มารดาบิดาเป็นทิศเบื้องหน้า

มารดาบิดาเป็นทิศเบื้องหน้า
ครูอาจารย์เป็นทิศเบื้องขวา
บุตรภรรยาเป็นทิศเบื้องหลัง
มิตรสหายเป็นทิศเบื้องซ้าย
คนรับใช้หรือผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นทิศเบื้องต่ำ
สมณพราหมณ์เป็นทิศเบื้องบน

ถ้าทิศทั้งหลายดังกล่าวไม่ดีเสียโดยมาก
ก็ยากที่จะให้ใครๆที่อยู่ระหว่างกลางดีอยู่ฝ่ายเดียว

?เมื่อมองไปเบื้องหน้า ไม่มีบิดา-มารดาเป็นที่ยึดเหนี่ยว
?มองไปเบื้องขวาก็ไม่พบครู-อาจารย์ที่จะอบรมแนะนำ
?มองไปเบื้องหลังก็ไม่พบญาติพี่น้องผู้หวังดี
?มองไปเบื้องซ้ายก็ไม่มีสหายที่เป็นกัลยาณมิตร ?มองไปเบื้องล่างก็ไม่พบผู้ที่รับใช้ให้ความช่วยเหลือ
?มองไปเบื้องบนก็ไม่พบสมณพราหมณ์ผู้ประพฤติดี ซึ่งจะเป็นผู้ชี้ทางที่ถูกให้

?️???#ตรงกันข้าม มองไปทางทิศไหนก็พบแต่โรงหนัง โรงละคร สถานอบายมุขต่างๆ และบุคคลต่างๆ ที่ชักนำไปทางเดียวกัน เมื่อเป็นเช่นนี้ก็จะเป็นเหตุชักจูงกันไปในทางเสื่อมเสียต่างๆ แต่ถ้าทิศทั้งหลายดีอยู่โดยมากก็ยากจะเสื่อมเสียได้

Similar Posts

  • การอยู่ในวงของการกระทำซ้ำ ๆ นั้น

    การอยู่ในวงของการกระทำซ้ำ ๆ นั้นไม่ใช่ปัญหา แต่ไม่รู้ การรู้ว่าเราอยู่ในวงของรูปแบบการคิดซ้ำ ๆ เป็นปัญหาเพราะจนกว่าเราจะตระหนักถึงรูปแบบที่เราจะติดอยู่ในวงเดียวกันอย่างไม่มีกำหนด การทำลายรูปแบบไม่ใช่จุดจบของเกมอย่างที่คุณจะวนซ้ำในที่สุด #ดังนั้นจงระวังการวนซ้ำและแก้ไขกระบวนการคิดไปสู่สภาวะจิตใจที่เหมาะสมที่สุดของคุณ  คิดดี รู้สึกดี ชีวิตดี

  • ความมืด

    คุณไม่จำเป็นต้องปล่อยให้ความมืดมาสร้างอารมณ์ใดๆ ในตัวคุณที่ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ พลังงานมืดไม่ฉลาด มันโง่ เมื่อรับรู้ถึงความดับของมันเอง มันก็ทำสิ่งต่าง ๆ ที่นำไปสู่ความตายต่อไป มันจะไม่ทำงานในครั้งนี้และคุณจะเห็นมัน คุณจะเห็นความพยายามที่จะทำให้เกิดการแบ่งแยกและจะไม่มีผลกับคุณในลักษณะเดียวกัน เมื่อคุณยืนอยู่ในแสงสว่าง สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถสัมผัสคุณได้ ใช้เทียนเล่มเดียวในการส่องสว่างพื้นที่ขนาดใหญ่และความมืดก็ต้องการจะพัดมันออกไป มันจะระเบิดออกมาได้อย่างไรเมื่อมีเทียนนับพันเล่มทั่วโลก? ฉันอยู่ข้างคุณ ช่วยให้คุณจุดเทียนและฉันจะไม่ทิ้งคุณคุณคือความแข็งแกร่งของฉัน เช่นเดียวกับที่คุณรู้สึกว่าฉันเป็นของคุณ#ขออภัยท่านดำมืดแต่เทียนเหล่านี้จะไม่ไปไหน#อยากได้ความมืดจงไปในที่มืดมิด #ความเป็นคู่รู้ดีว่าเมื่อใดที่ความไม่สมดุลเกิดขึ้น และความสัมพันธ์ของความมืดและความสว่างกำลังได้รับการปรับเทียบใหม่ มันจะเกิดขึ้นแม้กระทั่งในฝันของคุณ มันจะพยายามทุกครั้งที่ทำได้เพื่อทำให้คุณสงสัยในพลังงานใหม่ ชนะไม่ได้เพราะแพ้ไปแล้ว มันยังไม่รู้เลย แต่จะพยายาม…ยากมากที่จะทำให้คุณคิดว่ามีโอกาส #โปรดจำไว้เสมอว่าความมืดไม่มีพลังงานอาศัยอยู่ เป็นเพียงการไม่มีแสง ไม่มีพลังงานเป็นของตัวเอง มันอยู่ไม่ได้เมื่อมีแสงสว่าง มีอยู่ได้ก็ต่อเมื่อแสงจางลงเท่านั้น แสงจางลงได้อย่างไร? ความโกรธ ความเกลียดชัง ความเกลียดชัง ความกลัว ฯลฯ ฝ่ายมืดชอบสติระดับล่าง มันเติบโตที่นั่น ดังนั้นจงแสดงพลังของคุณ ยืนหยัดในพลังและแสงสว่างของคุณ และแสดงความมืดที่ไม่มีอยู่ในตัวคุณอีกต่อไป เมื่อคุณยืนหยัดในความเชี่ยวชาญของคุณ ความมืดจะหายไป

  • วิธีเช็คมารที่แฝงมาในรูปแบบของ “ศิษย์”

    #ธรรมจากประตู ๖/๒/๖๙ วิธีเช็คมารที่แฝงมาในรูปแบบของ”ศิษย์” ให้ดูที่ “กระแสพลังงาน” และ “ผลลัพธ์ของใจ” เป็นหลัก #หากท่านนิ่งพอท่านจะเห็นสัญญาณเหล่านี้ชัดเจน มาเพื่อ “สูบ” ไม่ใช่เพื่อ “สร้าง”: สังเกตว่าเมื่ออยู่ใกล้หรือสนทนาด้วย ท่านรู้สึก “เหนื่อยหม่น” หรือพลังงานรั่วไหล หากเขามาเพื่อกิเลส ใจท่านจะสัมผัสได้ถึง แรงสั่นสะเทือนที่หยาบ ที่พยายามดึงท่านลงไปคลุกคลีกับเรื่องทางโลกหรือความยโส และตัวตนของเขา เอาธรรมะไป “พอกอัตตา”: เช็คว่าเขาเรียนรู้เพื่อนำไป “ละ” หรือนำไป “อวด” หากเขายิ่งรู้ธรรมยิ่งมีความยโส ถือตัวว่าเก่งกว่าคนอื่น หรือนำชื่อท่านไปแอบอ้างเพื่อลาภสักการะ นั่นคือลักษณะของมารที่มาทำลายกระแสธรรมที่บริสุทธิ์ กับดักของกิเลสในคราบนักบุญ ความกตัญญูที่เคลือบแฝง: มารในรูปศิษย์มักจะปรนนิบัติอย่างหนักในช่วงแรกเพื่อให้ท่าน “ตายใจ” และเกิดความผูกพัน แต่เมื่อไม่ได้ดั่งใจหรือท่านชี้ขุมขนกิเลสให้ เขาจะพลิกกลับเป็นศัตรูหรือนินทาท่านทันที สังเกตลักษณะกัลยาณมิตรเทียม ลองใจและจับผิด: เขาจะไม่ได้มองท่านด้วยความศรัทธาที่แท้จริง แต่มองด้วยสายตาของ “ผู้คอยจับผิด” เพื่อหาจุดอ่อนมาลดทอนความน่าเชื่อถือของท่าน นี่คือการสะท้อนว่าใจเขาไม่มี พระพุทธเจ้าเป็นหนึ่งเดียว แต่มีกิเลสเป็นใหญ่ #ศิษย์แท้จะทำให้ท่านเบาสบาย #แต่ศิษย์ที่เป็นมารจะทำให้ท่านรู้สึกเหมือนมีโซ่ตรวนมาล่ามใจไว้ วิธีที่เด็ดขาดที่สุดคือ “วางอุเบกขา” ให้ธรรมตามหน้าที่แล้วเดินผ่านไป อย่าเอาใจไปผูกไว้กับความสำเร็จหรือความล้มเหลวของเขา ในบรรดาคนที่เข้ามาหาท่านตอนนี้…

  • จิตวิญญาณคืออะไร

    จิตวิญญาณ คือ สิ่งที่ความจริงของมนุษย์ต้องรู้จักและเข้าถึง ภาษาการปฏิบัติเรียกสิ่งนี้ว่า มรรค ตัวรู้ กายทิพย์ กายใน กายฝัน กายในกาย จิตในจิต และชื่ออื่นๆ รวมถึงแต่ละศาสนายังมีชื่อเรียกมากมาย ยิ่งเพิ่มทางเลือกของความสับสนมากยิ่งขึ้น หากไม่มีผู้รู้ชี้ทาง ให้รู้แจ้งในสิ่งนี้ ก็จะกลายเป็นอวิชชา ความไม่รู้ อีกทั้งยังเสียเวลา ของการฝึกฝนหรือปฏิบัติ ไม่มีความก้าวหน้า เพราะไม่มีจิตวิญญาณ ซึ่งมีความสำคัญในการต่อความรู้ให้กับจิตต่อไป ซึ่งจิตวิญญาณนี้ อยู่ลึกลงไปภายในจิตใต้สำนึกของมนุษย์ ซึ่งเป็นตัวกำหนด วิถีวิญญาณในการใช้ชีวิตในภาคมนุษย์ หากเราค้นพบความมหัศจรรย์จากโลกภายใน (วิมุตตะมิติ) ยังจะพอมีหวังให้เรารู้จักจิตวิญญาณของเราได้บ้าง ซึ่งบางเส้นทางการฝึกฝน จะไม่อธิบายเรื่องการเข้าถึงแหล่งพลังงานนี้ ผู้ตามหาความจริงอาจต้องใช้ พิจารณญาณในการศึกษาผู้รู้ ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญเฉพาะด้านที่จะช่วยชี้แนะและต่อญาณจิตให้เรา คำว่าจิต+วิญญาณ นั้น  2 สิ่งมีมีความหมายต่างกันจิต คือสิ่งที่มีอยู่ เช่นนั้น ดังเดิม ไม่สูญสลาย เวียนเกิดได้ในรูปแบบของหลายสิ่งที่มีชีวิตมีหน้าที่ในการเกาะเกี่ยวกับวิญญาณ จิตเดิม มีความไหวเอนง่าย เชื่อถือไม่ได้ พร้อมไหลไปตามวิญญาณ การปรุง การแต่ง  การสัมผัสรับรู้ ผ่านทาง หู ตา จมูก…

  • มารทดสอบ

    “มารสอบ” หรือการที่มารเข้ามาทดสอบบารมี คือสัญญาณว่าเรากำลังจะได้รับ “ของใหญ่” หรือโชคลาภก้อนโต #แต่มารจะมาขวางเพื่อให้เราสอบตกและหลุดจากสภาวะบุญ ดังนี้ มาทดสอบในรูปแบบ “#คนใกล้ตัว” มารมักดลใจให้คนรัก ลูกหลาน หรือคนในครอบครัวทำตัวน่ารำคาญหรือขัดใจ เพื่อดูว่าเราจะรักษาความสงบได้ไหม หากเราหลุดด่าทอหรือโกรธเคือง จะเกิด รอยรั่วทางบุญ ทันที และทำให้โชคลาภที่กำลังจะมาต้องหยุดชะงักไป มาทดสอบในรูปแบบ “คำพูดนินทา”: เมื่อเราเริ่มปฏิบัติธรรมหรือชีวิตเริ่มดีขึ้น มารจะส่งบททดสอบมาเป็นคำถากถางหรือการนินทา เพื่อให้คุณเกิด พลังงานยัน (ความพยาบาท/ความโกรธ) หากเราเข้าไปตอบโต้ จิตจะดิ่งลงจากมิติที่สูงและกลายเป็นสภาวะ ญาณบอด มาทดสอบ “สัจจะบารมี” หากเราตั้งสัจจะว่าจะทำสิ่งใด มารจะส่งอุปสรรคหรือความขี้เกียจมาดลใจเพื่อให้เราผิดคำพูด หากเราสอบตกในเรื่อง สัจจะ พลังอำนาจในการดึงดูดทรัพย์จะหายไป และเกิดอาการ เงินหนี มาทดสอบ “ความกตัญญู” มารจะพยายามดลใจให้เรามองเห็นแต่ข้อเสียของครูบาอาจารย์หรือพ่อแม่ เพื่อให้เราปรามาสหรือมองข้ามพระคุณ ซึ่งเป็นการตัด ท่อบารมี ของเราเอง #วิธีสอบให้ผ่าน นิ่งสงบสยบเคลื่อนไหว: เมื่อเจอเหตุการณ์กระทบใจ ให้บอกตัวเองว่า “มารกำลังทดสอบบารมี” แล้วรักษาใจให้ เบา สบาย ไม่โต้ตอบ บันทึกจิตใหม่: พลิกความโกรธให้เป็นความสงสารหรือความกตัญญูทันที…

  • พลังงานจิตตก

    #ธรรมชั้นครู๒๐/๑/๖๙ พลังงานจิตตก”ไม่ได้เป็นเพียงความรู้สึกเศร้าหมอง แต่คือสภาวะที่ “#ความถี่ดวงจิตลดต่ำลง” จนหลุดจากมิติที่ 5 ซึ่งส่งผลเสียต่อดวงชะตาและทรัพย์ใหญ่โดยตรง ดังนี้ 1. สาเหตุที่ทำให้จิตตก (รอยรั่วพลังงาน) #สิ่งที่ดึงพลังงานจิตให้ตกได้เร็วที่สุดคือ การนินทาและเพ่งโทษ: เมื่อส่งจิตออกไปจับผิดคนอื่น จิตจะรับ “ขยะทิพย์” เข้ามาทันที ทำให้ใจหนัก ร้อน และมืดบอด (สภาวะญาณบอด) การผิดสัจจะ: เมื่อพูดแล้วไม่ทำ จิตใต้สำนึกจะเสียความเชื่อมั่น พลังงานในตัวจะแตกพร่า ทำให้รู้สึกเคว้งควางไม่มีกำลัง ความกังวลและใจที่ “หนัก”: ความกลัวอนาคตหรือความเศร้ากับอดีต จะทำให้เกราะคุ้มกายบางลง 2. ผลกระทบเมื่อจิตตก ทรัพย์ไม่เข้า: ทรัพย์ในยุคศิวิไลซ์ไหลตามความสุขและความเบา เมื่อจิตตก ภาชนะใจจะ “ปิด” ทำให้โชคลาภลอยผ่านไป #ดึงดูดคนพลังงานต่ำ: เมื่อจิตตก เราจะกลายเป็นคลื่นความถี่เดียวกับคนนินทา คนโกง และปัญหาวุ่นวาย ร่างกายทรุดโทรม: พลังงานลบจะเข้าไปรบกวนธาตุในกาย ทำให้เหนื่อยง่าย เพลีย หรือเจ็บป่วยโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน 3. วิธีแก้ “จิตตก” แบบเร่งด่วน (ปรับจูนมิติที่ 5) หากรู้ตัวว่ากำลังจิตตก…