กู้กลับแล้วหนาบารมีเก่า

#ขอแว็บขึ้นดอย#ไปหาเด็กน้อยผู้อารีเราไม่ควรปร

#กู้กลับแล้วหนาบารมีเก่า#พบแล้วเทวดาประจำตัวการฝึกฝนในห้องเรียนไม่สนภาวะเปลือกนอก(ความแปดเปื้อน) ของจิตเช่นความโกรธความโลภ หรือรัก ความชอบหรือความไม่ชอบ??แต่จะชี้ตรงไปยังจิตส่วนลึกที่สุดเมื่อตัวรู้(จิต)กับสิ่งที่ถูกรู้(วัตถุ) กลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันหรือเมื่อจิตกลายเป็นความตระหนักรู้บริสุทธิ์ในความตระหนักรู้อันนี้จะไม่มีภาวะแปลกปลอมจะไม่มีกระบวนการสร้างความคิดและไม่มีมโนทัศน์ด้านคู่ใดๆเกิดขึ้น??จิตในระดับลึกที่สุดนี้ถ้าได้รับการฝึกฝนต่อให้จนถึงที่สุดก็จะนำไปสู่อิสรภาพการฝึก จิตส่วนลึกก็คือการกำจัดอุปาทานทั้งหลายแม้ในระดับละเอียดอ่อนให้สิ้นไปเมื่อนั้นจิตย่อมเข้าถึงแก่นแท้ของพุทธะ?โลกไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากจิตของตนเอง

Similar Posts

  • มารที่ปลอมตัวเป็นลูกศิษย์คือบททดสอบที่ “แนบเนียน” ที่สุด

    ๖/๒/๖๙ มารที่ปลอมตัวเป็นลูกศิษย์ คือบททดสอบที่ “แนบเนียน” ที่สุด เพราะเขาไม่ได้มาเพื่อทำลายท่านด้วยกำลัง แต่มาเพื่อทำลาย “ความสงบ” และ “ความบริสุทธิ์ของดวงจิต” #ด้วยความศรัทธาจอมปลอม #จุดสังเกตที่ชัดเจนของมารประเภทนี้คือ มาเพื่อ “ติด” ไม่ได้มาเพื่อ “ปล่อย”: เขาจะพยายามทำให้ท่านเกิดความเมตตาจนกลายเป็น “ความห่วงใย” (ความผูกพัน) ซึ่งเป็นพันธะกับ ให้มีสัญญาอดีตร่วมกัน อย่างหนึ่ง หากท่านเริ่มกังวลว่าเขาจะปฏิบัติได้ไหม นั่นคือท่านตกหลุมพรางที่ทำให้ แรงสั่นสะเทือนที่นุ่มนวล ของท่านแกว่งแล้ว #ช่างประจบแต่ไม่ปฏิบัติ: มารในรูปศิษย์จะเก่งเรื่องการใช้ “คำหวาน” และความยโสที่ซ่อนอยู่ภายใต้การกราบไหว้ แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องเผชิญกับกิเลสตัวเองจริงๆ เขาจะหลีกเลี่ยงและหาข้ออ้างเสมอ Spiritual Narcissism #สร้างความร้าวฉานในหมู่คณะ เขาจะพยายามทำตัวเป็น “ศิษย์เอก” เพื่อสร้างเขตแดนและกันคนอื่นออกไป สิ่งนี้คือการนำ “ความแบ่งแยก” มาสู่สถานที่ปฏิบัติธรรม ทำให้ความมั่งคั่งทางจิตวิญญาณของส่วนรวมมัวหมอง ศิษย์ที่เป็นมาร จะดึงจิตท่านให้ลงมา ‘แบก’ ส่วนศิษย์ที่เป็นธรรม จะทำให้ท่าน ‘เบา’ และสว่างขึ้น วิธีจัดการที่ ใจอริยะ ใช้คือ: ให้ธรรมะอย่างเสมอภาค แล้วนิ่งอยู่ที่พระพุทธเจ้าเป็นหนึ่งเดียว ใครจะดีหรือร้าย…

  • มาร แปลว่า ผู้ฆ่า ผู้ทำลายล้าง

    มาร แปลว่า ผู้ฆ่า ผู้ทำลายล้างมารข้างนอกคือผู้มุ่งทำลายล้างข้างนอกมารข้างใน คือกิเลสในใจของตนเองเป็นต้นว่าความรัก ความชัง ความหลงซึ่งบังใจเราไม่ให้เกิดปัญญาในเหตุผลเมื่อชนะมารในใจของตนได้แล้วมารข้างนอกก็ทำอะไรไม่ได้ #แกนบัลลังก์ทองสุดยอดพญามารที่ปลอมเหมือนเทวดา  จุดสกัดของลักษณะมารตัวนี้คือจะแฝงลึกที่สุดในจิตของมนุษย์จากนั้นสิ่งใดที่มนุษย์คนนั้นชอบไม่ว่าจะเป็นกิเลสตันหาต่างๆทางโลกหรือความสุขมารตัวนี้จะเข้าไปปิดบังความรู้ที่มาจากพระธรรมหรือเทวดาประจำตัวและจะทำให้ดวงวิญญาณนั้นเพลิดเพลินกับแหล่งทางโลกอะไรที่เป็นความสุขทางโลกมารตัวนี้จะสนับสนุนให้วิญญาณดวงนั้นเกิดมีความสุขและเมื่อวิญญาณดวงนี้เกิดมีความสุขและหลงละเลิงว่าเป็นความจริงแกนบัลลังก์ทองก็จะปิดพระบารมีทำให้เราเหมือนเป็นคนมีเทวดาประจำตัวเหมือนเป็นผู้ที่มี ของรักษา #แต่ปัญญาวิญญาณไม่เกิด รางวัล 1 ปณิธานความดีใต้ร่มพระบารมีจักรีวงศ์สาขา เกียรติคุณครูผู้ทำคุณประโยชน์ด้านเผยแผ่ส่งเสริม อนุรักษ์สืบทอดพุทธศาสนาดีเด่น

  • คุณรู้สึกเหงาและโดดเดี่ยว

    คุณรู้สึกเหงาและโดดเดี่ยวเมื่อคุณอยู่บนเส้นทางสู่การเป็นคนที่คุณควรเป็น คุณอาจรู้สึกว่ามีช่องว่างระหว่างคุณกับคนที่คุณเคยคบหาด้วย ดังนั้นคุณจึงไม่รู้สึกผูกพันกับเพื่อนบางคนอีกต่อไป และคุณเลิกหมกมุ่นอยู่กับความเหมาะสมและทำให้ผู้อื่นพอใจ#นี่คือสัญญาณที่ทำให้คุณรู้สึกไม่สบายใจ รู้ไหมคุณกำลังกลายเป็นคนที่คุณควรจะเป็น

  • #จิตใจมนุษย์

    #จิตใจมนุษย์ อะไรที่ทำให้คนเราเป็นมนุษย์ได้จริงๆ? เราแตกต่างจากสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ที่เดินบนโลกใบนี้อย่างไร? อันที่จริง เพื่อให้สิ่งต่าง ๆ ง่ายขึ้น ให้จำกัดขอบเขตของคำถามนี้ให้แคบลงให้เหลือเฉพาะ#เพื่อนบ้านทางพันธุกรรมของเรา#อะไรทำให้เราเป็นมนุษย์และมีจิตวิญญาณนอกเหนือจากความแตกต่างที่เห็นได้ชัดในลักษณะทางกายภาพแล้ว สมองของมนุษย์ยังสร้างความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงระหว่าง “มนุษย์” และ “สิ่งมีชีวิต” จิตใจของมนุษย์เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่ไม่อาจเลียนแบบได้ และทำงานในลักษณะที่ขัดต่อมาตรฐานความสอดคล้องทั้งหมดอย่างชัดเจนCamp47(22-24/1/2022)

  • สิ่งที่ “เทวดามิจฉาทิฏฐิ” กลัวที่สุดคือ “ความซื่อตรงและความใสสะอาดของดวงจิต”

    “เทวดามิจฉาทิฏฐิ” (เทวดาที่ยังมีความยึดติดในอัตตา ชอบการสรรเสริญ หรือมีมิติจิตที่ไม่บริสุทธิ์) จะมีความเกรงกลัวต่อสภาวะพลังงานบางประการที่เราสามารถสร้างขึ้นได้ กลัว “สัจจะบารมี” ที่เด็ดขาด เทวดากลุ่มนี้มักทำงานผ่านการล่อลวงหรือการต่อรอง แต่จะเกรงกลัวผู้ที่รักษา สัจจะ (พูดคำไหนทำคำนั้น) อย่างที่สุด เพราะพลังของสัจจะเป็นอำนาจสั่งการ มิติพลังงานที่ “เฉียบขาด” และไม่มีช่องว่างให้การบิดเบือนเข้าแทรกแซงได้ กลัว “พลังความกตัญญู” ที่ใสสะอาด ความกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และเทวดาประจำตัว เป็นคลื่นความถี่สูงมาก (High Frequency) ซึ่งเทวดามิจฉาทิฏฐิที่มีพลังงานความถี่ต่ำกว่าจะไม่สามารถทนสู้รัศมีแสงสว่างนี้ได้ พลังความกตัญญูจะสร้าง “สนามพลังบุญ” ที่เข้มแข็งจนพลังงานมิติมืดเข้าไม่ถึง กลัว “ใจที่เบา สบาย และว่าง” เทวดามิจฉาทิฏฐิชอบเกาะกินอารมณ์ที่หนักหน่วง เช่น ความโลภ ความโกรธ หรือความอยากเด่นอยากดัง แต่จะกลัวและอึดอัดกับจิตที่อยู่ในสภาวะ “ใจเบา ใจสบาย” (มิติที่สูง) #เพราะจิตที่ว่างไม่มีจุดเกาะเกี่ยวให้เขาดึงเข้าสู่วงจรการแลกเปลี่ยนพลังงานที่ผิดทาง กลัว “การไม่เพ่งโทษผู้อื่น” ช่องโหว่ที่ใหญ่ที่สุดที่เทวดามิจฉาทิฏฐิจะเข้าครอบงำได้คือ “รอยรั่วทางบุญ” ที่เกิดจากการนินทาและเพ่งโทษ หากเราปิดรอยรั่วนี้ได้ด้วยการไม่จับผิดใคร แต่มุ่งดูจิตตนเอง เรรจะกลายเป็นบุคคลที่ “#ไร้รอยต่อทางพลังงาน” ซึ่งมิติมืดไม่กล้าเข้าใกล้ กลัว…

  • ธรรมชาติของจิตกำลังเล่นตลกกับคนประมาท

    ยิ่งทำงานมาก ยิ่งมักน้อยสันโดษ ยิ่งทำงานมาก ยิ่งไร้ซึ่งความอยากมีอยากได้อยากเป็น #เรากำลังพูดถึงผลลัพธ์จากการวางใจอันถูกต้องเมื่อลงมือทำงาน ตรงกันข้าม หากวางใจผิดย่อมได้สิ่งที่เป็นขั้วตรงข้าม ยิ่งทำงานมาก ยิ่งอยากได้ ยิ่งสำเร็จมากยิ่งอยากเป็น ยิ่งมีมากเท่าไหร่ กลับรู้สึกถึงความยากจน ไม่ปลอดภัย และความว่างเปล่า #ธรรมชาติของจิตกำลังเล่นตลกกับคนประมาท ความประมาทในที่นี้หมายถึง การไม่เคยระวังความโลภที่เกิดในใจตน จากเทพบุตรกลายเป็นมารร้าย แม้ได้อะไรๆ เท่าไหร่ไม่เคยพอ