หลักของอารยธรรมสมัยใหม่

?️?#ความทุกข์ยากหลักของอารยธรรมสมัยใหม่คือการที่เราไม่รู้จักวิธีจัดการกับความทุกข์ทรมานในตัวเรา และเราพยายามปกปิดมันด้วยการบริโภคทุกประเภท ผู้ค้าปลีกขายอุปกรณ์มากมายเพื่อช่วยเราปกปิดความทุกข์ที่อยู่ภายใน เว้นแต่และจนกว่าเราจะสามารถเผชิญกับความทุกข์ของเรา เราไม่สามารถอยู่และพร้อมสำหรับชีวิต และความสุขจะหลบหลีกเราต่อไป?️?#มีคนจำนวนมากที่มีความทุกข์มหาศาลและไม่รู้ว่าจะจัดการกับมันอย่างไร สำหรับหลายๆ คน มันเริ่มต้นตั้งแต่อายุยังน้อย แล้วทำไมโรงเรียนไม่สอนให้เยาวชนรู้จักวิธีจัดการกับความทุกข์? ถ้านักเรียนไม่มีความสุข เขาไม่มีสมาธิและเรียนรู้ไม่ได้ ความทุกข์ของเราแต่ละคนส่งผลต่อผู้อื่น ยิ่งเราเรียนรู้ศิลปะแห่งความทุกข์ได้ดีเท่าไร ความทุกข์ในโลกก็จะยิ่งน้อยลงเท่านั้น?️?#สติเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะอยู่กับความทุกข์ของเราโดยไม่ถูกครอบงำ สติคือความสามารถที่จะอยู่กับปัจจุบันขณะ รู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นที่นี่และตอนนี้ ตัวอย่างเช่น เมื่อเรายกแขนทั้งสองขึ้น เราตระหนักดีว่าเรากำลังยกแขนขึ้น จิตใจของเราอยู่ที่การยกแขนขึ้น และเราไม่ได้คิดถึงอดีตหรืออนาคต เพราะการยกแขนของเราเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันขณะ?️?#มีสติ ความหมายคือ มีสติ เป็นพลังงานที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงเวลาปัจจุบัน ยกแขนขึ้นและรู้ว่าเรากำลังยกแขนขึ้น นั่นคือสติ การมีสติในการกระทำของเรา เมื่อเราหายใจเข้าและรู้ว่าเราหายใจเข้า นั่นคือสติ เมื่อเราก้าวและรู้ว่าขั้นตอนต่างๆ กำลังเกิดขึ้น เราก็นึกถึงขั้นตอนต่างๆ สติคือการมีสติในบางสิ่งเสมอ เป็นพลังงานที่ช่วยให้เราตระหนักถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้และที่นี่ในร่างกายของเรา ในความรู้สึกของเรา ในการรับรู้ของเรา และรอบตัวเรา

Similar Posts

  • คำสั่งจิตที่ผิดพลาดในอดีตเปรียบเสมือน “โซ่ตรวนทิพย์”

    #ธรรมชั้นครู๑๙/๑/๖๙ คำสั่งจิตที่ผิดพลาดในอดีต (เช่น การเคยแช่งด่าตัวเอง การบ่นว่าจน การสาบานด้วยอารมณ์ หรือการตั้งสัจจะแล้วทำไม่ได้) เปรียบเสมือน “#โซ่ตรวนทิพย์” ที่ดึงดวงชะตาให้ตกต่ำและทำให้เกิดสภาวะ “ญาณบอด” นี่คือเทคนิคการ “ถอน” พลังงานลบเหล่านั้นเพื่อเปิดรับกระแสศิวิไลซ์ 1. การใช้ “น้ำสะอาด” เป็นสื่อล้างสัญญา (ปรับธาตุ) ในปี 2026 น้ำคือธาตุที่รับข้อมูลได้เร็วที่สุด ให้เตรียมน้ำสะอาด 1 แก้ว วางต่อหน้าในพานอธิษฐานวิธีปฏิบัติ: ยิ้มที่มุมปากให้ใจ เบา สบาย นึกถึงเทวดาประจำตัวและครูบาอาจารย์ แล้วกล่าวว่า: “ข้าพเจ้าขอนำน้ำสะอาดนี้มาเป็นสื่อกลาง เพื่อล้างสัญญาจิตที่ผิดพลาดในอดีต ทุกคำพูดที่เคยแช่งด่าตนเอง ทุกคำสาบานที่ทำไม่ได้ และทุกโปรแกรมจิตที่จำกัดความรวยของข้าพเจ้า ขอน้ำนี้ชะล้างให้ดวงจิตของข้าพเจ้าใสสะอาดนับแต่บัดนี้” (แล้วนำน้ำนั้นมาดื่มและลูบหน้า) 2. การกล่าว “คำถอนสัญญากรรม” (Undo Command) การถอนต้องใช้ “สัจจะ” ใหม่ไปล้างสัจจะเก่าที่ผิดพลาด บทกล่าว: “ข้าพเจ้าขอยกเลิกและเพิกถอน ทุกคำพูดที่เป็นอัปมงคล ทุกการเพ่งโทษนินทาที่เคยทำลงไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ข้าพเจ้าขอคืนอำนาจให้ดวงจิตบริสุทธิ์ของข้าพเจ้า สิ่งใดที่ข้าพเจ้าเคย ‘สั่งจิต’ ให้ติดขัด ข้าพเจ้าขอ…

  • สภาวะที่ “#ครูสอนเราทั้งที่ไม่รู้จักกัน”

    สภาวะที่ “#ครูสอนเราทั้งที่ไม่รู้จักกัน” (ไม่เคยเห็นหน้าหรือไม่เคยคุยกันเป็นการส่วนตัว) ถือเป็นปรากฏการณ์ทางพลังงานในมิติที่สูง ที่มีความหมายลึกซึ้งดังนี้ #การสื่อสารผ่านคลื่นพลังงาน (Soul Connection): ในระดับจิตวิญญาณ พลังงานไม่มีพรมแดน ครูบาอาจารย์ที่มีญาณบารมีสูงจะส่งกระแสธรรมผ่าน “คลื่นความถี่” เมื่อเราเปิดฟังหรืออ่านคำสอน แล้วรู้สึกว่า “ตรงกับชีวิตพอดี” นั่นคือการที่ เทวดาประจำตัว ของเรา พยายามจูนจิตของเราให้มาพบกับคลื่นพลังงานที่สามารถแก้ปมในใจคุณได้ ธรรมะจัดสรร (กระแสไหล): การที่ครูสอนเหมือนรู้เรื่องของเราทั้งที่ไม่รู้จักกัน เป็นเครื่องยืนยันว่าเรากำลังอยู่ในกระแส “พลังงานไหล” คือวาระบุญของเราเปิดออก ทำให้เราได้รับคำชี้แนะที่ถูกต้องในเวลาที่เหมาะสม เพื่อช่วยปิด รอยรั่วทางบุญ หรือเตือนสติเรื่องการ ผิดสัจจะ #มารทดสอบ (ความสงสัย) บ่อยครั้งที่จิตจะเกิดความสงสัย (วิจิกิจฉา) ว่า “ครูรู้ได้อย่างไร?” หรือ “#ครูพูดกระทบเราหรือเปล่า?” ความสงสัยนี้คือ มารทดสอบ ที่จะทำให้เกิด พลังงานยัน หากเรามัวแต่หาคำตอบทางสมอง เราจะพลาดโอกาสในการ บันทึกจิตใหม่ เพื่อยกระดับชีวิต การรับ “#ทรัพย์ทางพลังงาน” การสอนโดยไม่รู้จักตัวตนกัน เป็นการสอนที่บริสุทธิ์ที่สุด เพราะครูไม่ได้สอนตามกิเลสหรือความรักความชังส่วนตัว แต่สอนตามกระแสธรรมที่หลั่งไหลออกมา หน้าที่ของเราคือรักษา ใจให้เบา สบายเพื่อเป็นภาชนะรับบารมีนั้น…

  • สวัสดีปีเสือน้อย

    ทุกๆปีคือความมงคลของชีวิต#สวัสดีปีเสือน้อย มงคล ที่ ๖ #ตั้งตนชอบ#ฉบับทางก้าวหน้า#เรือที่ฝ่าคลื่นอยู่กลางมหาสมุทรจะแล่นถึงฝั่งได้ #นายเรือจะต้องตั้งจุดหมายปลายทางไว้ถูกต้องและรู้จักควบคุมหางเสือให้เรือวิ่งไปไม่ผิดทิศทางฉันใด คนเราจะประสบความสำเร็จในชีวิตได้ก็จะต้องตั้งตนชอบฉันนั้น#ตั้งตนชอบ หมายถึง การตั้งเป้าหมายชีวิต ทั้งทางโลกและทางธรรมไว้ถูกต้อง แล้วประคับประคองตนให้ดำเนินชีวิตไปตามเป้าหมายนั้น ด้วยความระมัดระวัง#การตั้งตนชอบเป็นสิ่งสำคัญมาก เป็นขั้นตอนแรกในการสร้างความสุข ความเจริญก้าวหน้าแก่ชีวิต เพราะถ้าใครตั้งเป้าหมายชีวิตไว้ผิด เช่น ตั้งเป้าไว้ว่าจะเป็นโจรที่ปล้นเก่งที่สุด แล้วพยายามดำเนินชีวิตไปตามนั้น คนๆ นั้นก็ไม่มีทางที่จะมีความสุขความเจริญก้าวหน้าได้ ถึงจะไปเสาะแสวงหาความรู้ความสามารถได้มากเพียงไร ก็ไม่เกิดประโยชน์ อันใด เพราะความรู้ความสามารถนั้นๆ ล้วนเป็นไปเพื่อยังความพินาศให้เกิดขึ้นแก่ตนเองและผู้อื่นทั้งสิ้น#ผู้ที่รักความก้าวหน้าทั้งหลาย จึงจำเป็นต้องตั้งเป้าหมายชีวิตให้ถูกต้องก่อน จากนั้นจึงไปเสาะแสวงหาความรู้ความสามารถ พากเพียรพยายามเพื่อบรรลุเป้าหมายชีวิตที่ถูกต้องนั้นให้ได้#MAEKHUNOYเทวดาประจำตัว

  • ไปให้ไกลกว่า

    #ไปให้ไกลกว่า ทุกอย่างเปลี่ยนไปเมื่อคุณเริ่มเปล่งความถี่ของคุณเอง #แทนที่จะดูดซับความถี่รอบตัวคุณ #เมื่อคุณเริ่มพิมพ์เจตจำนงของคุณบน จักรวาลแทนที่จะได้รับรอยประทับจากการดำรงอ

  • ศิษย์ที่รู้จักครูบาอาจารย์ที่แท้จริง คือศิษย์ที่ “ทำตามคำสอน” และมีใจที่กตัญญูนิ่งสงบ

    #ธรรมถึงประตู  ๑๘/๑/๖๙ “ศิษย์ไม่รู้จักครู” ไม่ได้หมายถึง การจำหน้าไม่ได้ หรือไม่รู้ชื่ออาจารย์ #แต่หมายถึงการที่ดวงจิตของศิษย์ “ขาดการเชื่อมต่อทางพลังงาน” กับสายธรรม #ซึ่งส่งผลเสียต่อดวงชะตาอย่างมาก ดังนี้ 1. ไม่รู้จัก “หัวใจ” ของคำสอน (จิตหยาบสูง) ศิษย์บางคนติดตามครูมานาน แต่ไม่เคยนำคำสอนเรื่อง สัจจะ กตัญญู และใจเบาสบาย มาใช้จริง ยังคงนินทา เพ่งโทษ และผิดสัจจะเป็นปกติ ผลที่เกิด: ในทางพลังงานจะถือว่าศิษย์คนนี้ “ไม่รู้จักครู” เพราะธาตุในตัวไม่เปลี่ยน สภาวะ ญาณบอด ยังคงอยู่ ทำให้ไม่สามารถรับกระแสบารมีที่ครูเทลงมาให้ได้ 2. ไม่รู้จัก “อำนาจของสายใยบารมี” (จิตปรามาส) เมื่อเกิดปัญหาในชีวิต ศิษย์กลุ่มนี้มักจะโกรธเคือง ท้อแท้ หรือตำหนิครูบาอาจารย์ว่าไม่ช่วย โดยลืมไปว่าตนเองมี รอยรั่วทางบุญ มากมาย ผลที่เกิด: การไม่รู้จักความเมตตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำดุสอน (ครูที่กล้าโดนศิษย์เกลียด) ทำให้สายใยบารมีขาดสะบั้น ศิษย์จะกลายเป็นคนโดดเดี่ยวทางพลังงานที่เทวดาหนุนนำไม่ได้ 3. เข้าหาครูเพราะ “ความโลภ” ไม่ใช่ “#ความศรัทธา” ศิษย์ที่รู้จักครูเพียงเพื่อจะเอา “ของขลัง”…

  • “สายใยพลังงาน” (Energy Cords)

    ในทางพลังงานและการปฏิบัติสายแม่ครูน้อย ประตูธรรม ๕ การตัด “สายใยพลังงาน” (Energy Cords) ที่เหนี่ยวรั้งจิตวิญญาณเป็นเรื่องสำคัญมากเพราะหากไม่ตัดให้ขาดสะบั้น ต่อให้ตัวห่างกันหมื่นลี้ แต่ “ธาตุ” ของเขาก็ยังสามารถสูบกินพลังงานบุญของคุณได้ สายใยที่ควรตัดให้ขาดมีดังนี้ 1. สายใยแห่ง “ความสงสารที่เจือด้วยกิเลส” (The Savior Cord) นี่คือสายใยที่อันตรายที่สุดสำหรับผู้ใจบุญ เรารู้สึกสงสาร อยากช่วยให้เขาพ้นทุกข์ อยากให้เขาตื่นรู้เหมือนเรา ความจริง: ความสงสารที่ไม่มีอุเบกขาจะกลายเป็น “ท่อส่งพลังงาน” ที่เขาสามารถส่งความทุกข์ ความร้อนรุ่ม และวิบากกรรมมาให้เราแบกรับแทน โดยที่เขาไม่ต้องสำนึกหรือแก้ไขตนเอง โทษของการแบกกรรมผู้อื่น วิธีตัด: วางอุเบกขาว่า “สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม” ตัดความอยากเป็นผู้ช่วยโลกในส่วนที่เกินกำลังออกไป 2. สายใยแห่ง “ความโกรธแค้นและคำสาปแช่ง” (The Grudge Cord) การที่เรายังนึกถึงความเจ็บปวดที่เขาทำไว้ หรือแอบแช่งให้เขาได้รับผลกรรม คือการสร้าง “โซ่ตรวนพลังงาน” ที่ผูกเราไว้กับเขาอย่างเหนียวแน่นความจริง: ตราบใดที่คุณยังโกรธ พลังงานของคุณกับเขาจะยัง “จูน” ถึงกันตลอดเวลา ทำให้คุณโชคลาภติดขัดเพราะมีกระแสพยาบาทขวางทาง อานุภาพของเมตตาบารมีวิธีตัด: อโหสิกรรมอย่างเด็ดขาด ไม่ใช่เพื่อเขา แต่เพื่อ…