังจะทำให้ญาณทวารของพวกเขาอุดตัน ไม่มีทางได้ปัญญาเห็นธรรม

เพราะฉะนั้นวิธีการบรรยายธรรมให้พวกเขาฟังในระยะเริ่มแรกก็เพียงปรับจิตใจของพวกเขาให้ตรง เมื่อจิตใจตรงแล้ว ญาณทวารก็จะว่างขึ้นเอง เมื่อความโง่เขลาหมดไปแล้ว ค่อยบรรยายถึงขั้นตอนการเข้าสู่ธรรมให้พวกเขา จึงค่อยเข้าใจรู้เรื่องง่ายหน่อย นี่คือสาเหตุที่ไม่ได้บรรยายถึงการเข้าสมาธิ ตลอดจนการบรรลุมรรคผลให้พวกเขาฟัง จะว่าไกลก็ไกล จะว่าใกล้ก็ใกล้เหมือน ๆ กับจะบอกให้ได้ แท้ที่จริงบอกไม่ได้ เรื่องการเข้าสู่สมาธิคือต้องมีบุญกุศลที่มากพอ วิญญาณจึงสามารถออกมาท่องเที่ยวได้ทั่ว แต่อย่างไรก็ไม่สามารถหลุดพ้นจากกายเนื้อ ถ้าหากเข้าสู่สมาธิแล้ว ไม่สามารถออกจากสมาธิเวลาเพียงไม่นานนัก กายเนื้อก็จะเน่าเปื่อยเหมือนคนปกติทั่วไปหมายความว่าวิญญาณได้ออกจากร่างไปแล้วก็เหมือนคนทั่วไปที่ตาย เวลาผ่านไปไม่กี่วันร่างกายก็จะพังทลาย และจะสลายไปในที่สุด

⭐️⭐️ ดังนั้นในช่วงเวลาที่เข้าสู่สมาธิแล้วก็ต้องหาทางออกจากสมาธิ ให้ปฏิบัติอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ จะค่อย ๆ ก้าวหน้า ก็จะสามารถไปถึงขั้นสภาวะของภายนอกกาย อะไรเรียกว่ากายนอกกานก็คืออยู่ข้างนอกของกายเนื้อจะมีกายหนึ่ง ถึงตอนนั้นวิญญาณก็สามารถไปห่างจากกายเนื้อได้ พูดง่าย ๆ คือ ว่าเมื่อเข้าสู่สมาธิแล้วไม่จำเป็นต้องหาทางออกจากสมาธิอีก วิญญาณก็ยังอยู่เป็นดวงไม่แยกแตกสลาย เมื่อถึงขั้นนี้ ก็สามารถหลุดพ้นจากกายเนื้อได้สำเร็จมหาธรรมแล้ว

???#แต่ว่าการที่จะไปถึงสภาวะเช่นนี้ได้ ไม่ใช่เพียงการนั่งฌานให้ลึกหรือไหว้พระสวดมนต์เท่านั้น ยังต้องสั่งสมบุญกุศลให้เต็มถึง 3,000 กุศล ต้องผ่านทุกข์ยากหมดสิ้นทุกอย่าง จึงจะมีความหวัง เธอไม่เห็นหรือเมื่อก่อนพระพุทธเจ้าได้ผ่านมารดีดขวางนานัปการ จึงจะบรรลุธรรม การบำเพ็ญกุศลของเราเวลานี้ นับว่ายังไม่ได้ครึ่งหนึ่งของพระพุทธเจ้า เมื่อกุศลยังไม่ได้สั่งสม ยังไม่ได้ผ่านทุกข์ยาก จะทำให้สำเร็จธรรมนั้น หนทางยังอีกไกลนัก แต่ขอให้มีจิตใจแน่วแน่ ก็จะไม่เปลืองแรงเปล่า ก็อย่างที่เธอสามารถเข้าสู่สมาธิก็เป็นหลักฐานยืนยันได้ ขอให้อดทนบำเพ็ญต่อไป ศิษย์บางคนบำเพ็ญได้ขนาดนี้แล้ว บางคนบำเพ็ญมาคงถึงขั้นสูงกว่าข้าพเจ้าแน่ แล้วเหตุไฉนจึงไม่บรรลุมรรคผลสู่ปทุมอาสน์

⭐️⭐️ ทั้งนี้เป็นเพราะยังไม่หมดเคราะห์กรรม กุศลยังไม่เต็ม ครูมีญาณหยั่งรู้ได้เอง หากแต่ไม่พูดให้ใครฟังเท่านั้น ยังคงแอบบำเพ็ญกุศลอย่างเงียบ ๆ

#แม่ครูน้อย

Similar Posts

  • พลังจิตของเราเป็นสิ่งที่จำเป็น

    พลังจิตของเราเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อกำลังวิญญาณจิตเชื่อมโยงกับ #สมองวิธีคิด ถ้าสมองดีจิตดีจิตจะดี จะแจ่มใสเบิกบานผู้นั้นต้อง #มีสมองที่ดี แตกฉานด้านปัญญา กำลังของสมองนี้จะส่งคลื่นที่ดีไปยัง #จิตและยกกำลังให้จิตมีพลัง จากนั้นจึงสั่งจิตให้โชคดีในสิ่งที่อันควรของกำลังวิญญาณ บางคนบรรลุธรรมได้เพราะสมองเชื่อ และสั่งจิต โปรดระวังคลื่นสมองของคุณใช้ของสำคัญนี้ เชื่อมต่อกับสภาวะที่สูงกว่าเช่นสภาวะพุทธะ คำสอนครูบาอาจารย์อยู่ใกล้คนที่ฉลาด จะทำให้คุณได้รับนิวรอน แห่งปัญญาญาณ

  • ชีวิตในชาติหนึ่งๆ กับทั้งสุขทุกข์ต่างๆ

    ชีวิตในชาติหนึ่งๆ กับทั้งสุขทุกข์ต่างๆเกิดขึ้นเพราะกรรมที่แต่ละตัวตนทำไว้ฉะนั้น ตนเองจึงเป็น ผู้สร้างชาติคือความเกิดและความสุขทุกข์ของตนแก่ตน หรือผู้สร้างก็คือตนเอง แต่มิได้ไปสร้างใครอื่น เพราะใครอื่นนั้นๆ ต่างก็เป็นผู้สร้างตนเองด้วยกันทั้งนั้น จึงไม่มีใครเป็นผู้สร้างให้ใคร และเมื่อผู้สร้างคือตนสร้างให้เกิดก็เป็นผู้สร้าง ให้ตายด้วย ทำไมผู้สร้างคือตนเองจึงสร้างชีวิตที่เป็นทุกข์เช่นนี้เล่า ปัญหา นี้ตอบว่า #สร้างขึ้นเพราะความโง่ ไม่ฉลาดคือไม่รู้ว่าการสร้างนี้ก็คือสร้างทุกข์ขึ้นถ้าเป็นผู้รู้ฉลาด เต็มที่ก็จะไม่สร้างสิ่งที่เกิดมาต้องตาย

  • วันนี้ครูเดินทาง#มายังกองอำนวยการร่วม#กิ่งกาชาดอำเภอแม่สอด#หมู่บ้านมหาวัน

    วันนี้ครูเดินทาง#มายังกองอำนวยการร่วม#กิ่งกาชาดอำเภอแม่สอด#หมู่บ้านมหาวัน เพื่อนำ ม่าม่าหม้อไฟจำนวน 550 ชิ้นน้ำดื่ม 550 ขวด และขนมมาส่งมอบให้กับผู้ลี้ภัย (รอบที่1) เจ้าหน้าที่ศูนย์ได้แจ้งว่า สถานที่ดังกล่าวเป็นสถานที่ที่มีความเสี่ยงและยังไม่ปลอดภัยจึงไม่อนุญาตให้เข้าไปและงดการบันทึกภาพ เจ้าหน้าที่ทหารจะนำสิ่งของดังกล่าวไปส่งมอบให้กับผู้ลี้ภัยครูและทีมงานขอขอบคุณผู้ อนุเคราะห์ทุกท่านที่ร่วมปั่นแบ่งในกิจกรรมในครั้งนี้ ขณะนี้มาม่าหม้อไฟรอบที่ 2 จำนวนเพิ่มอีก 500 ชิ้นอยู่ในระหว่างการผลิตครูจะนำส่งทันทีเมื่อแล้วเสร็จน้ำดื่มประตูธรรม๕หนเหนือรอแล้วเสร็จเช่นกันภายใน 7-14 วันครูจะอัพเดททันทีที่เสร็จสิ้น สำหรับรายนามผู้ร่วมสร้างครูจะถ่ายทอดสดแจ้งรายละเอียดในลำดับถัดไปค่ะครูขอขอบคุณทุกท่านที่กรุณาในครั้งนี้ครูจะอัพเดทชุดวีดีโอให้รับชมนะค่ะ

  • หากคุณขาดวิสัยทัศน์ที่

    #หากคุณขาดวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนคุณจะยอมแพ้อย่างง่ายดายเมื่อต้องเผชิญกับความท้าทายระหว่างทางเพราะคุณลืมสิ่งที่คุณเป็นอยู่หลังจากนั้น พัฒนาวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนว่าคุณต้องการอยู่ที่ไหนและอย่าให้อะไรมาหยุดคุณได้ ดูตัวเองว่าคุณอยากเป็นใครคุณพูดอย่างไรคุณเดินอย่างไรคุณมีงานอดิเรกแบบไหน ทำตามหัวใจของคุณและเคารพความสนใจของคุณ ไม่ว่าคุณจะอยากลองอะไรให้รู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร #แก่นแท้ของคุณที่อยู่ในอาณาจักรที่สูงขึ้นนี้อาจแยกหรือเดินทางลงไปยัง มิติ ที่ไม่ใช่โลก #แต่สามารถเข้าถึงได้โดยผู้ที่อาศัยอยู่บนโลก นี่คือมิติหรือขอบเขตของตัวตนที่สูงขึ้น #ในดินแดนนี้พลังวิญญาณของคุณ(ซึ่งเรียกว่าตัวตนที่สูงขึ้นเทวดาประจำตัว กายทิพย์ ของคุณ ) สามารถนำทางคุณและทำงานร่วมกับมนุษย์อย่างคุณได้  เกือบจะเหมือนกับว่าตัวตนที่สูงขึ้นของคุณเป็นคู่มือวิญญาณประเภทหนึ่ง แต่จริงๆแล้วมีแค่คุณเท่านั้น! #ตัวตนที่สูงขึ้นของคุณ ( พลังวิญญาณ ) มีความเข้าใจและตระหนักเกี่ยวกับการเดินทางบนโลกของคุณมากกว่าที่คุณอาศัยอยู่บนโลกซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาจึงสามารถนำทางคุณและกระตุ้นให้คุณก้าวไปข้างหน้า คุณสามารถปรับตัวให้เป็นตัวตนที่สูงขึ้นได้ตลอดเวลาและรับคำแนะนำด้วยความรักจากคุณ! #ก็ต่อเมื่อคุณได้เรียนรู้ที่จะเปิดใจในระดับที่สูงขึ้นเท่านั้นที่คุณจะสามารถเข้าถึงส่วนนี้ของคุณได้

  • นี่คือสัญญาณบางอย่างที่บ่งบอกว่าคุณอาจเป็นคนลึกลับ

    ?️? #นี่คือสัญญาณบางอย่างที่บ่งบอกว่าคุณอาจเป็นคนลึกลับ 1) #การเชื่อมต่อส่วนบุคคลมากกว่าข้อความและหลักคำสอนนักเวทย์ต้องการเชื่อมต่อกับจิตวิญญาณ เป็นการส่วนตัว แทนที่จะพึ่งพาประสบการณ์ทางจิตวิญญาณของคนอื่น พวกเขาชอบที่จะได้ยินเกี่ยวกับประสบการณ์ของผู้อื่น แต่ไม่ได้ผูกติดอยู่กับพวกเขา 2) #ตั้งคำถามเสมอ โดยธรรมชาติแล้ว ผู้วิเศษคือพวกนอกรีต พวกเขาถามคำถามที่บางคนคิดว่าไม่ควรถาม พวกเขาสงสัยเกี่ยวกับธรรมชาติของมนุษย์และธรรมชาติของการดำรงอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบความเชื่อทางศาสนา ไม่ยึดติดกับกระบวนทัศน์แบบเก่า 3) #อาศัยสัญชาตญาณ มีความสามารถในการพึ่งพาความเข้าใจอย่างถ่องแท้และการรับรู้โดยสัญชาตญาณ สิ่งเหล่านี้จำเป็นสำหรับผู้แสวงหาทางจิตวิญญาณ 4) #มองเห็นความจริงภายใน วัดความสำเร็จบนเส้นทางจิตวิญญาณตามการนำทางภายในของตนเอง มากกว่ารูปแบบและพิธีกรรมภายนอกบางอย่าง จุดประสงค์เดียวของพิธีกรรมคือการกระตุ้นให้เกิดความเข้าใจบางอย่างภายใน 5) #มองขึ้นไปบนดวงดาวด้วยความประหลาดใจ เวลามองขึ้นไปบนฟ้า ทำให้คุณหลุดพ้นจากความเป็นตัวเองหรือไม่? แม้ว่าคุณจะไม่ได้คิดถึงความเวิ้งว้างของจักรวาล แต่สิ่งนี้ก็ยังเป็นสัญญาณของการมองโลกที่ลึกลับ ซึ่งหมายความว่าคุณกำลังเชื่อมต่อกับความจริงที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในจักรวาล 6) #รู้สึกเห็นอกเห็นใจกันมาก บ่อยครั้งมากเกินไป มีแนวโน้มที่จะอยู่เหนืออัตตา ดังนั้นขอบเขตระหว่างตนเองกับผู้อื่น #จึงไม่ถือตน 7) #การเชื่อมต่อกับธรรมชาติ ความรู้สึกผ่อนคลายเมื่อคุณอยู่ห่างจากอารยธรรมเป็นเรื่องปกติสำหรับผู้ลึกลับ ไม่เพียงเพราะความโดดเดี่ยว แต่ยังเพราะความมหัศจรรย์ของโลกธรรมชาติปรากฏขึ้นต่อหน้าเราเมื่อเราไม่ถูกรบกวนจากเมือง 8. #การอุทิศตนเพื่อความจริง รักในข้อเท็จจริงและความรู้ ตรงข้ามกับความคิดเห็นและการคาดเดา ผู้แสวงหาความจริงที่แท้จริงนั้นหายาก

  • อย่าประมาทตนอย่าประมาทข้อธรรม

    #อย่าประมาทตนอย่าประมาทข้อธรรม22-1-2022ครูได้มาคัดสรรคขนมไทย #ที่ร้านหอมรัญจวนจ.เชียงราย เพื่อนำไปถวายเป็นภัตตาหารเลี้ยงพระในวันที่ 23 มกราคม ที่วันถ้ำป่าอาชาทอง จ.เชียงราย ซึ่งปีนี้ครูและนักเรียนร่วมเป็นเจ้าภาพซื้อที่ดินจำนวน 1 ไร่ สนับสนุนกองงานศาสนาร่วมซื้อที่ดิน สร้างเขตธุดงค์กรรมฐาน เป็นเงิน50,000 บาท โดยมีท่านนายกกาญจนา(คุณติ๊ก)นายกเทศบาล บ้านหลวงศิริ จ.ชัยภูมิหนึ่งในนักเรียนที่ครูสอน และครูฟอร์ดSchool of life ร่วมชิมขนมและคัดสรรคของคาวหวาน ถวายพระอริยะสงฆ์ในวันออกนิโรธสมาบัติ ครูบาเหนือชัย โฆสิโตซึ่งปีนี้ครูไม่ได้ไปร่วมงานในวันดังกล่าวเพราะติดงานสอน นร.รุ่น 47 คุณติ๊กได้ถามครูว่าเหตุใดแม่ครูรู้ธรรมแล้วด้วยปัญญาเช่นนี้จึงต้องสนทนาธรรมอีก#ครูได้ให้ปัญญาคุณติ๊กว่าบัณฑิตคือผู้เป็นพหูสูตควรคบหาบัณฑิตด้วยกันแม้เราจะเก่งกล้าสามารถแต่ก็ต้องลดตัวเพื่อสอบความรู้ตนเอง ถ้าเราเข้าใจดีแล้วว่า สิ่งที่เรารู้นั้นถูกก็จงกาเครื่องหมายลงในข้อชอบจากนั้นลองหาคู่ธรรมตรวจเครื่องหมายดูให้เราชัดเจนและไม่ประมาทในการใช้ชีวิตด้วยสติบัณฑิตควรมี ธรรม 8 ประการสังฆเภทขันธกะดังนี้1. ฟังคนอื่น2.ทำให้คนอื่นฟังตน 3.คงแก่เรียน 4.ทรงจำดี 5.รู้คำพูดของคนอื่น 6.ทำให้คนอื่นรู้คำพูดของตน 7.ฉลาดในประโยชน์และมิใช่ประโยชน์ 8.ไม่ชวนทะเลาะโดยเฉพาะหลักธรรมข้อที่ว่าด้วยการฟังคนอื่น : ผู้ไกล่เกลี่ยจะต้องไม่ยึดติดความคิดเห็นของตนเป็นที่ตั้ง แต่จะต้องฟังคนอื่นบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะต้องฟังคู่กรณีแห่งความขัดแย้งคงแก่เรียน : ผู้ไกล่เกลี่ยจะต้องเป็นพหูสูตคือสดับตรับฟังมากในศาสตร์ต่างๆ ซึ่งจะต้องนำมาเป็นข้ออ้างอิง และเกื้อกูลต่อการเจรจาผู้ไกล่เกลี่ยรู้คำพูดของคนอื่น : ผู้ไกล่เกลี่ยจะต้องมีความรู้มีความเข้าใจในภาษา และเนื้อหาที่คู่กรณีแต่ละฝ่ายพูดเป็นอย่างดีว่าหมายถึงอะไรทำให้คนอื่นรู้คำพูดของตน : ผู้ไกล่เกลี่ยจะต้องมีศิลปะในการพูดให้คนอื่นฟังโดยเฉพาะอย่างยิ่งคู่กรณีเข้าใจคำพูดของตนว่า สิ่งที่ตนพูดหมายถึงอะไร ผู้เป็นบัณฑิตทุกคนแม้จะเป็นผู้มีความรู้ความสามารถแต่ก็ต้องแสดงความรู้ความสามารถของตนให้บัณฑิตผู้รู้เป็นผู้รับฟังในทัศนคติด้วย ครูมีพระอาจารย์สุทธิพงษ์…