จงใช้ชีวิตศึกษาและเรียนรู้

??จงใช้ชีวิตศึกษาและเรียนรู้กับจิตวิญญาณอย่างแท้จริงใครไม่อยากอยู่ด้วยคุณก็อยู่คนเดียวเพื่อนและความมั่งคั่งที่คุ้นเคยและวัตถุต่างๆต่างก็เย้ยหยัน#ดังนั้นจงทิ้งมันไปความทะเยอทะยานและก้าวร้าวจะเกิดหากคุณอยู่กับคนอื่นๆ#ใช้ชีวิตด้วยตัวคุณเองและฝึกฝนจิตวิญญาณ

Similar Posts

  • มหามติ

    มหามติ! เรามุ่งหมายธรรม ๒ ประการจึงกล่าวคำเช่นนั้นธรรม ๒ ประการอะไรบ้างเล่า? ก็ได้แก่ สภาวะธรรมอันจะเข้าถึงเฉพาะตน และ สภาวะธรรมอันดำรงเช่นนั้นมาแต่เดิมมหามติ! เรามุ่งหมายธรรม ๒ ประการนี้แลจึงกล่าวคำเช่นนั้นแล#ความหมายอันล้ำลึกแห่งสภาวะธรรมอันจะบรรลุด้วยตนเอง เป็นอย่างไรเล่า? นั่นก็ได้แก่ สิ่งที่บรรลุโดยตถาคต #เป็นสิ่งที่เราบรรลุด้วยตนเอง ไม่เพิ่มและไม่ลดวิถีดำเนินแห่งการบรรลุได้ด้วยลำพังตนนั้น พ้นไปจากถ้อยคำและการแบ่งแยก เป็นอิสระจากสุดขั้วสองข้าง#แห่งการใช้ภาษา (อักษรคติ)#และสภาวะธรรมอันดำรงเช่นนั้นมาแต่เดิม เป็นอย่างไร? มหามติ! #นั่นก็คือ สิ่งเก่าดั้งเดิมแห่งธรรมดา เปรียบประดุจเงิน ทอง แก้วมุกดาที่มีอยู่แล้วตามธรรมชาติ (#รอให้ผู้คนค้นพบ) ธรรมธาตุนี้สถิตดำรงอยู่เสมอไม่ว่าตถาคตจะอุบัติหรือไม่ก็ตาม เป็นสภาพธรรมชาติ (ธรรมดา) แห่งธรรมทั้งหลาย เป็นสภาวะที่ดำรงอยู่เสมอ (ธรรมสถิติตา) เป็นกฎธรรมชาติ (ธรรมนิยามตา) เป็นประดุจดั่งหนทางนำเข้าสู่เมืองโบราณนั่นแล มหามติ!#มหามติเอย! เปรียบดั่งบุรุษคนหนึ่งเดินเข้าไปในดงป่าและค้นพบเมืองโบราณพร้อมทั้งหนทางที่นำเข้าไปในเมือง เมื่อเขาเข้าไปในเมืองนั้นแล้วก็จะได้พักผ่อนและเพลิดเพลินไปกับลักษณะอันงดงามของเมืองนั้น #ไปให้ถึงเทวดาประจำตัวสภาพธรรมเดิมแท้ของจิต

  • เทวดาประจำตัวเชื่อมต่อกับคุณเมื่อ

    #เทวดาประจำตัวเชื่อมต่อกับคุณเมื่อคุณเป็นตัวเองวิธีในการดึงดูดคนที่เห็นคุณค่าคุณอย่างแท้จริงเราทุกคนต้องการคุณสมบัติพื้นฐานที่เหมือนกันในความสัมพันธ์ ความเคารพความรักความมั่นใจการเปิดกว้างและการเติบโตมีเพียงไม่กี่อย่าง เราทุกคนต้องการคนที่ทำให้เรารู้สึกต้องการและชื่นชอบ ด้านล่างนี้เป็นวิธีการดึงดูดคนรักที่ชื่นชอบเรา#เป็นตัวเองหากคุณต้องการใครสักคนที่จะรักคุณในแบบที่คุณเป็นคุณต้องแสดงความเป็นตัวตนที่แท้จริงของคุณ คุณจะทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นด้วยการพรรณนาตัวเองชีวิตและความสัมพันธ์มีความซับซ้อนพอกับบุคคล คุณไม่สามารถเติบโตไปพร้อมกับใครบางคนได้อย่างแท้จริงหากพวกเขาประสบกับลักษณะที่ผิด ๆ ของบุคลิกภาพของคุณ คุณต้องแสดงให้เห็นถึงมุมมองและความแข็งแกร่งเมื่อคุณเป็นของแท้Camp-46

  • จิตใจเล็ก

    จิตใจเล็กไม่สามารถเข้าใจวิญญาณ ที่ยิ่งใหญ่ได้ การจะมีจิตใจที่ยิ่งใหญ่ได้ คุณต้องเต็มใจที่จะถูกเยาะเย้ย เกลียดชัง และเข้าใจผิด ?️? #เข้มแข็งไว้

  • สถานที่ที่เทวดามิจฉาทิฏฐิกลัวที่สุดไม่ใช่สถานที่ที่เน้นการปลุกเสกของขลัง แต่คือสถานที่ที่ผู้คนรักษาความดี

     #ถึงประตูธรรม (๑๑/๑/๖๙)  เมื่อเทวดาประจำตัวกลายร่างเป็นจิตมิจฉาทิฐิ จิตมิจฉาทิฏฐิ ไม่กล้าเข้าประตูธรรม (เพราะพลังบริสุทธิ์) หนาแน่น ทั้งที่อยากไปแต่มีพลังบางอย่างยันไว้ไม่สามารถเข้าได้ #เทวดามิจฉาทิฏฐิ หรือพลังงานลบไม่กล้าเข้าไปใกล้ คือสถานที่ที่มี “คลื่นพลังงานบริสุทธิ์”และมีฐานของ สัจจะบารมี ที่มั่นคงมากพอ สถานที่ที่รักษา “สัจจะ” อย่างเคร่งครัด ที่ใดที่ผู้คนในสถานที่นั้น (เช่น วัด หรือสำนักปฏิบัติธรรม) #มีความซื่อตรงต่อคำพูดและการกระทำ ไม่มีการโกหกหลอกลวง พลังงานจากสัจจะนี้จะสร้างกำแพงพลังงานที่เข้มแข็งที่สุด #ซึ่งเทวดามิจฉาทิฏฐิที่เน้นการบิดเบือนความจริงไม่สามารถฝ่าเข้ามาได้ สถานที่ที่มีแต่ “พลังความกตัญญู” ในสถานที่ที่ผู้คนแสดงความเคารพและกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และผู้มีพระคุณอย่างแท้จริง พลังงานความกตัญญูนี้เป็นคลื่นความถี่สูงมากในมิติที่สูง(เหนือทิพย์) #ทำให้สถานที่นั้นสว่างไสวด้วย แสงสว่างจากบุญ จนพลังงานมืดไม่สามารถสถิตอยู่ได้ สถานที่ที่เน้น “ใจเบา ใจสบาย” เป็นหลัก สถานที่ที่ผู้คนไม่แบกความเครียด ไม่ตัดสินผู้อื่น (ไม่เพ่งโทษ) แต่รักษาใจให้ว่างและเป็นกลางอยู่เสมอ จะมี พลังบริสุทธิ์ #ที่ทำให้เทวดามิจฉาทิฏฐิรู้สึก “ร้อน” หรืออึดอัดจนอยู่ไม่ได้ เพราะคลื่นพลังงานไม่ตรงกัน สถานที่ที่ไร้ “รอยรั่วทางบุญ” (ไร้นินทา) หากสถานที่นั้นไม่มีการนินทาว่าร้าย หรือการใส่ร้ายป้ายสีกัน พลังงานจะรวมเป็นหนึ่งเดียวและไม่มีช่องโหว่ให้พลังงานลบเข้าแทรกแซงได้ ซึ่งจะช่วยปิดกั้น มารทดสอบ ได้อย่างถาวร  #สถานที่ที่เทวดามิจฉาทิฏฐิกลัวที่สุดไม่ใช่สถานที่ที่เน้นการปลุกเสกของขลัง แต่คือสถานที่ที่ผู้คนรักษาความดีพื้นฐานอย่าง สัจจะ…

  • สุษุมนา

    #สุษุมนา คือ ไขสันหลังหรือช่องทางเดินชีวิตของกายทิพย์กายแสงอันปราณีตของมนุษย์ ปราณหรือประจุพลังชีวิตซึ่งเป็นกาบวิญญาณชั้นที่สองในบรรดากาบอุ้มวิญญาณสามชั้น กายเหตุหรือกายดำริ กายทิพย์และกายเนื้อกายทิพย์มีอำนาจให้ชีวิตแก่กายเนื้อเช่นเดียวกับที่ประจุไฟฟ้าทำให้หลอดไฟเกิดความสว่างในสมาธิภาวนาเมื่อจิตท่านสู่ภายในและไหลเข้าสู่กระแสชีวิต สุษุมมา มุนีจะได้ประสบการณ์อภิจิตอันเกษมหยั่งรู้ทิพยสัจจะคือรู้เหตุและสารัตถะแห่งสิ่งสร้าง#จิตของคุรุผู้นำทางศิษย์สู่แดนแห่งบรมวิญญาณ#ด้วยพรและญาณปัญญาอันเก่าเก่านิรันดร์ #ความเกษมที่ยิ่งลึกล้ำเมื่อผู้แสวงหาจิตวิญญาณพ้นจากกายไปรวมกับบรมวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ทั่ว#จงอย่าถอยหนีนกที่อยู่ในกรงจนชินมักจะลังเลเมื่อมีโอกาสที่จะพ้นจากกรงขังกลับสู่อิสรภาพทำนองเดียวกันวิญญาณที่จองจำอยู่กับกายอาจหวั่นไหวเมื่อแรกได้ประสบการณ์ความเกษมอันสถิตทั่วในสมาธิลึกแห่งโยคะ

  • “ศิษย์เดินทิ้งครู” คือสภาวะที่น่าเป็นห่วงที่สุดในทางพลังงานมิติที่ 5

    #ศิษย์เดินทิ้งครู” คือสภาวะที่น่าเป็นห่วงที่สุดในทางพลังงานมิติที่ 5 #เพราะไม่ใช่แค่การเลิกติดตามอาจารย์ แต่หมายถึงการที่ศิษย์ “เดินทิ้งความกตัญญูและสัจจะ” จนสายใยบารมีขาดสะบั้น 1. เดินทิ้งเพราะ “อัตตา” (จิตหลงตน) เมื่อศิษย์เริ่มมีบุญหนุนนำ เริ่มทำมาหากินคล่องตัวขึ้น มักจะเกิดความคิดว่า “ฉันเก่งเอง ฉันทำเองได้” จนลืมรากแก้วที่ครูบาอาจารย์เคยช่วยอุดรอยรั่วและชี้ทางทรัพย์ให้#ผลที่เกิด: เมื่อเดินทิ้งครูด้วยใจที่ลำพอง ท่อพลังงานบารมีจะถูกปิดทันที เราจะกลายเป็นคน “บารมีขาด” และเมื่อถึงคราวเคราะห์หรือโดน “มารสอบ” หนักๆ จะไม่มีเกราะป้องกันจนดวงตกอย่างรวดเร็ว 2. เดินทิ้งเพราะ “#ทนคำดุไม่ได้” (สอบตกมารทดสอบ) #ครูบาอาจารย์ที่แท้จริงจะดุศิษย์แรงขึ้นเพื่อไล่ขยะทิพย์ (การนินทา/เพ่งโทษ) ออกจากใจศิษย์ผลที่เกิด: ศิษย์ที่ใจไม่หนักแน่นพอจะเกิดจิตปรามาส รู้สึกน้อยใจหรือเกลียดครู แล้วเดินทิ้งสายธรรมไป การเดินทิ้งในลักษณะนี้คือการเดินเข้าสู่สภาวะ “ญาณบอด” สนิท เพราะเราได้ทิ้ง “กระจกเงา” ที่คอยเตือนภัยให้ตนเอง 3. สภาวะ “เรือล่มเมื่อใกล้ฝั่ง” แม่ครูน้อยมักเตือนว่า ศิษย์ที่เดินทิ้งครูตอนที่ชีวิตกำลังจะรุ่งเรืองที่สุด มักจะเกิดจากเจ้ากรรมนายเวรมาจูงจิตให้เดินออกไปเพื่อให้พ้นจากเขตบุญ ผลที่เกิด: ทรัพย์ที่กำลังจะได้จะหลุดลอยไป สิ่งที่สร้างมาจะพังทลาย เพราะไม่มีกำลังบารมีจากครูบาอาจารย์มาคอยพยุงธาตุในกายและดวงชะตา 4. วิธีแก้ไขหากรู้ตัวว่ากำลัง “เดินหลงทาง” หากเราเคยเดินทิ้งครูไปแล้ว…