เรามีความ รู้ภายใน

เรามีความ รู้ภายใน ซึ่งมีพลังมากกว่าความสามารถทางจิต แทนที่จะคิด #เราควรใช้ความรู้สึกเพื่อทำความเข้าใจโลก พวกเราต้องสังเกตการสั่นสะเทือนทางแม่เหล็กไฟฟ้าที่ทุกคนส่งออกไป
#จากนั้นจึงมีความสามารถในการแปลพลังงานเพื่อทำความเข้าใจ

เรามีความ รู้ภายใน ซึ่งมีพลังมากกว่าความสามารถทางจิต แทนที่จะคิด #เราควรใช้ความรู้สึกเพื่อทำความเข้าใจโลก พวกเราต้องสังเกตการสั่นสะเทือนทางแม่เหล็กไฟฟ้าที่ทุกคนส่งออกไป
#จากนั้นจึงมีความสามารถในการแปลพลังงานเพื่อทำความเข้าใจ
#การคัดคนเข้าชีวิตไม่ใช่ เรื่องของการเลือกที่ฐานะหรือหน้าตา แต่คือการ “#คัดกรองด้วยระดับพลังงาน” เพื่อป้องกันไม่ให้คนที่มีคลื่นความถี่ ต่ำมาดึงดวงชะตาหรือสร้างรอยรั่วทางบุญให้เรา 1. คัดคนด้วย “สัจจะ” (เสาสัญญาณ) ในปี 2026 นี้ #พลังของสัจจะรุนแรงมาก วิธีสังเกต: หากใครที่พูดแล้วไม่ทำ รับปากพล่อยๆ หรือผิดนัดเป็นประจำ คนเหล่านี้มีคลื่นพลังงานที่แตกพร่าการตัดสินใจ: #ไม่ควรให้คนไม่มีสัจจะเข้ามาเป็นหุ้นส่วน หรือคนสนิท เพราะเขาจะนำสภาวะ “งานติดขัด” และ “พลังงานรวน” มาสู่ชีวิตคุณ 2. คัดคนด้วย “วาจา” (หยุดคนนินทา)คนที่มีนิสัย นินทาและเพ่งโทษ คือคนที่มี “ขยะทิพย์” หนาแน่น วิธีสังเกต: หากใครเข้าหาเราแล้วเริ่มบทสนทนาด้วยการว่าร้ายผู้อื่น หรือจับผิดครูบาอาจารย์ ให้รู้ทันทีว่าเขากำลังนำ “รอยรั่ว” มาแบ่ง ให้เรา การตัดสินใจ: ให้รักษาระยะห่างทันที เพราะหากเราร่วมวงนินทาด้วย บารมีที่เราสะสมมาจะรั่วไหลออกไป และเกิดสภาวะ ญาณบอด ตัดสินใจอะไรก็พลาด 3. คัดคนด้วย “ความกตัญญู” (รากแก้ว) ความกตัญญูคือเครื่องบ่งบอกถึง “ท่อพลังงาน” ที่สะอาด…
พลังแห่งจิตวิญญาณ พิษคืออะไร? อะไรที่เกินความต้องการคือยาพิษ อาจเป็นอำนาจ ความเกียจคร้าน อาหาร อัตตา ความทะเยอทะยาน ความไร้สาระ ความกลัว ความโกรธ หรืออะไรก็ตาม
#เรื่องของมารทดสอบ ทำความดีมักมีอุปสรรคธรรมสูงขึ้นหนึ่งศอก มารจะสูงขึ้นหนึ่งวาผู้บำเพ็ญจึงให้เห็นเป็นธรรมดา อย่าหวั่นไหว ไม่ท้อถอยถูกทดสอบ….ว่าบำเพ็ญจริง!!!ถูกทดสอบ….เพื่อสะเดาะห์เคราะห์ ลบล้างหนี้เวรกรรมถูกทดสอบ….เพื่อลบล้างความแข็งกระด้าง ยโส โอหังถูกทดสอบ….เพื่อกำหนดรู้ ดีกรี ระดับ มรรคผล #แบบอย่างการทดสอบ สอบประชิดตัว คือ เจ็บป่วยถูกทำร้ายสอบอารมณ์ คือ ถูกทรยศหักหลังสอบรอบนอก คือ ถูกใส่ร้ายขู่ขวัญเป็นความสอบวิปริต คือ จากพรากล้มละลายสอบราบรื่น คือ สมหวังทุกอย่างสอบฝืดขัด คือ มีอุปสรรคบั่นทอน ทุกอย่างสอบพลิกผัน คือ ชะตากรรมผันผวน เช่น รวยแล้วจน สอบทางธรรม เรื่องแปลก ๆ วุ่นวาย…ให้รู้เท่าทัน มุ่งมั่นบำเพ็ญ มารทดสอบจะเลิกราไปเอง เราชาวพุทธถูกสอนให้เกลียดมารมีอคติกับมารมานาน แต่เราไม่มีความรู้แจ้งจริงว่ามารคือใคร? แท้แล้วมารคือ เทวดาชั้นหกไม่ต่างจากเทพหรอกเขาเป็นชาวสวรรค์เหมือนกันมีอาญาสิทธิ์ อาญาธรรมในการทำหน้าที่ของตนเองเหมือนกัน เป็นธรรมะ ธรรมชาติที่ขาดจากโลกนี้ไปไม่ได้หากขาดแล้วก็จะเสียสมดุล
๒๘/๑/๖๙ การ “ใช้กิเลสในการบรรลุธรรม” ฟังดูย้อนแย้ง แต่ในทางปฏิบัติขั้นสูง (เช่น แนวทางวัชรยาน หรือการเจริญสติแบบวิปัสสนา) กิเลสคือ “#เชื้อเพลิง” ชั้นดีที่ทำให้เกิดการตื่นรู้ #หากไม่มีกิเลสเราก็ไม่มีอะไรให้เรียนรู้เพื่อจะหลุดพ้น นี่คือวิธีการเปลี่ยน “พิษ” ของกิเลส ให้กลายเป็น “ยา” แห่งปัญญา 1. กิเลสคือ “ครู” ที่สอนอริยสัจ หนทางบรรลุธรรมเริ่มต้นที่การ “กำหนดรู้ทุกข์”ถ้าไม่มีกิเลส (ความโลภ ความโกรธ ความหลง) เราก็จะไม่เห็น “ความบีบคั้น” (ทุกข์) ในใจ เมื่อกิเลสเกิดขึ้น ให้จ้องมองความทุกข์ที่มันสร้างขึ้นมาอย่างชัดๆ จนจิตมัน “เข็ด” และเห็นความจริงว่า “การมีกิเลสนั้นเป็นภาระ” การบรรลุ: เกิดขึ้นเมื่อจิตเห็นโทษของกิเลสซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเกิดการ “คลายความกำหนัด” (วิราคะ) และปล่อยวางไปเองโดยธรรมชาติ 2. ใช้กิเลสเป็น “เป้านิ่ง” ของสติ การฝึกจิตที่ไม่มีกิเลสเลยเหมือนการซ้อม ชกมวยกับลม แต่การฝึกกับกิเลสคือการลงสนามจริง วิมุตติ (ความหลุดพ้น) ไม่ได้เกิดจากการที่กิเลสหายไปหมดโลก แต่เกิดจาก “การที่กิเลสทำอะไรจิตไม่ได้” ทุกครั้งที่กิเลสมา…
#คนทางโลกโดยเฉลี่ยอาศัยอยู่ในหมอกแห่งความรู้สึกที่ขาดการเชื่อมต่อ ความทรงจำที่ไม่เกี่ยวข้อง ประโยคที่ไร้สาระจากหนังสือหรือเรื่องราวทางอินเทอร์เน็ต ความกลัวและความขุ่นเคืองเล็กน้อยและความรู้สึกไม่สบายและตื่นเต้นทางร่างกาย #เมื่อคุณมักจะพูดคำในใจอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นชื่อของเพื่อนหรือศัตรู ชื่อของความวิตกกังวล หรือชื่อของวัตถุที่ต้องการ จงตระหนักว่าแต่ละคำเหล่านี้แวดล้อมไปด้วยบรรยากาศทางจิตใจของมันเอง หากคุณทำซ้ำ “สงคราม” หรือ “มะเร็ง” หรือ “เพศ” หรือ “เงิน” พูดอีกครั้งหนึ่งหรือพูดอีกพันครั้ง คุณจะพบว่าอารมณ์ทั้งหมดของคุณเปลี่ยนไปและถูกแต่งแต้มด้วยความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับคำนั้น ในทำนองเดียวกัน การสวดมันตราจะชำระสภาพจิตใจของคุณให้บริสุทธิ์ บัณฑิตที่ตระหนักในตนเองนั้นอยู่ในความ#ชัดเจนของจิตสำนึกที่ไร้ขอบเขตอย่างต่อเนื่องและแหวกว่ายอยู่ในทะเลแห่งความสุข ดุจดั่งการรินน้ำมันหอมบริสุทธิ์ที่ไหลรินไหลริน จุดประสงค์ของชีวิตคือการเป็นอิสระจากความทุกข์ทรมานและบรรลุความสุขที่ไม่มีที่สิ้นสุดซึ่งเป็นจิตสำนึกของสภาวะพุทธะ #คุณต้องนั่งสมาธิทุกวันเพราะการฝึกของคุณมาพร้อมกับโยคะจากจิตวิญญาณที่ครูของคุณเริ่มกิจกรรมให้แต่ละวัน โยคะมาพร้อมความรู้ ผ่านความรู้ผ่านความรัก และผ่านความรักมาพร้อมความสุข เพราะความรู้ขั้นสูงสุดคือการรู้จักพระเจ้า รู้จักสภาวะของท่าน การรักษาที่ดีที่สุดคือการตระหนักถึงพระเจ้า โยคะจิตวิญญาณขั้นสูงสุดคือการเป็นพระเจ้า พบสภาวะพระองค์ในตนของเรา#แม่ครูน้อย
#ความทุกข์ยากหลักของอารยธรรมสมัยใหม่คือการที่เราไม่รู้จักวิธีจัดการกับความทุกข์ทรมานในตัวเรา และเราพยายามปกปิดมันด้วยการบริโภคทุกประเภท ผู้ค้าปลีกขายอุปกรณ์มากมายเพื่อช่วยเราปกปิดความทุกข์ที่อยู่ภายใน เว้นแต่และจนกว่าเราจะสามารถเผชิญกับความทุกข์ของเรา เราไม่สามารถอยู่และพร้อมสำหรับชีวิต และความสุขจะหลบหลีกเราต่อไป#มีคนจำนวนมากที่มีความทุกข์มหาศาลและไม่รู้ว่าจะจัดการกับมันอย่างไร สำหรับหลายๆ คน มันเริ่มต้นตั้งแต่อายุยังน้อย แล้วทำไมโรงเรียนไม่สอนให้เยาวชนรู้จักวิธีจัดการกับความทุกข์? ถ้านักเรียนไม่มีความสุข เขาไม่มีสมาธิและเรียนรู้ไม่ได้ ความทุกข์ของเราแต่ละคนส่งผลต่อผู้อื่น ยิ่งเราเรียนรู้ศิลปะแห่งความทุกข์ได้ดีเท่าไร ความทุกข์ในโลกก็จะยิ่งน้อยลงเท่านั้น#สติเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะอยู่กับความทุกข์ของเราโดยไม่ถูกครอบงำ สติคือความสามารถที่จะอยู่กับปัจจุบันขณะ รู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นที่นี่และตอนนี้ ตัวอย่างเช่น เมื่อเรายกแขนทั้งสองขึ้น เราตระหนักดีว่าเรากำลังยกแขนขึ้น จิตใจของเราอยู่ที่การยกแขนขึ้น และเราไม่ได้คิดถึงอดีตหรืออนาคต เพราะการยกแขนของเราเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันขณะ#มีสติ ความหมายคือ มีสติ เป็นพลังงานที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงเวลาปัจจุบัน ยกแขนขึ้นและรู้ว่าเรากำลังยกแขนขึ้น นั่นคือสติ การมีสติในการกระทำของเรา เมื่อเราหายใจเข้าและรู้ว่าเราหายใจเข้า นั่นคือสติ เมื่อเราก้าวและรู้ว่าขั้นตอนต่างๆ กำลังเกิดขึ้น เราก็นึกถึงขั้นตอนต่างๆ สติคือการมีสติในบางสิ่งเสมอ เป็นพลังงานที่ช่วยให้เราตระหนักถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้และที่นี่ในร่างกายของเรา ในความรู้สึกของเรา ในการรับรู้ของเรา และรอบตัวเรา