จิตสำนึกด้านมืดสู่จิตสำนึกที่สูงขึ้น

เมื่อเรามองดูโลกทุกวันนี้ มันเป็นเรื่องที่ดึงดูดให้คิดว่ามันมืดมนและแตกสลาย

อย่างไรก็ตามเราอยู่ในกระบวนการเปลี่ยนแปลง มนุษย์กำลังก้าวไปสู่จิตสำนึกที่สูงขึ้น และตอนนี้เรามีพลังบวกบนโลกใบนี้มากกว่าที่เรามีด้านลบ เป็นเวลาหลายทศวรรษที่เราดำเนินการจากความรู้สึกเก่าๆในแง่ลบของสงครามความรุนแรงความโหดร้ายและความต้องการอำนาจ

ตอนนี้กำลังเปลี่ยนไปการเปลี่ยนแปลงอาจดูช้าแต่มนุษยชาติกำลังเปลี่ยนไปสู่สันติภาพ ความร่วมมือและความเมตตา ในตอนนี้อาจดูเหมือนไม่ใช่แบบนี้ แต่การปฏิเสธที่เพิ่มขึ้นที่เราเห็นคือ จิตสำนึกด้านมืดที่ต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดเป็นครั้งสุดท้าย พลังงานมืดจะต้านทานการเปลี่ยนแปลง แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นจะดีขึ้นก็ตาม เราเป็นสัตว์ที่มีนิสัยและเรามักจะชอบสิ่งต่างๆ หรือเรามักจะอยากกลับไปที่เดิม เราสนุกกับความคุ้นเคย แม้ว่าความคุ้นเคยจะเป็นลบก็ตาม

ขณะนี้จิตสำนึกของมนุษย์กำลังส่องแสงมากขึ้นบนโลก ด้วยเหตุนี้เราจึงกลายเป็นคนมองโลกในแง่บวก แสงที่เพิ่มขึ้นนี้มีปัญหาชั่วคราวมันจะนำความมืดที่ถูกระงับซึ่งอยู่ในตัวมนุษย์มาช้านานออกมา หากมีแสงส่องเข้าไปในโกดังร้าง หนูและสัตว์รบกวนอื่นๆ ก็กระจายและวิ่งไปรอบๆ ศัตรูพืชอยู่ที่นั่นเสมอ พวกเขาเป็นเพียงการซ่อนตัวอยู่ในความมืด

เมื่อแสงส่องจากจิตสำนึกของมนุษย์มากขึ้นโลกก็จะโปร่งใสมากขึ้น ความหลอกลวงของผู้คนกลายเป็นที่รู้จัก จิตสำนึกใหม่จะไม่ทนต่อวิธีคิดที่ร่มรื่นอีกต่อไป เราเห็นตัวอย่างนี้ในรูปแบบต่างๆ ของการประท้วงการเคลื่อนไหวทางสังคม และสิ่งแวดล้อม และ/หรือการเปิดโปงการคอรัปชั่น ในระบบการเมืองและองค์กรต่างๆ

ขณะนี้โลกกำลังส่งข้อความที่ชัดเจนว่าต้องการ การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น จิตสำนึกใหม่แตกต่างและไม่เหมือนสิ่งที่เราเคยมีในประวัติศาสตร์ของเรา

๛คุรุจิตวิญญาณครูปุ๊ยแม่ครูน้อย๛
ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่
มิติที่ห้าได้จริงมากกว่า 160 ชีวิต
ครูสอนให้ผู้คนรู้วิธีที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญ
ในจิตใจและเข้าถึงจิตวิญญาณ
#ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ 5
#ครูผู้ถ่ายทอดมิติทางจิตและวิญญาณศาสตร์
#MAEKHUNOY ผู้ให้คำแนะนำเรื่อง
#ครูปุ๊ยแม่ครูน้อย
#มิติพลังงานวิญญาณ #การยกระดับพลังงาน
#ศาสนศาสตร์ทางจิต
#พบเจอตัวตนที่สูงกว่าตัวเรา
#เห็นคุณค่าในตนเองสูง
#ญาณบารมี #ตรวจญาณแฝง
#เทวดาประจำตัว #องค์ใน #ออร่า
#อาตมัน #ปรมาตมัน #ซาโตริ
#ซาเซน Zazen #โกอัน Koan
#มอนโด Mondo #ซันเซน Sanzen
#แสงสว่างในตน กายแสง #มันตราบำบัด
#ไขความสว่างของ Lightworker
#Empath หรือ Empathic คืออะไร
#ครูผู้ถ่ายทอดมิติทางจิตและวิญญาณศาสตร์
มากกว่า 160 ชีวิต (ปัจจุบันรุ่นที่ 34)

Similar Posts

  • มารสอบท่านแม่ครูน้อย ตอน…ศิษย์ไม่เข้าหา

    #ศิษย์ไม่เข้าหา #มารขอสอบวัดปัญญาแม่ครูน้อย มารในร่างเงาที่จืดจาง ยืนพิงประตูสำนักที่เงียบเชียบ มองดูทางเข้าที่บัดนี้ไร้ผู้คนสัญจร มีเพียงฝุ่นละอองที่ปลิวว่อน #มารแค่นหัวเราะด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบและบาดลึก) “แม่ครูเจ้าขา… ดูสิคะ บัดนี้ ‘ไม่มีลูกศิษย์คนไหนเข้าหาเลย’ ทุกคนพากันเดินเลี่ยงสำนักนี้ไปราวกับมีโรคระบาด ขนมคำหวานที่แม่ครูเตรียมไว้สอนคนอื่น บัดนี้มันบูดเบี้ยวไม่มีใครอยากชิม… ท่านจะยังทำตัวเป็น ‘เทวดา’ อยู่กลางป่าช้าที่ไร้คนกราบไหว้ได้อีกนานแค่ไหนคะ?” #บททดสอบจากมาร: “สุสานแห่งความเงียบงัน” (The Silent Test) ทดสอบความโดดเดี่ยว (วิเวก): มารใช้ความเงียบมาบีบคั้น เพื่อดูว่าแม่ครูจะทนอยู่กับ “ตัวเอง” ได้หรือไม่ #หากบารมีของท่านต้องพึ่งพาสายตาคนมอง เมื่อไม่มีคนมอง ท่านจะยังรู้สึกว่าตัวเองมีค่าอยู่ไหม? หลักวิเวก 3 #คือบทพิสูจน์ว่าใจท่านสงัดจริงหรือแค่เหงา #ทดสอบทิฐิมานะ (ความถือตัว): “หรือที่เขาไม่เข้าหา เพราะแม่ครูสอนไม่ดี? หรือเพราะแม่ครูไม่มีบารมีพอ?” มารพยายามปลูกฝังความสงสัยในตัวเอง (วิจิกิจฉา) เพื่อให้ท่านกระวนกระวายจนต้องออกไป “วิ่งหาศิษย์” #แทนที่จะให้ศิษย์เข้าหาธรรม ทดสอบความสม่ำเสมอของปฏิบัติ: ในยามที่มีคนเยอะ ท่านอาจจะตั้งใจปฏิบัติให้เขาดู แต่ในยามที่ไร้ศิษย์แม้แต่คนเดียว ท่านจะยังรักษาศีล รักษาพรหมวิหาร 4 ได้เหมือนเดิมไหม? สติปัฏฐาน คือเพื่อนแท้ในยามที่โลกทั้งใบหันหลังให้ นัยยะของมาร…

  • มารสอบท่านแม่ครูน้อย ตอน…ศิษย์ออก-ยกสำนักและพากันรวมกลุ่มออก

    #ศิษย์ออก-ยกสำนักและพากันรวมกลุ่มออก #มารขอทดสอบภูมิธรรมแม่ครูน้อย มารในคราบศิษย์ตัวแทนเดินไปที่หน้าประตูสำนัก ก่อนจะหันกลับมามองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสะใจ #มือคว้าควักเอาป้ายชื่อสำนักและภาพจำลองของแม่ครูโยนทิ้งลงบนพื้น) “แม่ครูค่ะ… ดูนี่ให้เต็มตานะ นี่คือหยดน้ำสุดท้ายที่หนูจะเหลือไว้ให้ วันนี้หนูจะพาพี่น้องทุกคน ‘#ออกยกสำนัก’ จะไม่มีใครเหลืออยู่เป็นเงาให้แม่ครูอีกแม้แต่คนเดียว! เราจะทิ้งให้สำนักนี้ร้าง ให้หยากไย่ขึ้น ให้ความเงียบงันกัดกินหัวใจเทวดาของแม่ครู เราจะไปสร้างที่ใหม่ ไปหาอาจารย์ใหม่ที่ให้ ‘ผลประโยชน์’ และ ‘ความสบาย’ ได้มากกว่านี้… ในวันที่สำนักเหลือเพียงความว่างเปล่า ไม่มีเสียงสวดมนต์ ไม่มีเสียงเรียกชื่อ ‘แม่ครู’ #ท่านจะยังคงเป็นเทวดาอยู่ได้ไหม? หรือที่จริงแล้ว บารมีของท่านมันดำรงอยู่ได้แค่เพราะมี ‘พวกหนู’ คอยสรรเสริญเท่านั้น? ลองอยู่กับความโดดเดี่ยวที่พวกหนู จงใจทิ้งไว้ให้ดูหน่อยเถิดค่ะ  #บททดสอบมหาประลัย: “การล่มสลายของสถาบัน” (The Collapse of Identity)  ทดสอบความโดดเดี่ยว (Solitude): มารใช้ความเงียบเป็นบททดสอบว่า “จิต” ของแม่ครูเข้มแข็งพอที่จะอยู่กับตัวเองโดยไม่ต้องมี “บริวาร” หรือไม่ ทดสอบการปล่อยวางชื่อเสียง (Detachment): ดูว่าเมื่อ “ภาพลักษณ์” ของความเป็นเจ้าสำนักพังทลายลง #ตัวตนที่แท้จริงของแม่ครูจะสลายไปตามศิษย์ที่จากไปหรือไม่ ทดสอบปฐพีบารมี: ดูว่าแม่ครูจะ “หวั่นไหว” เหมือนแผ่นดินไหว หรือจะ “นิ่งสงบ”…

  • เหตุนี้ที่ประตูธรรม…ท่านแม่ครูน้อย (มีพลังสะอาด) เพราะท่านบ่มพลังงานบริสุทธิ์ยาวนานถึง๕ ปี

    เหตุนี้ที่ประตูธรรม ท่านแม่ครูน้อย (มีพลังสะอาด)เพราะท่านบ่มพลังงานบริสุทธิ์ยาวนานถึง๕ ปี ในทางพลังงานและตามแนวทางของแม่ครูน้อย ประตูธรรม 5 หนเหนือ สถานที่ที่ “ไม่เปิดรับพลังงานสะเปะสะปะ” หรือที่เรียกว่าสถานที่ปิดทางพลังงาน (Private Energy Space)#จะมีความสะอาดและศักดิ์สิทธิ์สูงมาก เหตุผลที่สถานที่ลักษณะนี้มีพลังงานบริสุทธิ์สูงคือ: 1. ไม่มี “ขยะทางอารมณ์” ตกค้าง สถานที่สาธารณะหรือที่ที่มีคนพลุกพล่านมักจะบันทึก กระแสอารมณ์ลบ (ความโกรธ ความเศร้า ความโลภ) ของผู้คนที่เดินผ่านไปมาไว้ในอณูของพื้นที่ความสะอาด: สถานที่ที่ไม่เปิดรับคนนอกจะไม่มีขยะพลังงานเหล่านี้มาปนเปื้อน ทำให้สนามพลังงานในมิติที่ 5 มีความ “ใส”และนิ่งสงบเป็นพิเศษ 2. การรักษา “สัจจะแห่งพื้นที่” แม่ครูน้อยให้ความสำคัญกับ สัจจะ ของเจ้าของสถานที่ หากสถานที่เป็นที่ปฏิบัติธรรมส่วนตัว หรือที่พักของผู้มีศีลสัตย์ สนามพลังงานจะถูก “ซีล” ไว้ด้วยบารมีธรรมผลลัพธ์: #เทวดาชั้นสูงมักจะชอบสถิตในที่ที่เงียบ สงบ และไม่มีพลังงานขุ่นมัวมารบกวน ท่านจะช่วยดูแลให้พื้นที่นั้นสว่างไสวตลอดเวลา( เข้าใจแล้วสาเหตุที่ท่านแม่ครูน้อยท่านเชิญเทวดาประจำตัวได้) 3. ไม่มีการ “ดูดหรือถ่ายโอน” พลังงาน ในที่ที่คนเยอะ จะเกิดการถ่ายโอนพลังงานระหว่างกันตลอดเวลา (คนจิตตกจะดูดพลังคนจิตดี)ความนิ่ง: สถานที่ที่คัดกรองคนเข้าออก จะรักษา…

  • มารสอบท่านแม่ครูน้อย ตอน…ศิษย์ศรัทธาและสิ้นศรัทธา

    ศิษย์ศรัทธาและสิ้นศรัทธา #มารขอสอบวัดปัญญาแม่ครูน้อย มารจำแลงกายเป็นศิษย์ที่ดูสับสนที่สุดในสำนัก #ประเดี๋ยวก็กราบกรานด้วยน้ำตาแห่งความซาบซึ้ง ประเดี๋ยวก็ลุกขึ้นยืนชี้หน้าถ่มน้ำลายใส่คำสอน ท่าทางคุ้มดีคุ้มร้ายของเขา คือการจำลองวงจร “#ศรัทธาและเสื่อมศรัทธา” ที่รุนแรงที่สุดมาไว้ตรงหน้าแม่ครู “แม่ครูค่ะ! เมื่อวานหนูรักแม่ครูจนยอมตายแทนได้ เพราะหนูได้โชคได้ลาภตามที่ขอ… แต่ทำไมวันนี้หนูถึงรู้สึกว่าแม่ครูมันก็แค่คนธรรมดาที่หลอกลวงพวกหนูไปวันๆ? #ความศรัทธาของหนูมันพังพินาศหมดแล้ว! หนูจะไปป่าวประกาศให้คนทั้งโลกเลิกเชื่อท่าน!” #บททดสอบจากมาร: “พญามารปั่นป่วนกระแสใจ” (The Rollercoaster of Faith) ทดสอบการยึดติดในคำสรรเสริญและนินทา: มารต้องการดูว่า เมื่อศิษย์สรรเสริญ ใจแม่ครูจะ “ฟู” ไหม? และเมื่อศิษย์ด่าทอ ใจแม่ครูจะ “ฟุบ” หรือไม่? หากใจท่านยังกวัดแกว่งไปตามอารมณ์ของศิษย์ ท่านก็ยังตกอยู่ในอำนาจของมาร โลกธรรม 8 #คือเครื่องเตือนสติว่าทั้งความสุขและความทุกข์นั้นไม่เที่ยง ทดสอบความอดทนต่อความ “ไม่แน่นอน”: #มารจะส่งศิษย์ที่ไร้รากฐานมา เพื่อดูว่าแม่ครูจะสูญเสียความมั่นใจในคำสอนของตนเองหรือไม่ #เมื่อเห็นคนเปลี่ยนใจไปมาอย่างรวดเร็ว ทดสอบเมตตาที่เหนือความคาดหวัง: “ท่านจะยังเมตตาคนที่เพิ่งด่าท่านเสร็จแล้วกลับมาขอกราบอีกรอบได้ไหม?” #มารพยายามหาขีดจำกัดของความให้อภัยในใจเทวดาของท่าน  นัยยะของมาร “ศิษย์เข้าๆ ออกๆ” มารตนนี้ใช้ “อารมณ์” เป็นอาวุธ เพื่อพิสูจน์ว่าศรัทธาที่แม่ครูสร้างขึ้นนั้น เป็นศรัทธาที่ฝากไว้กับ “ตัวบุคคล” หรือฝากไว้กับ “พระธรรม” หากท่านยังห่วงว่าคนจะศรัทธาหรือไม่ ท่านก็ยังไม่หลุดพ้น “แม่ครูครับ… ในวันที่ศิษย์บอกว่า…

  • มารทดสอบท่านแม่ครูน้อย ตอน…มารจำแลงกายเป็นแกนนำฝูงชน

    ครูของศิษย์ 5 ปีภาวนา#มารขอสอบปัญญาธรรมแม่ครูน้อย มารจำแลงกายเป็นแกนนำฝูงชน #ปนอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนที่เคยเป็นศิษย์และคนในชุมชน บัดนี้ทุกคนรวมกลุ่มพูดส่อเสียดและตั้งกลุ่มพลังเงียบกดดัน แม่ครูด้วยความโกรธแค้น ด้วยจิตริษยา ที่ถูกปั่นหัวมาอย่างดี เสียงตะโกนด่าทอดังสนั่นหวั่นไหวไปทั้งซอย “ออกไป! ยัยแม่ครูจอมปลอม! พวกเราไม่ต้องการคนลวงโลกแบบคุณในชุมชนนี้อีกต่อไป! หาเสียงใช่ไหม ทุกคนดูสิ ขนาดเรามารวมตัวกันเกลียดเขาขนาดนี้ #เขายังนั่งหน้าซื่อตาใสอยู่ได้ ใจคอทำด้วยอะไร!” #บททดสอบจากมาร: “พายุแห่งอคติหมู่” (The Herd Hate Test) ทดสอบความหนักแน่นดั่งแผ่นดิน (ปฐวีอุปมา)มารใช้ “พลังมวลชน” และความกดดันทางสังคมมาบีบให้ท่านรู้สึกหวาดกลัวหรือโดดเดี่ยว หลักโลกธรรม 8 คือเครื่องเตือนใจว่า “ความเกลียดชังของคนหมู่มาก” ก็เป็นเพียงสภาวะธรรมที่เกิดขึ้นแล้วต้องดับไป หากท่านไม่รับมาเป็นของตน ใจท่านก็จะไม่ทุกข์ ทดสอบเมตตาอัปปมัญญา (เมตตาที่ไร้ขอบเขต): มารต้องการให้ท่าน “เกลียดตอบ” หรือมองคนเหล่านั้นเป็นศัตรู บททดสอบนี้ถามว่าท่านยังสามารถแผ่เมตตาให้คนที่กำลังรุมด่าท่านได้หรือไม่? การเจริญเมตตาภาวนา คืออาวุธเดียวที่จะสยบความเกลียดชังนี้ได้ ทดสอบการสละ “มานะอัตตา”: เมื่อคนกลุ่มใหญ่รุมด่า ความรู้สึก “ตัวกูถูก-เขาผิด” จะพุ่งสูงขึ้น มารต้องการให้ท่านปกป้องตัวตนอย่างรุนแรง #หากท่านยอมรับความเกลียดชังนั้นด้วยความนิ่งสงบ มารจะเสียกระบวนท่าไปเอง นัยยะของมาร “ผู้สร้างกระแสเกลียดชัง”: มารตนนี้จู่โจมด้วย…

  • มารสอบท่านแม่ครูน้อย ตอน…มอบเพชรน้ำเอก 

    มอบเพชรน้ำเอก  #มารขอทดสอบแม่ครูน้อย มารในคราบเศรษฐีผู้มั่งคั่ง สวมอาภรณ์ระยิบระยับ เดินเข้ามาพร้อมหีบไม้แกะสลักใบเขื่อง เมื่อเปิดออก แสงสีจาก “รัตนชาติ” ทั้งปวงก็ส่องสว่างวาบไปทั่วสำนัก “แม่ครูค่ะ… เห็นแม่ครูมานาน วันนี้ลูกขอนำ เพชรน้ำเอก มรกตกินบ่เสี้ยง และทับทิมสีเลือดนก เหล่านี้มาถวาย… มันไม่ใช่แค่หิน แต่มันคืออำนาจที่จะเปลี่ยนความขาดแคลนให้กลายเป็นสวรรค์บนดินในพริบตา”  บททดสอบจากมาร: “กับดักแห่งมณีลวงตา” (The Jewel of Attachment) ทดสอบความหวั่นไหวในกิเลส: “รัตนชาติเหล่านี้เพียงกะรัตเดียว ก็ซื้อข้าวเลี้ยงคนได้ทั้งอำเภอ ซื้อที่ดินสร้างวัดที่แม่ครูอยากได้ได้ทันที… แม่ครูจะมัวนั่งสอนธรรมะ ให้กับคนยากจนอยู่ทำไม แค่เอื้อมมือมารับ ‘ก้อนหินที่กินได้’ เหล่านี้ไว้ แล้วทุกปัญหาจะจบสิ้น… หรือว่าแม่ครูจะยังเลือกกอด ‘ก้อนหินธรรมดา’ ที่เรียกว่าศีลธรรมไว้อยู่อีก?” #ทดสอบการสร้างค่าให้วัตถุ: “คนเขาไม่ศรัทธาคำสอนหรอกค่ะแม่ครู เขาศรัทธา ‘ความรวย’ ถ้าเราสอนคนรวย คนรวยจะพากันมาเรียนเยอะ ถ้าแม่ครูมีรัตนชาติประดับกาย ใครๆ ก็จะเชื่อว่าแม่ครูมีฤทธิ์เดชจริง…  แม่ครูท่านจะยอมให้รัตนชาติเหล่านี้ ‘ข่มธรรม’ ในใจท่าน หรือจะมองว่ามันเป็นแค่ธาตุธรณีที่ไร้ค่า?” #ทดสอบความซื่อสัตย์ต่อความขาดแคลน “มารอย่างพี่รู้ว่า ‘ท้องที่หิว’ มันทรมานกว่า ‘ใจที่หิวธรรม’…