แรงสั่นสะเทือนของการเป็นตัวคุณ

#แรงสั่นสะเทือนของการเป็นตัวคุณ
#และทำในสิ่งที่คุณรักนั้นเป็นแม่เหล็ก
#คุณจะจัดทุกสิ่งที่คุณต้องการ
#ในชีวิตด้วยพลังงานนั้น

⭐️ สั่นสะเทือนด้วยความโกรธ
จะไม่มีวันอยู่ในคลื่นของความรัก

⭐️ สั่นสะเทือนด้วยความอิจฉาริษยา
จะไม่มีวันอยู่ในคลื่นของการตรัสรู้

⭐️ สั่นสะเทือนด้วยความกลัว
จะไม่มีวันอยู่ในคลื่นของความมีเหตุผล

⭐️ สั่นสะเทือนด้วยความขาดแคน
จะไม่มีวันอยู่ในคลื่นของความอุดมสมบูรณ์

?️? แรงสั่นสะเทือนของกฎจักรวาลแยกมนุษย์และบางสิ่งบางอย่างให้แตกต่างกันวันนี้คุณเป็นเช่นไรนั่นคือระดับการสั่นสะเทือนในตัวคุณ

แรงสั่นสะเทือนคือความรู้สึกที่คุณรู้สึกกับตัวคุณเองมิใช่คำพูดที่คุณพูดออกมา

Similar Posts

  • กำลังใจจาก #อีกา

    กำลังใจจาก #อีกา #นกชนิดเดียว…ที่สามารถอยู่เหนืออินทรีได้คืออีกา!#มันจะขึ้นขี่หลังพญาอินทรีและคอยจิกคอสร้างความรำคาญอยู่ตลอดเวลา …แต่พญาอินทรีจะไม่ตอบโต้ โจมตีและเสียเวลาไปตอแยกับมัน #เพียงแค่กางปีกให้กว้างและบินสูงขึ้นๆยิ่งสูงเท่าไหร่ อีกาก็ยิ่งหายใจลำบากเท่านั้น #แล้วมันก็จะเริ่มถอนตัวร่วงหล่นลงมาเพราะขาดอ๊อกซิเจนในอากาศ และหมดเรี่ยวแรงจะบิน  …เก็บแรงของคุณไว้บินให้สูงอย่าให้ราคากับคนที่ชิงชังเราเดี๋ยวเขาก็ตกต่ำเพราะทำตนเอง #เมื่อนั้นทุกอย่างจะราบรื่นโดยไม่ต้องออกแรง ดูน้อยลง

  • ประติศรณะ 4

    ประติศรณะ 4″ ได้แก่ 1) พึ่งธรรม ไม่พึ่งบุคคล2) พึ่งความหมาย ไม่พึ่งถ้อยคำ(พึ่งอรรถ ไม่พึ่งพยัญชนะ)3) พึ่งญาณรู้แจ้ง ไม่พึ่งสำนึกรู้อันแบ่งแยก(พึ่งญาณ ไม่พึ่งวิญญาณ)4) พึ่งพระสูตรที่มีเนื้อหาตรงตัว ไม่พึ่งพระสูตรที่มีนัยต้องตีความ #พึ่งญาณรู้แจ้ง ไม่พึ่งสำนึกรู้อันแบ่งแยก” พึ่งญาณ ไม่พึ่งวิญญาณคือความรู้อันเกิดจากการภาวนาและมองตรงเข้าไปในสิ่งนั้นๆ ด้วยจิตที่สงบและเห็นตามเป็นจริง เรียกว่า “ญาณ” จึงจะเป็นความรู้ที่สามารถพึ่งพิงเอาได้ในการมองเห็นความจริง แต่ความรู้ตามสามัญสำนึกที่เจือปนด้วยความไม่รู้ (อวิชชา) และการแบ่งแยกด้วยความหลงซึ่งทำให้มุมมองนั้นถูกเบี่ยงเบน เรียกว่า “วิญญาณ” ไม่อาจใช้เพื่อตัดสินความจริงได้เลย  ผู้พบเจอเทวดาประจำตัวทุกท่านโดยเฉพาะนักเรียนประจำ ต้องมีการสอบญาณจากครูผู้สอน เพื่อประเมินผลความก้าวหน้าบางคนต้องใช้เวลานับปีจึงได้คำตอบว่า#มุสา สิ่งเหล่านี้ปรากฏมาจากจิตใต้สำนึกของผู้ฝึกฝนและครูผู้สอนพยายามชี้ให้เห็นในจิตสำนึกปัจจุบันและใช้เวลาในการปรับปรุงตนหากไม่มีโอกาสปรับปรุงตนและไม่รู้ตนดวงวิญญาณดวงนี้ก็จะอยู่ในพันธสัญญาดวงเดิมเป็นเหตุผลถึงความไม่ก้าวหน้าในการฝึกดวงวิญญาณทุกภพชาติทำให้สูญเปล่ากับเส้นทางการฝึกฝนและการเกิด #เทวดาประจำตัว

  • “ล้างสัญญาเก่า” บันทึกจิตใหม่เพื่อเชื่อมต่อสายใยครู

    #ธรรมชั้นครู๑๘/๑/๖๙ การบันทึกจิตใหม่เพื่อเชื่อมต่อสายใยครู คือการ “ล้างสัญญาเก่า” ที่เคยผิดพลาด และ “สถาปนาสัจจะใหม่” เพื่อให้กระแสบารมีไหลผ่านท่อพลังงานได้อีกครั้ง ให้เตรียมน้ำสะอาด 1 แก้ว วางหน้าพานอธิษฐาน (หรือหิ้งพระ)นั่งหลังตรง ยิ้มที่มุมปากเพื่อให้จิต เบา สบาย แล้วกล่าวตามดังนี้#บทบันทึกจิตใหม่เชื่อมต่อสายใยครู (มิติที่ 5) (ตั้งนะโม 3 จบ) “ข้าพเจ้า (บอกชื่อ-นามสกุล) ขอน้อมนิ่งดวงจิตสู่สภาวะที่ว่างและบริสุทธิ์ ขอนอบน้อมต่อบารมีรวมของครูบาอาจารย์ทุกพระองค์ในสายธรรม และเทวดาประจำตัวของข้าพเจ้า หนึ่ง… ข้าพเจ้าขอยอมรับผิดอย่างไม่มีเงื่อนไข หากที่ผ่านมาข้าพเจ้าเคยมี จิตปรามาส เคย นินทา เพ่งโทษ หรือมีใจที่ดื้อรั้น ไม่รู้จักครู ไม่เห็นความเมตตาในคำดุสอน ข้าพเจ้าขอนอบน้อมขอขมาและขอให้เทวดาช่วยถอนสัญญากรรมลบๆ เหล่านี้ทิ้งไปจากดวงจิตของข้าพเจ้า ณ บัดนี้ สอง… ข้าพเจ้าขอเชื่อมต่อสายใยบารมีใหม่ด้วย ‘สัจจะบารมี’ ข้าพเจ้าจะตั้งมั่นในวาจาสิทธิ์ พูดคำไหนทำคำนั้น และจะใช้สัจจะนี้เป็นเครื่องมือในการขัดเกลาตนเอง เพื่อให้ภาชนะใจของข้าพเจ้าใสสะอาดพอที่จะรองรับเมตตาธรรมจากครู สาม… ข้าพเจ้าขอนำความ ‘กตัญญู’ มาเป็นท่อส่งพลังงาน ข้าพเจ้าจะระลึกถึงพระคุณของครูบาอาจารย์ที่ช่วยส่องทางสว่างและอุดรอยรั่วทางบุญให้ข้าพเจ้า ขอให้กระแสบารมีจากครูไหลผ่านดวงจิตของข้าพเจ้า เพื่อไปสร้างคุณงามความดีและดึงดูดทรัพย์ใหญ่ในยุคศิวิไลซ์…

  • ต้องดรอป พลังแวมไพร์

    #ต้องดรอปพลังแวมไพร์ มีผู้คนมากมายในโลกนี้ที่รู้สึกว่าจำเป็นต้องลดระดับพลังงานของผู้อื่นที่อยู่รอบตัวพวกเขา #เพื่อให้ได้รับความเห็นอกเห็นใจและความรักจากคนรอบข้าง แม้ว่าคนเหล่านี้จะเปลี่ยนแปลงได้ #แต่ก่อนอื่นพวกเขาต้องตระหนักว่าพวกเขาเป็นแวมไพร์พลังงาน คุณต้องถอยนะ หากไม่ทำเช่นนั้น พวกเขาจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ดังนั้นจึงเป็นการดีที่สุดที่จะหลีกเลี่ยงบุคคลเหล่านี้ #และส่งพลังบวกจากระยะไกลให้พวกเขา คุณยังสามารถป้องกันตัวเองจากการดูดพลังงานด้วยการจินตนาการว่าตัวเองอยู่ในฟองสบู่ขนาดใหญ่ที่ใสสะอาด จากนั้นคุณสามารถส่งพลังงานบวก แต่ขับไล่พลังงานเชิงลบ ลองทำค่ะ

  • การเปิดญาณบารมี

     #การเปิดญาณบารมี#และการเพิ่มและการรับพลังจิต บุคคลที่มีสมาธิดีจะมีคลื่นความถี่ และความรุนแรงของพลังงานความคิดสูง สามารถที่จะส่งพลังงานนั้น ไปยังบุคคลที่ตั้งเป้าหมาย ไว้ได้แน่ชัดทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ตัวผู้รับได้ตามความปราถนานั้น #เรียกว่าการเพิ่มและการรับพลังจิตการเพิ่มแต่ละครั้ง แต่ละคนไม่เหมือนกัน เพิ่มพลังจิต แต่ละครั้งนาน เท่าใด ผู้เพิ่มพลังจิตจะทราบได้ในสมาธิจิตนั้นหากผู้รับยังรับได้ ก็เพิ่มให้ต่อไปหากเห็นว่า พลังจิต #ที่ส่งไปนั้นหยุดลงก็หยุดเพิ่มพลังจิตในครั้งนั้น และต้องเพิ่มพลังจิตกี่ครั้งจึงจะได้ผลสิ่งนี้ไม่มีกำหนด แน่นอนขึ้นอยู่กับผู้รับ หากผู้รับสามารถรับพลังจิตได้มาก และเห็นว่าอวัยวะที่ผิดปกตินั้น เปลี่ยนเป็น ปกติเร็ว พลังจิตที่ส่งไปจะหยุดลง ควรหยุดเพิ่มพลังจิตให้ผู้รับพลังกลับไปทำสมาธิภาวนาด้วยตนเอง ผู้รับพลังจะสร้างพลังจิตที่ดีขึ้นมาได้ พลังจิตนั้นๆ จะบำบัดทุกข์ให้ได้ในที่สุด #การเพิ่มพลังจิตกระทำได้ 3 ทางคือ 1. เพิ่มที่อวัยวะนั้นโดยตรง2. เพิ่มที่จุดกำเนิดของพลังจิต คือที่ต่อมไพเนียล3. เพิ่มพลังจิตให้ครอบคลุมทั้งตัวผู้รับ จะเพิ่มให้ใครที่อวัยวะใดนั้นจะทราบและเห็นได้ในสมาธินั้นๆ #ผู้เพิ่มพลังจิตที่ดี ผู้เพิ่มพลังจิตที่ดีควรมีคุณสมบัติดังนี้คือเป็นผู้ที่ตั้งอยู่ในศีล สมาธิ ปัญญา และเมื่อเพิ่มพลังจิตให้กับใครก็ตามต้องรู้ทุกข์ รู้สาเหตุแห่งทุกข์ รู้หนทางดับทุกข์ และรู้วิธีการดับทุกข์นั้นๆโดยชัดแจ้งพร้อมตั้งตนอยู่ในพรหมวิหารธรรม และหิริโอตัปปธรรม #ผู้รับพลังจิตที่ดี คือ เป็นผู้ที่มี1. ศรัทธา ผู้รับต้องมีศรัทธาที่จะรับพลังจิต2. สมาธิ ผู้รับต้องมีความตั้งมั่นแห่งจิตอยู่กับกายและจิตของตน3. สติ ผู้รับต้องมีความระลึกได้ว่าตนกำลังรับพลังจิตอยู่4. ปัญญา ผู้รับต้องรู้จักการปล่อยวางความทุกข์ออกจากจิตใจในขณะนั้น5. ความขยันหมั่นเพียร การรับพลังจิตนั้นต้องรับสม่ำเสมอและให้ตั้งอยู่ในคำสอนของพุทธองค์เป็นหลัก ดังกล่าวแล้ว…

  • โปรดใช้เวลาที่เหลือก้าวไปข้างหน้าขอบคุณนะสำหรับทุกช่วงเวลาที่มีความหมายครูได้ออกแบบ

    โปรดใช้เวลาที่เหลือก้าวไปข้างหน้าขอบคุณนะสำหรับทุกช่วงเวลาที่มีความหมายครูได้ออกแบบ #ศาลาภูตะนครา และให้คุณพ่อ กับ คุณแดนไตร นร.รุ่น 11ดำเนินการ ลงมือสร้าง ครูได้รับดอกบัวหลวง (จากคุณนก นร.รุ่น 46)มาลงสระ รอบศาลา อีกไม่นานคงได้ชื่นชมดอกบัวที่ตรัสรู้พ้นน้ำ#ศาลาหลังนี้ครูจะใช้แสดงธรรม และใช้สวดอภิเษกมนต์ (มณีมนต์) ให้กับลูกศิษย์ที่เดินทางมาฝึกฝน#มณีมนต์มีพลังในการในการขจัดอารมณ์ด้านลบ และสามารถประสาทพรให้กับเรามากมายมหาศาลโดยที่เราไม่สามารถจินตนาการถึง #แต่มนต์บทนี้จะไม่สามารถส่งผลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเมื่อเราสวดภาวนาอย่างไม่ตั้งมั่น ฟุ้งซ่านอยู่บ่อยๆ ภาวนาไป คิดถึงเรื่องนั้นเรื่องนี้ไป หรือภาวนาได้สองสามคำก็หยุดทำอย่างอื่น แล้วภาวนาต่อ ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะไม่สมบูรณ์มากนัก ต่อให้เราจะชักสายประคำรวดเร็วมากเท่าไหร่ แต่ในใจคิดฟุ้งซ่าน การภาวนาเช่นนี้จะให้ประโยชน์อะไร การภาวนาไม่ใช่เรื่องของการสะสมจำนวนครั้งให้ได้มากๆ สารัตถะที่แท้จริงแห่งการภาวนาคือการตั้งมั่น มีสมาธิ และเข้าใจในความหมายของมนต์ นี่ต่างหากคือเป้าหมายแห่งการปฏิบัติ