งานภายในจริงๆ

?? #คุณอาจกำลังบอกว่า
#คุณเป็นผู้แสวงหาการแสวงหาการรู้แจ้ง
เหนือกาลเวลาซึ่งเป็นนักเดินทางบนเส้นทางสู่จิตสำนึกที่ยิ่งใหญ่กว่า
คุณทราบไหมงานที่แท้จริงของ
คุณไม่ว่างานของคุณจะเป็นงานอะไรในโลก
#มันเป็นงานภายในจริงๆ

คุณต้องการตระหนักถึงสิ่งที่คุณทำสิ่งที่คุณพูดและแม้แต่สิ่งที่คุณคิด
คุณต้องการเป็นพลังทางศีลธรรมในโลก โดยเริ่มจากโลกที่คุณมีปฏิสัมพันธ์ด้วยในปัจจุบัน
เช่น ครอบครัวของคุณเพื่อนของคุณ เพื่อนร่วมงานของคุณ
คุณต้องการเป็นที่รู้จักในฐานะคนที่มีความซื่อสัตย์
เป็นคนที่สามารถไว้วางใจได้คนที่สามารถเป็นศูนย์กลาง #ในยามวิกฤต

?? และโลกต้องการคุณอย่างยิ่ง!
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาเช่นนี้ที่เต็มไปด้วยความไม่ลงรอยกัน
และการแบ่งแยกการเชื่อมต่อกับจิตวิญญาณการดื่มด่ำกับความสงบ
และความสมดุลที่เกิดจากการปฏิบัติทางจิตวิญญาณเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

?? #เมื่อคุณดำเนินไปตามเส้นทาง
คุณอาจพบว่างานของคุณในโลกจะเปลี่ยนไป
คุณอาจต้องการช่วยเหลือผู้อื่นโดยตรงมากขึ้น
เช่น ในฐานะวิทยากรโค้ชหรือผู้นำ
หรือคุณอาจจะพยายามใส่สถานการณ์
ในบ้านและที่ทำงานในปัจจุบัน
โดยตระหนักมากขึ้นว่าคุณสามารถ
ทำอะไรได้บ้าง#ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น

การเป็นคนงานเบา
หมายความว่าคุณมุ่งมั่นที่จะทำในสิ่งที่ทำได้เพื่อบรรเทาความทุกข์และความสับสน
ทั้งในตัวเองและคนอื่น ๆ หมายความว่าคุณยอมรับความรับผิดชอบต่อชีวิตของคุณเอง
และหยุดโทษภายนอกตัวเอง หมายความว่าคุณเข้าใจว่าคุณใช่
คุณมีอำนาจที่จะเปลี่ยนทิศทางที่โลกกำลังมุ่งหน้าไป
#และหมายความว่าคุณรู้วิธีที่จะเป็นคนใจดี
เริ่มต้นที่ภายในเท่านั้นจริงๆ

๛คุรุจิตวิญญาณครูปุ๊ยแม่ครูน้อย๛
ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่
มิติที่ห้าได้จริงมากกว่า 160 ชีวิต
ครูสอนให้ผู้คนรู้วิธีที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญ
ในจิตใจและเข้าถึงจิตวิญญาณ
#ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ 5
#ครูผู้ถ่ายทอดมิติทางจิตและวิญญาณศาสตร์

Similar Posts

  • “เกราะ” ของจิตไม่ใช่กำแพงที่ปิดกั้นตัวเองจากโลก แต่คือ “สนามพลังงานอัจฉริยะ”

    ในยุคพลังงานใหม่ที่ผู้คนเชื่อมต่อกันทางอารมณ์และข้อมูลอย่างรวดเร็ว “เกราะ” ของจิตไม่ใช่กำแพงที่ปิดกั้นตัวเองจากโลก แต่คือ “สนามพลังงานอัจฉริยะ” #ที่คัดกรองสิ่งที่จะเข้ามากระทบจิตใจ นี่คือ 4 ชั้นของเกราะที่จะช่วยให้จิตของเราผ่องใสและไม่ร่วมกรรมกับใคร 1. เกราะชั้นที่ 1: “ศีล” (Integrity Shield) – เกราะกันแรงปะทะศีลคือเกราะชั้นนอกสุดที่แข็งแกร่ง ที่สุดในทางพลังงาน เมื่อเรามีศีล เราจะ ไม่มี “ช่องโหว่” ของความรู้สึกผิดหรือความหวาดระแวงคนที่ชอบมาขอ หรือคนที่จะมาเอาเปรียบ จะ “เกรงใจ” หรือ “แพ้ทาง” พลังความบริสุทธิ์ของเราไปเองโดยธรรมชาติ วิธีสร้าง: ตั้งมั่นว่าจะไม่เบียดเบียนใครทั้งกายและวาจา เกราะนี้จะทำให้ใจเรา หนักแน่นเหมือนภูเขา 2. เกราะชั้นที่ 2: “สติ” (Awareness Shield) – เกราะคัดกรองสติคือเซนเซอร์ที่คอยบอกว่าอะไรกำลังจะเข้ามาในใจ เมื่อมีคนเอาเรื่องลบๆ มาให้ หรือมาขอในสิ่งที่ไม่ควร สติจะทำงานทันทีว่า “นี่คือเรื่องของเขา ไม่ใช่เรื่องของเรา” สติจะช่วยให้เราหยุดชะงักก่อนที่จะ “รับ” อารมณ์คนอื่นมาเป็นของตนเองวิธีสร้าง: ฝึกรู้เท่าทันอารมณ์ที่เกิดขึ้นในกาย เช่น เมื่อรู้สึกอึดอัดใจเวลาถูกขอ ให้รู้ว่า “ความอึดอัดเกิดขึ้นแล้ว”…

  • เมื่อคนใดคนหนึ่งได้พบคุรุของเขา

    เมื่อคนใดคนหนึ่งได้พบคุรุของเขาควรจะมีความอุทิศตนอย่างไม่มีเงื่อนไขสําหรับเขาเพราะเขาเป็นพาหนะของพระเจ้า วัตถุประสงค์เดียวของคุรุคือการนําลูกศิษย์ไปสู่การตระหนักถึงตนเอง ความรักที่คุรุได้รับจากผู้อุทิศตน#ได้รับโดยคุรุให้กับพระเจ้าCamp-นักเรียนประจำ(15-16 ม.ค.2022า

  • อาการ “ไม่ชอบเสียงครูผู้สอน”

    🚩🚩🚩 อาการ “#ไม่ชอบเสียงครูผู้สอน” หรือฟังแล้วรู้สึกขัดใจ รำคาญ ไม่ถูกจริตเป็นสภาวะที่เกิดขึ้นได้บ่อยและมีความหมายทางพลังงานดังนี้ ⚠️ #มารสอบอารมณ์: เป็นการทดสอบความนิ่งของจิตใจ (ขันติบารมี) มารมักใช้ “เสียง” เป็นเครื่องมือยั่วยุเพื่อให้จิตของเรา หลุดจากกระแสธรรม หากเราทนไม่ได้ พลังงานกุศลที่สะสมมาจะ “รั่ว” ออกไปกับความขุ่นมัวทันที ⚠️ คลื่นพลังงานไม่จูนกัน(Energy Mismatch)ในช่วงแรกที่จิตกำลังปรับระดับจากมิติที่ต่ำไปสู่มิติที่สูงขึ้นพลังงานเก่าในตัวเราอาจจะ “ยัน” กับคลื่นความถี่ของคำสอน ทำให้เกิดอาการต่อต้านทางร่างกายและอารมณ์ เช่น หูอื้อ รำคาญเสียง หรือใจสั่น ⚠️ การยึดติดในรูปและรสจิตกำลังติดอยู่กับ “สมมติ” คือไปโฟกัสที่สุ้มเสียงหรือบุคลิกภายนอก มากกว่า “เนื้อหาธรรมะ” หรือกระแสพลังงานที่ส่งผ่านมา ทำให้เกิดอาการ “#ญาณบอด” ชั่วคราว คือมองไม่เห็นเจตนาที่แท้จริงของคำสอน 🚩🚩 #วิธีแก้ไขตามแนวทางบันทึกจิต วางจิตที่ความว่าง: ลองฝึกฟังโดย “ไม่ปรุงแต่ง” ว่าเสียงนี้เพราะหรือไม่ชอบ ให้มองว่าเป็นเพียง “คลื่นเสียง” ที่มากระทบหูแล้วดับไปตามกฎไตรลักษณ์ เช็กจุดรั่ว: ถามตัวเองว่าความไม่ชอบนี้ทำให้เราเสียโอกาสในการเรียนรู้หรือไม่ หากใช่ แสดงว่ากำลังเกิด “#พลังงานรั่ว” ให้รีบกลับมาบันทึกจิตใหม่ด้วยความสงบ ก้าวข้ามสมมติ:…

  • คุณเป็น light Worker?

    #คุณเป็น lightworker? คุณอาจเป็นหนึ่งเดียวโดยไม่รู้ตัว ช่างแสงคือสิ่งมีชีวิตที่อุทิศตนเพื่อการเติบโตและส่งเสริมการมีอยู่ภายในและการตระหนักรู้ในตนเองและในผู้อื่น พวกเขาเป็นผู้สนับสนุนการรักษา# และชอบคิดว่าพวกเขาสามารถตรวจจับพลังงานในการรักษาได้ บ่อยครั้งพวกเขาได้รับการปลุกจิตวิญญาณบางรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นในชีวิตนี้หรือชีวิตในอดีต#คนเหล่านี้จะหลุดออกมาเหมือนมีใจเป็นทอง พวกเขากำลังเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความรัก ต่อไปนี้คือ 5 สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคุณกลายเป็นคช่างไฟ (Lightworker)1. #ความเห็นอกเห็นใจของคุณจะมีพลังในขณะที่ทุกคนในโลกแสดงความเห็นอกเห็นใจในระดับหนึ่ง บุคคลบางคนก็มีความเห็นอกเห็นใจมากกว่าคนอื่นโดยเนื้อแท้ Lightworkers คือผู้ที่มีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่นอย่างไม่น่าเชื่อ พวกเขามีความสามารถมากขึ้นในการตรวจจับอารมณ์ของผู้อื่น เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของความปรารถนาที่จะรักษาผู้ที่ได้รับความเสียหาย2. #คุณสูญเสียความสอดคล้อง คุณไม่สนใจป้ายที่คนอื่นให้คุณ แทนที่จะสมัครเป็นสมาชิกทางสังคมแบบใดแบบหนึ่ง ช่างทำแสงไม่รู้สึกว่าจำเป็นต้องระบุแง่มุมต่างๆ ของชีวิตพวกเขา คุณไม่ได้แต่งตัวเหมือนคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง คุณไม่ได้แสดงข้อความในลักษณะใดรูปแบบหนึ่ง แม้แต่อัตลักษณ์ทางเชื้อชาติและทางเพศก็หายไป คุณแค่มีตัวตนอยู่ในตัวคุณ3. #คุณรู้สึกในระดับลึก โลกของ Lightworker จะเต็มไปด้วยอารมณ์และความรู้สึก พวกเขาเอาใจใส่ในความหมายที่แท้จริงของคำ: พวกเขาสามารถประสบกับสิ่งที่คนอื่นรู้สึกราวกับว่าคุณได้กลายมาเป็นบุคคลนั้นในขณะนั้น 4. #ผู้คนดึงดูดคุณ – Lightworkers เป็นสัญญาณแห่งแสงสว่างในโลกที่เต็มไปด้วยความมืด ผู้คนสนใจพวกเขาเพราะแสงเล็ดลอดออกมาจากพวกเขา มันง่ายที่จะมองเห็นคนทำงานเบาเพราะพวกเขาจะหลุดออกมาในฐานะเพื่อนเก่า คนที่รู้จักคุณมาหลายปี5. #คุณไม่กลัวความตาย – Lightworkers ไม่กลัวความตาย เนื่องจากพวกเขาเข้าใจว่าความตายมีอยู่ในโลก เช่นเดียวกับทุกสิ่งทุกอย่าง เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และเป็นธรรมชาติ

  • จิตใจเล็ก

    จิตใจเล็กไม่สามารถเข้าใจวิญญาณ ที่ยิ่งใหญ่ได้ การจะมีจิตใจที่ยิ่งใหญ่ได้ คุณต้องเต็มใจที่จะถูกเยาะเย้ย เกลียดชัง และเข้าใจผิด ?️? #เข้มแข็งไว้

  • เงินหนี

    ธรรมชั้นครู🚩🚩🚩 ๘/๑/๖๙ “เงินหนี” คือสภาวะที่ทรัพย์สินเงินทองไหลออกไปอย่างรวดเร็ว เก็บไม่อยู่ หรือมีเหตุให้ต้องจ่ายกะทันหัน ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าสนามพลังงานในตัวเราหรือในบ้านกำลังมีปัญหาดังนี้ ⚠️สาเหตุหลักที่ทำให้ “เงินหนี” ทางพลังงานพลังงานรั่วอย่างรุนแรง (รอยรั่วทางบุญ)เงินหนีคือผลลัพธ์ของการมีจุดรั่วไหลของพลังงานกุศลที่ใหญ่มาก สาเหตุหลักมักมาจากการที่ “#ปากเป็นพิษ” คือการพูดจาทำร้ายผู้อื่น นินทา หรือที่ร้ายแรงที่สุดคือ “การปรามาสครูบาอาจารย์” หรือผู้มีพระคุณ พลังงานลบจากคำพูดเหล่านี้จะเจาะรูรั่วในถังบุญของคุณ ทำให้บุญที่ควรจะดึงดูดเงินตราไหลออกไปหมด ⚠️ ความอกตัญญู (พลังงานยันขั้นรุนแรง)หากมีความขัดแย้ง หรือมีจิตที่อกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูผู้สอน หรือผู้มีพระคุณ จะเกิด “พลังงานยัน” ที่หนาแน่นมาก พลังงานนี้จะผลักทรัพย์สินและโอกาสดีๆ ออกจากตัวและออกจากบ้าน ทำให้เงินไม่สามารถเข้ามาหรือคงอยู่ได้ ⚠️ #จิตบันทึกความขาดแคลนและความกลัว:เมื่อเรากลัวว่าเงินจะหมด หรือรู้สึกว่าตนเอง “ขาดแคลน” อยู่เสมอ จิตของเราจะบันทึกคลื่นความถี่นี้ไว้ และส่งออกไปเป็น พลังงานสะท้อน กลับมา ทำให้เกิดสถานการณ์ที่ #เงินหนีออกจากตัวเราจริง ๆ ตามกฎของแรงดึงดู ⚠️การผิดสัจจะ (ขาดความมั่นคงทางพลังงาน)การที่เราให้สัจจะไว้แล้วทำไม่ได้บ่อยๆ จะทำให้พลังงานในตัวขาดความน่าเชื่อถือ ไม่มีความมั่นคง ซึ่งทำให้ “เทวดาประจำตัว” ไม่สามารถหนุนนำทรัพย์มาให้ได้เต็มที่ เพราะไม่มีกำลังพลังงานที่เข้มแข็งพอ 🚩🚩🚩 วิธีแก้ไขเพื่อหยุด…