#เมื่อเรามีปัญหาแสดงว่า

⭐️

#เมื่อเรามีปัญหาแสดงว่า
#เรามิได้มีปัญญามากพอ

?️#อย่าโทษคนอื่นเพราะขาดศรัทธา

หากเราไม่รู้สึกถึงการอุทิศตนมากนัก
#นั่นไม่ใช่เพราะครูของเรามีบางอย่างผิดปกติหรือเพราะว่าเพื่อนของเราส่งผลในทางลบ

?️??#เป็นเพราะข้อบกพร่องของเราเองและวิธีรับรู้สิ่งต่างๆ

❌#ที่ผิด

ครูกำลังวางทุกวิถีทางเพื่อให้บรรลุการตรัสรู้
ดังนั้นเราควรเห็นความสมบูรณ์แบบในทุกสิ่งที่เขาทำและพูด

#หากเราคิดว่าพระองค์เป็นพระพุทธเจ้าอย่างแท้จริง สิ่งใดที่พระองค์ทรงทำก็สมบูรณ์แบบ การอุทิศตนในลักษณะนี้จะทำให้การรับรู้ที่ไม่บริสุทธิ์ของเรา

?️?#ซึ่งเราเห็นข้อบกพร่องในตัวครู
#หลีกทางให้การรับรู้ที่บริสุทธิ์
ซึ่งเราเห็นกิจกรรมที่ตรัสรู้ของพระองค์ตามที่เป็นอยู่จริง

?????#ถ้าเราไม่มีศรัทธา
เราจะเห็นข้อบกพร่องในตัวครู
เช่นเดียวกับสุนักษัตที่ประกาศว่า

#คำสอนของพระพุทธเจ้ามีไว้เพื่อหลอกมนุษย์ และพระเทวทัตซึ่งแม้จะเป็นลูกพี่ลูกน้องของพระพุทธเจ้าก็พยายามทำร้ายเขาทั้งชีวิต

????#ดังนั้นให้ตรวจสอบข้อผิดพลาดและข้อบกพร่องของคุณเอง

Similar Posts

  • หลักของอารยธรรมสมัยใหม่

    #ความทุกข์ยากหลักของอารยธรรมสมัยใหม่คือการที่เราไม่รู้จักวิธีจัดการกับความทุกข์ทรมานในตัวเรา และเราพยายามปกปิดมันด้วยการบริโภคทุกประเภท ผู้ค้าปลีกขายอุปกรณ์มากมายเพื่อช่วยเราปกปิดความทุกข์ที่อยู่ภายใน เว้นแต่และจนกว่าเราจะสามารถเผชิญกับความทุกข์ของเรา เราไม่สามารถอยู่และพร้อมสำหรับชีวิต และความสุขจะหลบหลีกเราต่อไป#มีคนจำนวนมากที่มีความทุกข์มหาศาลและไม่รู้ว่าจะจัดการกับมันอย่างไร สำหรับหลายๆ คน มันเริ่มต้นตั้งแต่อายุยังน้อย แล้วทำไมโรงเรียนไม่สอนให้เยาวชนรู้จักวิธีจัดการกับความทุกข์? ถ้านักเรียนไม่มีความสุข เขาไม่มีสมาธิและเรียนรู้ไม่ได้ ความทุกข์ของเราแต่ละคนส่งผลต่อผู้อื่น ยิ่งเราเรียนรู้ศิลปะแห่งความทุกข์ได้ดีเท่าไร ความทุกข์ในโลกก็จะยิ่งน้อยลงเท่านั้น#สติเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะอยู่กับความทุกข์ของเราโดยไม่ถูกครอบงำ สติคือความสามารถที่จะอยู่กับปัจจุบันขณะ รู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นที่นี่และตอนนี้ ตัวอย่างเช่น เมื่อเรายกแขนทั้งสองขึ้น เราตระหนักดีว่าเรากำลังยกแขนขึ้น จิตใจของเราอยู่ที่การยกแขนขึ้น และเราไม่ได้คิดถึงอดีตหรืออนาคต เพราะการยกแขนของเราเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันขณะ#มีสติ ความหมายคือ มีสติ เป็นพลังงานที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงเวลาปัจจุบัน ยกแขนขึ้นและรู้ว่าเรากำลังยกแขนขึ้น นั่นคือสติ การมีสติในการกระทำของเรา เมื่อเราหายใจเข้าและรู้ว่าเราหายใจเข้า นั่นคือสติ เมื่อเราก้าวและรู้ว่าขั้นตอนต่างๆ กำลังเกิดขึ้น เราก็นึกถึงขั้นตอนต่างๆ สติคือการมีสติในบางสิ่งเสมอ เป็นพลังงานที่ช่วยให้เราตระหนักถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้และที่นี่ในร่างกายของเรา ในความรู้สึกของเรา ในการรับรู้ของเรา และรอบตัวเรา

  • “ดวงบุญหมด” หรือ “บุญเกลี้ยงถัง”

    #ธรรมจากประตู๗/๑/๖๙#โดยแม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว “#ดวงบุญหมด” หรือ “บุญเกลี้ยงถัง”ไม่ได้หมายความว่าเราไม่มีบุญเหลืออยู่เลย แต่หมายถึง “#กระแสบุญถูกปิดกั้น” จนไม่สามารถส่งผลถึงชีวิตในปัจจุบันได้นี่คือสัญญาณเตือนและวิธี “เปลี่ยนเส้นทางพลังงานใหม่ ให้ดวงบุญกลับมาสว่างไสวในปี 2026 นี้ 1. สัญญาณเตือนเมื่อดวงบุญเหลือน้อย (หรือถูกปิดกั้น) เงินหนี: หยิบจับอะไรก็ติดขัด รายได้ที่เคยได้กลับหายไป โชคลาภอุดตันอย่างหนักสภาวะญาณบอด: มืดแปดด้าน คิดอะไรไม่ออก ตัดสินใจผิดพลาดซ้ำๆ จนนำไปสู่ความสูญเสีย#เทวดาประจำตัวถอยห่าง: รู้สึกโดดเดี่ยว ไม่มีสังหรณ์ใจเตือนภัย และมักจะพบเจอแต่ Toxic คลื่น หรือคนไม่ดีเข้ามาในชีวิตร่างกายหนักอึ้ง: รู้สึกเพลียโดยไม่มีสาเหตุ อึดอัดแน่นหน้าอก เพราะสนามพลังงานรอบตัวมีแต่ พลังยัน 2. สาเหตุที่ทำให้บุญหมด (รอยรั่วพลังงาน) การอกตัญญูและดูถูกครูบาอาจารย์ นี่คือการ ตัดกระแส บุญที่แรงที่สุด การผิดสัจจะ: เมื่อเสียสัจจะ พลังจิตจะเสื่อม ทำให้ท่อพลังงาน บุญกับเงิน อุดตัน จิตพยาบาทและเพ่งโทษ: การนินทาหรือแช่งด่าผู้อื่น คือการเอาขยะมา ทับถมดวงบุญของตัวเอง 3. วิธีการ “#ต่อยอดดวงบุญ” แบบเร่งด่วน หากเรารู้สึกว่าบุญกำลังจะหมด ให้รีบทำกระบวนการปรับจูนจิตดังนี้…

  • งานภายในจริงๆ

    ?? #คุณอาจกำลังบอกว่า#คุณเป็นผู้แสวงหาการแสวงหาการรู้แจ้งเหนือกาลเวลาซึ่งเป็นนักเดินทางบนเส้นทางสู่จิตสำนึกที่ยิ่งใหญ่กว่าคุณทราบไหมงานที่แท้จริงของคุณไม่ว่างานของคุณจะเป็นงานอะไรในโลก#มันเป็นงานภายในจริงๆ คุณต้องการตระหนักถึงสิ่งที่คุณทำสิ่งที่คุณพูดและแม้แต่สิ่งที่คุณคิดคุณต้องการเป็นพลังทางศีลธรรมในโลก โดยเริ่มจากโลกที่คุณมีปฏิสัมพันธ์ด้วยในปัจจุบันเช่น ครอบครัวของคุณเพื่อนของคุณ เพื่อนร่วมงานของคุณคุณต้องการเป็นที่รู้จักในฐานะคนที่มีความซื่อสัตย์เป็นคนที่สามารถไว้วางใจได้คนที่สามารถเป็นศูนย์กลาง #ในยามวิกฤต ?? และโลกต้องการคุณอย่างยิ่ง!โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาเช่นนี้ที่เต็มไปด้วยความไม่ลงรอยกันและการแบ่งแยกการเชื่อมต่อกับจิตวิญญาณการดื่มด่ำกับความสงบและความสมดุลที่เกิดจากการปฏิบัติทางจิตวิญญาณเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ?? #เมื่อคุณดำเนินไปตามเส้นทางคุณอาจพบว่างานของคุณในโลกจะเปลี่ยนไปคุณอาจต้องการช่วยเหลือผู้อื่นโดยตรงมากขึ้นเช่น ในฐานะวิทยากรโค้ชหรือผู้นำหรือคุณอาจจะพยายามใส่สถานการณ์ในบ้านและที่ทำงานในปัจจุบันโดยตระหนักมากขึ้นว่าคุณสามารถทำอะไรได้บ้าง#ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น การเป็นคนงานเบาหมายความว่าคุณมุ่งมั่นที่จะทำในสิ่งที่ทำได้เพื่อบรรเทาความทุกข์และความสับสนทั้งในตัวเองและคนอื่น ๆ หมายความว่าคุณยอมรับความรับผิดชอบต่อชีวิตของคุณเองและหยุดโทษภายนอกตัวเอง หมายความว่าคุณเข้าใจว่าคุณใช่คุณมีอำนาจที่จะเปลี่ยนทิศทางที่โลกกำลังมุ่งหน้าไป#และหมายความว่าคุณรู้วิธีที่จะเป็นคนใจดีเริ่มต้นที่ภายในเท่านั้นจริงๆ ๛คุรุจิตวิญญาณครูปุ๊ยแม่ครูน้อย๛ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ห้าได้จริงมากกว่า 160 ชีวิตครูสอนให้ผู้คนรู้วิธีที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในจิตใจและเข้าถึงจิตวิญญาณ#ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ 5#ครูผู้ถ่ายทอดมิติทางจิตและวิญญาณศาสตร์

  • แหล่งหลบภัยที่ไม่เคยล้มเหลวของคุณคือครู

    #แหล่งหลบภัยที่ไม่เคยล้มเหลว#ของคุณคือครู ไม่ว่าสถานการณ์ใดจะเกิดขึ้นความเมตตาของครูทางจิตวิญญาณจะไม่ทอดทิ้งคุณ ถ้าคุณใส่ความมั่นใจในครูบาอาจารย์ ท่านจะชี้นําคุณจนกว่าจะตรัสรู้ คุณควรติดตามครูอย่างไร?สําคัญกว่าเครื่องสังฆทานคือการรับใช้ครูบาอาจารย์ด้วยกาย วาจา และใจและเหนือสิ่งอื่นใดตอบแทนความเมตตาของครูบาอาจารย์ด้วยการนําคําสอนมาปฏิบัติด้วยความพยายามอย่างยิ่ง คุณจะเริ่มต้นบนเส้นทางอย่างไร?ก่อนอื่นได้รับคําแนะนําจากครูของคุณจากนั้นให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความหมายของพวกเขา และในที่สุดรวมมันเข้ากับความเป็นอยู่ของคุณ

  • Empathy ( #การหยั่งรู้วาระจิต)

    Empathy ( #การหยั่งรู้วาระจิต) #แตกต่างจาก Sympathy (ความสงสาร)Sympathy จะเป็นความรู้สึกของความเศร้าโศกหรือเวทนาไปกับผู้ที่ประสบกับความทุกข์ยากลำบากในบางเรื่องราว…..แต่ Empathy คือการเสียสละ และแสดงออกด้วยการกระทำที่เปี่ยมด้วยความเมตตา ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นซึ่งในขณะที่ Empathy จะดูเหมือนเป็นเรื่องที่เป็นไปด้านบวก และมีจริยธรรมอันสูงส่ง ทั้งยังมีหลักการในการปฏิบัติที่ดีก็ตามที แต่ก็มีบางคนเชื่อว่า การหยั่งรู้วาระจิตผู้อื่นมากเกินไป ก็อาจเป็นอันตรายต่อความผาสุกของตัว Empath (ผู้หยั่งรู้วาระจิต) เอง และอันตรายนั้นอาจลามไปถึงระดับโลกอีกด้วยเพราะพฤติกรรมของการหยั่งรู้วาระจิต (Empathy) ที่มากเกินไปนั้น จะไปรบกวนต่อการตัดสินใจที่ควรจะเป็นไปตามเหตุผล ซึ่งสืบเนื่องจากการที่พวก Empath ชอบที่จะใช้หัวใจนำทางมากกว่าสมอง ซึ่งอาจทำให้พวกเขาสูญเสียภาพที่กว้างขึ้นของผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในระยะยาวก็เป็นได้ตามหลักจิตวิทยา… Empathy (การหยั่งรู้วาระจิต) แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ…คือ1. ‘การหยั่งรู้ที่มีความเข้าใจในด้านของปัญญา และองค์ความรู้ ‘ซึ่งมีขีดความสามารถในการเข้าใจว่าผู้คนรู้สึกอย่างไร และกำลังคิดอะไรอยู่ และการหยั่งรู้ในลักษณะนี้ จะทำให้เกิดการสื่อสารได้ดียิ่งขึ้น และช่วยให้เกิดการถ่ายทอดข้อมูลที่สามารถเข้าถึงผู้อื่นได้อย่างตรงประเด็นที่สุด2. ‘การหยังรู้วาระจิตในด้านอารมณ์’ (หรือที่เรียกว่า รับอารมณ์ผู้อื่น) จะมีขีดความสามารถในการแบ่งปันความรู้สึกของบุคคลอื่น ซึ่งบางคนได้เปรียบเทียบไว้คล้ายประโยคที่ว่า…. “ความเจ็บปวดของคุณมันอยู่ในหัวใจของฉัน” …..ซึ่ง การหยั่งรู้ ฯ ในลักษณะนี้ จะทำให้เกิดการสร้างอารมณ์ร่วมในการเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน3. ‘การหยั่งรู้ที่เป็นไปด้วยความเมตตา-กรุณา’ (หรือที่เรียกว่า เอื้ออาทร…

  • #คนที่อ่อนแอย่อมแพ้อุปสรรคง่ายๆ

    #คนที่อ่อนแอย่อมแพ้อุปสรรคง่ายๆ ส่วนคนที่เข้มแข็งย่อมไม่ยอมแพ้ เมื่อพบอุปสรรคก็แก้ไขไปรักษาการงานหรือสิ่งมุ่งจะทำไว้ด้วยจิตใจที่มุ่ง มั่น ถืออุปสรรคเหมือนอย่างสัญญาณไฟแดงที่จะต้องพบเป็นระยะ ถ้ากลัวจะต้องพบสัญญาณไฟแดงตามถนนซึ่งจะต้องหยุดรถ ก็จะไปข้างไหนไม่ได้ แม้การดำเนินชีวิตก็ฉันนั้น ถ้ากลัวจะต้องพบอุปสรรคก็ทำอะไรไม่ได้ธรรมดาผู้เป็นปุถุชน ความปรารถนาต้องการย่อมบังเกิดขึ้นได้เสมอ วิธีปฏิบัติที่ถูกต้องก็คือ เมื่อความปรารถนาต้องการเกิดขึ้นเมื่อใด ให้ทำสติพิจารณาใจตนเองอย่างผู้มีปัญญา อย่าคิดเอาเองว่าใจเป็นอย่างไร จะต้องพบความจริงแน่นอนว่า ใจเป็นทุกข์ ใจเร่าร้อน ด้วยอำนาจความปรารถนาต้องการที่เกิดขึ้นนั้น ใจจะไม่สงบเย็นด้วยอำนาจความปรารถนาต้องการที่เกิดขึ้นโดยเด็ดขาด#?????????วิทยฐานะ #อัครบุคคลแห่งชาติ (พรหมนาคา) ประจำปี 2564 สาขา ผู้ส่งเสริมเผยแผ่ศาสนาดีเด่น #ทูตวัฒนธรรม (ต้นแบบสังคมบุคคลของชาติ) ประจำปี 2564 โครงการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย สืบสานสู่ประชาคมอาเซียน สาขา ด้าน ส่งเสริมศาสนาดีเด่น