สัญญาณและวิธีแก้ไขเมื่อเกิดสภาวะจิตสำนึกเสียในยุคนี้

สภาวะที่ “จิตสำนึกเสีย”
หมายถึงการที่ระบบคัดกรอง
ความดีงามในใจเกิดการ “บิดเบี้ยว”
หรือถูกปิดตายด้วยคลื่นความถี่ต่ำ
ทำให้ดวงจิตสูญเสียเข็มทิศในการนำทางชีวิต

#นี่คือสัญญาณและวิธีแก้ไขเมื่อเกิดสภาวะ
จิตสำนึกเสียในยุคนี้

1. สัญญาณของ “จิตสำนึกเสีย”
มองเห็นผิดเป็นชอบ: กล้าล่วงเกินผู้มีพระคุณ หรือ ดูถูกครูบาอาจารย์ โดยไม่รู้สึกผิด กลับมองว่าตนเองฉลาดกว่า หรือเก่งกว่า
ขาดความกตัญญู: ลืมเลือนบุญคุณของแผ่นดิน พ่อแม่ และผู้ที่เคยเกื้อกูล จิตจะมุ่งเน้นแต่ผลประโยชน์ส่วนตัว (ความโลภนำหน้า)
ผิดสัจจะโดยไม่สะดุ้งสะเทือน: พูดโกหกหรือรับปากแล้วไม่ทำจนเป็นนิสัย ทำให้ พลังจิต เสื่อมถอยและท่อพลังงาน บุญกับเงิน อุดตัน
สะสม Toxic คลื่น: ชอบเสพข่าวลบ นินทา และเพ่งโทษผู้อื่น จน บันทึกจิต เต็มไปด้วยขยะพลังงาน

2. ผลกระทบที่รุนแรงในปี 2569
เงินหนีและโชคลาภปิด: เมื่อจิตสำนึกเสีย สนามพลังงานจะเกิดอาการ พลังยัน กับความมั่งคั่ง ทำให้ชีวิตติดขัดอย่างหนัก
สภาวะญาณบอด: มืดแปดด้าน ตัดสินใจผิดพลาดซ้ำๆ จนนำไปสู่หายนะ เพราะ เทวดาประจำตัว ไม่สามารถสื่อสารสัญญาณเตือนได้ ถูกคัดกรองออกจากมิติที่ 5ในยุคศรีวิไล

#คนที่จิตสำนึกเสียจะอยู่ยากขึ้น เพราะคลื่นความถี่จะไม่ตรงกับกระแสโลกที่กำลังยกระดับ

3. วิธีแก้ไข
แม่ครูน้อยเน้นย้ำว่า “ไม่มีคำว่าสายเกินไปหากคิดจะกลับตัว ” ในปี 2026 นี้ให้ทำดังนี้
สารภาพผิดต่อใจตนเอง: ยอมรับความจริงว่าจิตเราเริ่มเสียและต้องการการแก้ไข (การยอมรับคือแสงสว่างแรก)
ขออโหสิกรรมสลายกำแพงอัตตา ทำพิธีขอขมาต่อพระรัตนตรัย พ่อแม่ และครูบาอาจารย์ เพื่อล้างโปรแกรมลบที่บันทึกไว้ คืนพลังงานแห่งความหลงผิด
ตั้งจิตส่งคืนความถือดี ความโกรธ และความเห็นผิดสู่ธรรมชาติ เพื่อให้จิตกลับมา “ว่าง” และ “สะอาด”
ฝึกรักษาสัจจะกู้ชีพเริ่มต้นที่สัจจะง่ายๆ และ รักษาให้ได้ 100% เพื่อเรียกคืนความศักดิ์สิทธิ์ให้ดวงจิต
อยู่ในที่ของเรา: หยุดเพ่งโทษผู้อื่น กลับมาขัดเกลาใจตนเองให้ ใจใส และสว่างไสว

🚩🚩 จิตสำนึกเสียคือสภาวะที่ “ใจมืดบอด” หากเรากลับมามีใจที่กตัญญูและรักษาสัจจะ เราจะสามารถ ชุบ พลังงานใหม่ และดึงดูดความสุขสงบกลับคืนมาได้ทันที

#ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ
#ข่าวสารและกิจกรรม
#ฆราวาสบ้านธรรม
#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ
#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว
#ประตูธรรม๕หนเหนือ
#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ

#เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติม
ได้ที่นี่ http://universethailand25.com
Facebook : https://www.facebook.com/theangelspiritual
Youtube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130
Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui

ติดต่อ/สอบถาม
แม่ครูน้อย
LINE ID: @imepui (มี@)
หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

Similar Posts

  • คุณกำลังปรับโฮโลแกรม

    คุณกำลังปรับโฮโลแกรมที่มั่นคงทางร่างกายปรับร่างกายของคุณให้เป็น … ในทุกช่วงเวลา ปรับแต่งความถี่ที่สูงขึ้นเพื่อสั่นสะเทือนให้มีความถี่สูงขึ้น….โลก 3D / ร่างกาย4D โลก / ร่างกาย5D โลก / ร่างกาย6D โลก / ร่างกาย7D โลก / ร่างกาย8D โลก / ร่างกาย9D โลก / ร่างกาย10D โลก / ร่างกาย11D โลก / ร่างกาย12D โลก / ร่างกาย13D โลก / ร่างกาย14D โลก / ร่างกายโลก 15D / ร่างกาย16D Earth / ร่างกาย17D Earth / Body18D Earth / Body19D Earth / Body…

  • จงพัฒนาปัญญา

    จงพัฒนาปัญญาให้รู้ทุกมิติมัวแต่อยู่มิติที่ 5ไม่ขึ้นไม่ลง#มันจะบ้าความรัก#บ้าความสมบูรณ์ขึ้นลงสติด้วยการพิจารณาความจริงของเรื่องบ้าง #ตั้งสติ

  • อันที่จริงมีผู้คนมากมายต้องการให้ข้าพเจ้าช่วยลงอักขระมนตรา

    อันที่จริงมีผู้คนมากมายต้องการให้ข้าพเจ้าช่วยลงอักขระมนตรา เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับผู้คนถ้าจะถามข้าพเจ้าว่าข้าพเจ้ามีวิชาเหล่านี้ไหมก็คงตอบไปว่า #ก็พอจะมีกับเค้าบ้าง  แต่สำหรับข้าพเจ้ามองว่าชีวิตมันมีอะไรสูงกว่าอักขระมนตราในตัวเราอีก ถ้าคุณพบว่าทุกวันคุณกําลังกลายเป็นทั้งขี้งอน ขี้เกียจ หรือนินทา #คุณรู้ว่าคุณกําลังถอยหลัง #บททดสอบที่ดีที่สุดคือการวิเคราะห์ตัวเองและหาคําตอบว่าวันนี้คุณมีความสุขมากกว่าเมื่อวานหรือไม่ #ถ้าวันนี้คุณรู้สึกว่าคุณมีความสุขมากขึ้น แสดงว่าคุณกําลังก้าวหน้า และความรู้สึกของความสุขนี้ต้องดําเนินต่อไป#ข้าพเจ้าแม่ครูน้อย#เทวดาประจำตัว

  • มิติที่ 11

    มิติที่ 11 องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่เพียงทรงเป็นทั้งองค์ศาสดาและเป็นสัพพัญญูแต่ยังเป็นนักจิตวิทยาและนักฟิสิกส์อย่างไม่น่าเชื่อ #การก้าวกระโดดของมนุษยชาติในมิติที่ห้านี้ คาร์ล ซี จุง นักจิตบำบัดและจิตแพทย์ผู้ก่อตั้งสำนักจิตวิเคราะห์เรียกว่า#จิตไร้สำนึกร่วมของจักรวาล อันที่จริงแล้วญาณหยั่งรู้ใจคนหรือเจโตปริยญาณก็คือการเข้าใจสภาวะของธรรมชาติในระดับสูงของจิต ซึ่งไม่ใช่เรื่องปาฏิหาริย์แต่อย่างใดเพียงแต่วิทยาศาสตร์ปัจจุบันยังเข้าไม่ถึงเท่านั้นเองแต่มั่นใจได้ว่าในอีกไม่เกิน 50 ปีข้างหน้าเครื่องอ่านใจคนจะสามารถประดิษฐ์ขึ้นมาได้อย่างแน่นอนจากทฤษฎีควอนตัม  ในคืนวันตรัสรู้แม้พระพุทธองค์จะทรงเจริญสติจนเกิดปัญญาระดับสูงสุดของสิ่งมีชีวิตทุกมิติแล้วส่งเข้าใจหมดทั้ง 11 มิติในจักรวาล แต่พระองค์ก็ยังทรงบอกว่าเรื่องจักรวาลยกไว้เรื่องหนึ่ง #สัพพัญญุตญาณ ของพระองค์ก็ยังไม่ทรงหยั่งรู้ว่าจักรวาลที่แท้จริงเป็นอย่างไรเกิดขึ้นมาตอนไหนมีขอบเขตสิ้นสุดที่ตรงไหนพระองค์เพียงแค่ตรัสว่าจักรวาลมีเป็นอนันต์ ในยามต้นแห่งราตรีของคืนวันตรัสรู้พระองค์ทรงบรรลุญาณระลึกชาติ ก็คือญาณที่สามารถหยั่งรู้ถึงการเกิดในครั้งก่อนก่อนที่วนเวียนไปตามมิติต่างๆดังนั้น #นอกจากทฤษฎีควอนตัมแล้วอีกวิธีหนึ่งที่สามารถทะลุมิติได้คือการฝึกเจริญสติถึงขั้นบรรลุญาณความจริงเหล่านี้ต้องปรากฏขึ้นก่อนการบรรลุอรหันต์

  • จิตที่สอนไม่ได้

    #จิตที่สอนไม่ได้” คือสภาวะอันตรายที่สุดของดวงจิต เพราะมันคือการปิดประตูรอดในยุคศิวิไลซ์ มักมีลักษณะที่เรียกว่า “จิตหยาบสูง” หรือ “จิตหลงตน” โดยมีสัญญาณเตือนดังนี้ 1. แบกอัตตาและถือดี (อีโก้หนา) จิตที่สอนไม่ได้มักคิดว่าตนเองรู้ดีแล้ว เก่งแล้ว หรือมีธรรมะสูงแล้ว เมื่อถูกครูบาอาจารย์ชี้จุดบกพร่องหรือดุสอนเพื่ออุดรอยรั่ว จะเกิดแรงต้านทันที อาการ: ไม่ยอมรับผิด ชอบอธิบายเหตุผลข้างๆ คูๆ เพื่อให้ตนเองดูดี (แกล้งเป็นคนถูก)ผลในยุค 2026: จิตจะหนักและร้อน ไม่สามารถปรับคลื่นความถี่ให้เข้ากับความ “เบา สบาย” ของมิติที่ 5 ได้ ทำให้พลาดโอกาสรับทรัพย์ใหญ่ที่เทวดาจัดสรรไว้ให้ 2. มีนิสัย “เพ่งโทษและนินทา” เป็นอาจิณ จิตที่สอนไม่ได้จะมองไม่เห็น “ขยะทิพย์” ในใจตนเอง แต่มองเห็นความผิดของคนอื่นเท่าภูเขาอาการ: เมื่อครูสอนเรื่องการหยุดนินทา จะรู้สึกอึดอัด และแอบไปนินทาครูหรือเพื่อนศิษย์ลับหลังผลในยุค 2026: เกิดสภาวะ “ญาณบอด” สนิท พลังงานลบจากการเพ่งโทษจะบดบังทางสว่าง ทำให้ชีวิตวนเวียนอยู่กับปัญหาเดิมๆ แก้ไขไม่ได้ เพราะภาชนะใจรั่วจนเก็บรักษาบุญไม่อยู่ 3. ขาด “สัจจะ” ต่อดวงจิตตนเองจิตที่สอนไม่ได้มักปากรับคำว่า “จะทำ”…

  • คนมีอำนาจเหนือกรรม

    #คนมีอำนาจเหนือกรรม อาจควบคุมกรรมของตนได้แต่ทั้งนี้ต้องไม่ลืมว่าจะต้อง#ควบคุมจิตเจตนาของตนได้ด้วย โดยตั้งมั่นแน่วแน่อยู่ในธรรม เช่นเมตตา สติ ปัญญา #สัจจาธิษฐาน เป็นต้น อันเป็นส่วนจิตและศีลอันหมายถึงตั้งเจตนา เว้นการที่ควรเว้น ทำการที่ควรทำในขอบเขตอันควร คนส่วนมากยังมีความเชื่อว่า#มีผู้ดลบันดาลให้เกิดสิ่งต่างๆ ขึ้นแต่ทางพระพุทธศาสนาได้ แสดงว่าคนมีกรรมเป็นของตน จะมีสุขหรือทุกข์เพราะกรรม ผู้คนเลยหันมากลัวกรรม #กรรมจึงคล้ายเป็นผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกเข้าใจในทางร้ายอยู่เสมอ กรรมจึงกลายเป็นอดีตที่น่ากลัว พระพุทธศาสนาไม่ได้สอนให้คนกลัวกรรม ไม่ได้สอนให้ตกเป็นทาสของกรรมหรืออยู่ใต้อำนาจของกรรม #แต่สอนให้รู้จักกรรม ให้มีอำนาจเหนือกรรม #ให้ควบคุมกรรมของตนในปัจจุบัน