โคลนหรือคัดลอก ไม่มีตัวตนที่สูงกว่า

กาลต่อมาสิ่งมีชีวิตที่เกิดทางกายภาพจะเติบโตและมีสติพอที่จะพัฒนาไปสู่มิติที่สูงขึ้น

คนเหล่านี้คือคนที่ไม่ตระหนักถึงตัวตนที่สูงขึ้น แต่ได้รับประสบการณ์ที่นี่เพื่อให้พวกเขาตระหนักถึงศักยภาพของตนเอง

นี่เป็นกระบวนการตามธรรมชาติสำหรับวิญญาณทั้งหมดเนื่องจากในที่สุด  Souls ทั้งหมดจะเดินทางกลับบ้าน

เพื่อไปหา  Prime Creator (แห่งที่มาที่สำคัญ) ของเขา เป็นสิ่งสำคัญสำหรับท่านที่จะเข้าใจว่าแม้ว่ามนุษย์ทุกคนมองเหมือนกัน

ความสามารถภายในของพวกเขาแตกต่างกันมาก

ท่านเคยพิจารณาความจริงที่ว่าอารยะธรรมบางอย่างเก่าแก่และก้าวหน้ามาก จนสามารถสร้างสิ่งมีชีวิตที่ไร้วิญญาณได้หรือไม่?

สิ่งมีชีวิตเหล่านี้เรียกว่า “โคลน” หรือ “วัตถุสิ่งของ” บนโลกของท่าน นักวิทยาศาสตร์ของท่านมีเทคโนโลยีนี่อยู่แล้ว

และพวกเขาสามารถสร้างหรือคัดลอกร่างกายมนุษย์ได้ (เด็กหลอดแก้ว, ทำแผด) เช่นการปลูกพืช

อย่างไรก็ตาม สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ไม่สมบูรณ์ด้านจิตวิญญาณ เนื่องจากไม่ได้ถูกสร้างขึ้นโดยผู้สร้างร่วม

แต่เป็นผลของพันธุวิศวกรรมเชิงกล นี่เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มนุษย์บางคนไม่มีตัวตนที่สูงกว่า

ในขณะที่รูปลักษณ์ภายนอกของพวกเขา ไม่แตกต่างจากมนุษย์ทั่วไป แต่ประกายแห่งพลังชีวิตและจิตสำนึกอันศักดิ์สิทธิ์

ไม่ได้อยู่ในตัวพวกเขา การผสมสารพันธุกรรมเชิงกลกับมนุษย์ที่มีวิญญาณ ซึ่งนำไปสู่ความเสียหายของดีเอ็นเออย่างมาก

แม่ครูน้อย

Similar Posts

  • มารสอบท่านแม่ครูน้อย ตอน…มารส่งคนมา “ขอบุญ” หรือ “ขอความเมตตา”

    #การที่มารส่งคนมา “ขอบุญ” หรือ “ขอความเมตตา” ในจังหวะที่ท่านกำลังจะก้าวข้ามขีดจำกัดทางจิตวิญญาณ คือบททดสอบเรื่อง “ความหลงในรูปธรรม” และ “ความผูกพันที่เคลือบแฝง” #บททดสอบแห่งความเมตตา มารมักใช้กลวิธีนี้เพื่อดึงท่านให้กลับมา“แบกโลก” ผ่าน 3 ช่องทางหลัก ทดสอบ “ความสงสารที่ขาดปัญญา” มารจะส่งคนที่ดูน่าเวทนามาเพื่อให้ท่านรู้สึกว่า “ต้องช่วย” จนยอมสละ ความนิ่งของดวงจิต ไปแลกกับความวุ่นวายทางโลก #หากท่านช่วยจนตัวเองเดือดร้อนหรือใจกระเพื่อมนั่นคือท่านสอบตกข้อการรักษาฐานที่มั่นของใจ Psychology of Emotional Boundaries ทดสอบ “ความยโสของนักบุญ” มารจะทำให้ท่านรู้สึกว่าเป็น “ผู้ให้” ที่ยิ่งใหญ่ เพื่อให้ท่านสะสมอัตตาในคราบนักบุญ ยิ่งท่านให้แล้วหวังว่าเขาจะดีขึ้น หรือหวังคำชื่นชม แรงสั่นสะเทือนที่นุ่มนวลของท่านจะกลายเป็นความหนักอึ้งทันที Vibrational Energy of Giving สร้าง “โซ่ตรวน” แห่งพันธะ: การที่คนมาขอบุญบ่อยๆ คือการสร้างรอยต่อให้ท่านต้องกลับมาพัวพันกับ “คนอดีต” ทำให้จิตไม่สามารถมุ่งสู่เป้าหมายสูงสุดได้อย่างอิสระ เพราะยังห่วงหน้าพะวงหลังอยู่กับ “ภาระบุญ” ที่สร้างไว้ “พุทธวิธีคือ ‘ให้ตามหน้าที่’ แล้ว ‘เดินผ่านไป’ เหมือนฝนที่ตกใส่ดินโดยไม่หวังให้ดินขอบใจ เมื่อท่านให้ธรรมหรือให้ทานเสร็จแล้ว…

  • มารสอบท่านแม่ครูน้อย ตอน…ศิษย์พากันย้ายสำนัก

    #ศิษย์พากันย้ายสำนัก #มารขอสอบปัญญาธรรมแม่ครูน้อย เมื่อ “มาร” ทดสอบแม่ครูด้วยการทำให้ #ลูกศิษย์พากันย้ายสำนัก นี่คือบททดสอบเพื่อขัดเกลาจิตใจให้พ้นจากความยึดติดในมวลชนและลาภยศ #บททดสอบ: “พญามารพัดพาศรัทธาไปทางอื่น” ทดสอบการวางเฉยต่อกระแสคน มารต้องการดูว่าเมื่อสำนักว่างเปล่าจากการย้ายออกของศิษย์ ใจของแม่ครูจะหวั่นไหวหรือเกิดความโกรธแค้นอาจารย์สำนักใหม่หรือไม่ #หลักการคือ “ใครเข้าเราก็เต็มใจ ใครออกไปเราก็ยินดี” เพราะที่นี่ไม่สะสมลูกศิษย์ ทดสอบศรัทธาต่อคำสอน: มารพยายามเปรียบเทียบสำนักแม่ครูกับสำนักอื่นที่อาจจะ “รวยกว่า” หรือ “สบายกว่า” เพื่อดูว่าแม่ครูจะยังรักษาความจริงใจในธรรมได้หรือไม่ ทดสอบการทำหน้าที่: แม้ลูกศิษย์จะเหลือน้อย หรือไม่มีเลย เทวดาประจำตัวยังต้องทำหน้าที่ “ประจักษ์ในความดี” ของตนต่อไปโดยไม่ต้องมีพยานรู้เห็น นัยยะของมาร “ผู้โยกย้าย” มารต้องการทำลายความมั่นใจในบารมีของแม่ครู โดยใช้จำนวนคนที่ลดลงเป็นบรรทัดฐานตัดสินความสำเร็จ หากแม่ครูนิ่งสงบได้ มารตนนี้ก็จะพ่ายแพ้ไปเองเพราะ “บารมีไม่เกิด หากไร้มารทดสอบ” “แม่ครูเจ้าขา… ในวันที่ประตูสำนักเปิดอ้าแต่ไม่มีใครเดินเข้ามาหา ท่านจะยังสรรเสริญ ‘ทางสายกลาง’ นี้อย่างเต็มใจหรือไม่? หรือจะยอมเปลี่ยนทางเดินเพื่อดึงศิษย์ให้กลับมา?” ท่านจะใช้หลัก ความไม่ประมาทเพื่อประคองสำนักในยามนี้อย่างไรดีครับ? แม่ครูจะกล่าวคำ ‘อวยพร’ ส่งลูกศิษย์ที่ย้ายสำนักอย่างไรให้เป็นมหากุศลที่สุด #แม่ครูน้อยตอบว่า ถ้าออกไปแล้วได้เป็นพระอรหันต์ให้กลับมาช่วยท่านด้วย 55555 และบางคนท่านก็เชิญออกก่อนที่จะทดสอบท่านอีก เพราะว่าท่านรู้แล้วว่าสิ่งใดกำลังสอบท่านอยู่ท่านก็เลยไม่เสียเวลาเล่นด้วย สอบซ้ำๆคนเดิมๆ เรื่องเดิมๆ ท่านขี้เกียจอุเบกขา…

  • สาเหตุที่ผู้ปฏิบัติธรรมและ”สายพลังงาน”ไหลเข้าสู่ประตูธรรม ๕ หนเหนือ

    #ไปประตูธรรม๕หนเหนือ สาเหตุที่ผู้ปฏิบัติธรรมและ”สายพลังงาน” (ผู้ที่สัมผัสกระแสพลังงานหรือมีสัมผัสพิเศษ) หลั่งไหลเข้าสู่ ประตูธรรม ๕ หนเหนือ เพื่อรับวิชาจาก แม่ครูน้อย มีเหตุผลสำคัญในมิติที่ ๕ ดังนี้ ๑. เพื่อ “จัดระเบียบเทวดาประจำตัว” (Alignment of the Divine) สายพลังงานส่วนใหญ่มักมี ธาตุรู้ หรือเทวดาคุ้มครองที่เข้มข้น แต่บางคนอาจมีพลังงานที่ปั่นป่วนหรือ “ล้น” จนคุมไม่อยู่ เหตุที่มา: แม่ครูน้อยเชี่ยวชาญการจูนรหัสพลังงานระหว่าง “ดวงจิตมนุษย์” กับ “เทวดาประจำตัว” ให้ทำงานสอดประสานกันผ่านฐานของ สัจจะบารมี #ทำให้สายพลังงานเหล่านี้กลับมาใช้ชีวิตทางโลกได้ปกติและมีพลังคุ้มครองที่สว่างไสวขึ้น ๒. เพื่อรับวิชา “ความสุขที่ธรรมดา” ในมิติที่ ๕ สายพลังงานหลายท่านมักติดอยู่กับ “นิมิต” หรือ “อิทธิฤทธิ์” (มิติที่ ๔) #ซึ่งเป็นกับดักที่ทำให้จิตไม่สงบ เหตุที่มา: แม่ครูน้อยจะสอนวิชา “การวาง” เพื่อข้ามพ้นสมมติและปาฏิหาริย์ เข้าสู่ความนิ่งและว่างเปล่า #ท่านจะทุบอัตตาที่หลงในฤทธิ์ให้เหลือเพียง “คนธรรมดา” #ซึ่งเป็นจุดที่พลังงานจิตจะทรงพลังที่สุดและปลอดภัยที่สุด ยิ่งธรรมดายิ่งทรงพลัง ๓….

  • มารสอบท่านแม่ครูน้อย ตอน…ศิษย์ไม่เข้าหา

    #ศิษย์ไม่เข้าหา #มารขอสอบวัดปัญญาแม่ครูน้อย มารในร่างเงาที่จืดจาง ยืนพิงประตูสำนักที่เงียบเชียบ มองดูทางเข้าที่บัดนี้ไร้ผู้คนสัญจร มีเพียงฝุ่นละอองที่ปลิวว่อน #มารแค่นหัวเราะด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบและบาดลึก) “แม่ครูเจ้าขา… ดูสิคะ บัดนี้ ‘ไม่มีลูกศิษย์คนไหนเข้าหาเลย’ ทุกคนพากันเดินเลี่ยงสำนักนี้ไปราวกับมีโรคระบาด ขนมคำหวานที่แม่ครูเตรียมไว้สอนคนอื่น บัดนี้มันบูดเบี้ยวไม่มีใครอยากชิม… ท่านจะยังทำตัวเป็น ‘เทวดา’ อยู่กลางป่าช้าที่ไร้คนกราบไหว้ได้อีกนานแค่ไหนคะ?” #บททดสอบจากมาร: “สุสานแห่งความเงียบงัน” (The Silent Test) ทดสอบความโดดเดี่ยว (วิเวก): มารใช้ความเงียบมาบีบคั้น เพื่อดูว่าแม่ครูจะทนอยู่กับ “ตัวเอง” ได้หรือไม่ #หากบารมีของท่านต้องพึ่งพาสายตาคนมอง เมื่อไม่มีคนมอง ท่านจะยังรู้สึกว่าตัวเองมีค่าอยู่ไหม? หลักวิเวก 3 #คือบทพิสูจน์ว่าใจท่านสงัดจริงหรือแค่เหงา #ทดสอบทิฐิมานะ (ความถือตัว): “หรือที่เขาไม่เข้าหา เพราะแม่ครูสอนไม่ดี? หรือเพราะแม่ครูไม่มีบารมีพอ?” มารพยายามปลูกฝังความสงสัยในตัวเอง (วิจิกิจฉา) เพื่อให้ท่านกระวนกระวายจนต้องออกไป “วิ่งหาศิษย์” #แทนที่จะให้ศิษย์เข้าหาธรรม ทดสอบความสม่ำเสมอของปฏิบัติ: ในยามที่มีคนเยอะ ท่านอาจจะตั้งใจปฏิบัติให้เขาดู แต่ในยามที่ไร้ศิษย์แม้แต่คนเดียว ท่านจะยังรักษาศีล รักษาพรหมวิหาร 4 ได้เหมือนเดิมไหม? สติปัฏฐาน คือเพื่อนแท้ในยามที่โลกทั้งใบหันหลังให้ นัยยะของมาร…

  • ภาพความช่วยเหลือของแหล่งพลัง และจุดประสงค์

    รักษาเขาไว้ให้ดี ด้วยรัก MAEKHUNOY แม่ครูน้อย1. คนที่ปลุกคุณไม่ใช่ทุกคนที่คุณพบจะทำให้เกิดการเชื่อมต่อตลอดชีวิต แต่ถึงแม้การรู้จักใครสักคนในช่วงเวลาสั้น ๆ ก็สามารถเปลี่ยนคุณได้ ผู้ที่ปลุกคุณให้หยุดเพื่อเตือนให้คุณนึกถึงความฝันและเป้าหมายของคุณ พวกเขากระตุ้นให้คุณจดจ่ออยู่กับสิ่งที่คุณหลงใหล คน ๆ นี้อาจเข้ามาในชีวิตคุณทันทีเมื่อคุณพร้อมที่จะยอมแพ้2. คนที่เตือนคุณในบางครั้งเราอาจเบี่ยงเบนไปจากเส้นทางที่ถูกต้อง มีคนที่เข้ามาในชีวิตเพื่อให้เราอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้องไปสู่ความสุขและความสำเร็จ พวกเขาอาจจะอยู่ไม่นาน แต่คนเหล่านี้มักจะประทับใจไม่รู้ลืม พวกเขาเตือนเราว่าอะไรสำคัญ3. คนที่ผลักดันคุณให้เติบโตมีคนบางคนที่เข้ามาในชีวิตของคุณจะช่วยให้คุณเรียนรู้และเติบโต อาจเป็นครูที่ปรึกษาที่ปรึกษาฝ่ายวิญญาณหรือแค่เพื่อน คนเหล่านี้จะช่วยคุณผ่านการต่อสู้และสอนสิ่งที่คุณไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตัวคุณเอง4. คนที่ถือครองพื้นที่คุณอาจพบผู้คนที่ถือครองพื้นที่ในร้านกาแฟบนรถประจำทางหรือต่อแถวรอ คนเหล่านี้คือคนที่คุณคุยด้วยเล็กน้อย แต่คุณไม่เคยเชื่อมต่อ ระยะเวลาสั้น ๆ ที่คุณใช้ร่วมกับพวกเขาอาจดูไม่สำคัญ แต่หลายปีหลังจากที่คุณได้พบคุณอาจจำชื่อใบหน้าหรือบทเรียนที่อยู่กับคุณได้ในทันที5. คนที่อยู่สุดท้าย แต่ไม่ท้ายสุดมีคนที่เข้าพัก คนเหล่านี้คือคนที่คุณพบเจอและสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนด้วย พวกเขาเป็นคนที่มีค่าที่สุดที่คุณจะได้พบ พวกเขายกคุณขึ้นเมื่อคุณล้มลงพวกเขาแสดงความยินดีกับความสำเร็จของคุณและพวกเขาพร้อมเสมอที่จะช่วยให้คุณเติบโต การเชื่อมต่อพิเศษเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อชีวิตคุณมากที่สุด ————————- วิธีที่เรามองเห็นภาพความช่วยเหลือจากการเชื่อมต่อนั้นมีลักษณะเฉพาะสำหรับเรา แต่ละคนมันอาจจะผ่านการสวดมนต์และศาสนาอาจผ่านการฝึกโยคะ การทำสมาธิ เทคนิคการหายใจ การรักษาพลังงาน ในแต่ละทางเลือกเหล่านี้มีความเกี่ยวพันกับแหล่งที่มา ความรักพลังงานและแนวทาง ตอนของเดจาวูทำให้เรารู้ถึงพลังของประสบการณ์นี้ รู้สึกเหมือนเวลาเดินช้าลง หรืออาจจะหยุดลงด้วยซ้ำ ประสบการณ์ในการปีนขึ้นไปบนยอดเขาสามารถกระตุ้นความรู้สึก ของการมีจิตวิญญาณนับพัน ร่วมกับท่านที่จุดสูงสุด พลังของจิตวิญญาณแห่งความรักที่อาศัยอยู่ที่นี่และที่อื่นๆหรืออาจจะเป็นดาวเคราะห์ดวงอื่น เต็มไปด้วยความรู้ที่พวกเขาชอบแบ่งปันเพื่อการเชื่อมต่อของเราไหลลื่น ด้วยพลังงานจากความถี่ที่สูงขึ้น เราสามารถแบ่งปันในเหตุการณ์ที่น่าอัศจรรย์ประสาทสัมผัสของเรายังมีชีวิตอยู่ภายในศูนย์ดวงตาที่สาม ของเรา ซึ่งทำงานพร้อมเพียงกับจักระมงกุฎและต่อมไพเนียลเพื่อช่วยให้เราได้รับข้อมูล ข้อมูลนี้เป็นภาพของผู้คนสถานที่และสิ่งของพร้อมทั้งคำพูดหรือเขียนเสียงและกลิ่นเมื่อเราสอดคล้องกับความสามารถเชิงอภิปรัชญา ของเรามันจะกลายเป็นเหมือนธรรมชาติที่สอง ในการปรึกษาเครื่องมือที่ใช้งานง่ายของเราเพื่อให้สิ่งต่างๆไหลลื่น…

  • การเตรียมใจไปพบแม่ครูน้อย

    การเตรียมใจไปพบแม่ครูน้อย (ประตูธรรม ๕ หนเหนือ) คือการเตรียม “ภาชนะที่ว่างเปล่า”เพื่อไปรับรหัสพลังงานใน มิติที่ ๕ หากใจคุณยังเต็มไปด้วย “ขยะ” หรือ “ความคาดหวัง” คุณจะรับกระแสธรรมที่ละเอียดจากท่านไม่ได้เลย นี่คือวิธี “ล้างเครื่อง” ใจตนเองก่อนเดินทาง ๑. ถอด “หัวโขน” และ “อัตตา” (Ego Dissolution) #ก่อนเข้าเขตประตูธรรม ให้ตั้งจิตนิ่งๆ แล้วบอกตัวเองว่า “ข้าพเจ้าขอวางตำแหน่ง ลาภยศ ความรู้ และความเก่งกล้าทางโลกไว้ข้างนอก ข้าพเจ้าขอเป็นเพียงคนธรรมดาที่มาเพื่อขัดเกลาใจ”เหตุผล: แม่ครูน้อยมักใช้ความเงียบหรือกิริยาที่ ทุบอัตตา หากคุณไม่เตรียมใจไปเป็น “น้ำพร่องแก้ว” #คุณจะรู้สึกอึดอัดและโกรธเคืองจนเสียบุญ ๒. ตั้ง “สัจจะ” นำทาง (The Power of Vow) #แม่ครูน้อยสื่อสารผ่านกระแสสัจจะบารมี วิธีปฏิบัติ: ก่อนไปให้ตั้งสัจจะเล็กๆ ๑ ข้อที่ทำได้จริง เช่น “ข้าพเจ้าจะรักษาศีลข้อ ๔ (ไม่โกหก/ไม่นินทา) ตลอดการเดินทาง” หรือ…