มารดาบิดาเป็นทิศเบื้องหน้า

มารดาบิดาเป็นทิศเบื้องหน้า
ครูอาจารย์เป็นทิศเบื้องขวา
บุตรภรรยาเป็นทิศเบื้องหลัง
มิตรสหายเป็นทิศเบื้องซ้าย
คนรับใช้หรือผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นทิศเบื้องต่ำ
สมณพราหมณ์เป็นทิศเบื้องบน

ถ้าทิศทั้งหลายดังกล่าวไม่ดีเสียโดยมาก
ก็ยากที่จะให้ใครๆที่อยู่ระหว่างกลางดีอยู่ฝ่ายเดียว

?เมื่อมองไปเบื้องหน้า ไม่มีบิดา-มารดาเป็นที่ยึดเหนี่ยว
?มองไปเบื้องขวาก็ไม่พบครู-อาจารย์ที่จะอบรมแนะนำ
?มองไปเบื้องหลังก็ไม่พบญาติพี่น้องผู้หวังดี
?มองไปเบื้องซ้ายก็ไม่มีสหายที่เป็นกัลยาณมิตร ?มองไปเบื้องล่างก็ไม่พบผู้ที่รับใช้ให้ความช่วยเหลือ
?มองไปเบื้องบนก็ไม่พบสมณพราหมณ์ผู้ประพฤติดี ซึ่งจะเป็นผู้ชี้ทางที่ถูกให้

?️???#ตรงกันข้าม มองไปทางทิศไหนก็พบแต่โรงหนัง โรงละคร สถานอบายมุขต่างๆ และบุคคลต่างๆ ที่ชักนำไปทางเดียวกัน เมื่อเป็นเช่นนี้ก็จะเป็นเหตุชักจูงกันไปในทางเสื่อมเสียต่างๆ แต่ถ้าทิศทั้งหลายดีอยู่โดยมากก็ยากจะเสื่อมเสียได้

Similar Posts

  • บารมีเต็ม

    #บารมีเต็ม แปลว่า ทำจนถึงที่สุดของกำลังใจแล้ว บารมีก็คือกำลังใจ มีอยู่ ๓ ระดับ ๙ ขั้น๑. #สามัญบารมี กำลังใจขั้นต้น ประกอบไปด้วย หยาบ กลาง ละเอียด๒. #อุปบารมี กำลังใจขั้นกลาง ประกอบไปด้วย หยาบ กลาง ละเอียด๓. #ปรมัตถบารมี กำลังใจขั้นสูงสุด ประกอบไปด้วย หยาบ กลาง #ละเอียด เหมือนกัน#ถ้าหากว่าถึงปรมัตถบารมีขั้นละเอียดก็แปลว่ากำลังใจเต็ม พร้อมที่จะเข้าพระนิพพานได้ #คราวนี้จะวัดจากตรงไหนได้สามัญบารมี ให้ทานได้ บอกให้รักษาศีลก็จะไม่ไหว อุปบารมีให้ทานได้ รักษาศีลได้ บอกให้ภาวนาไม่ไหว #ถ้าหากว่ากำลังใจพร้อมทั้ง ทาน ศีล ภาวนา ตั้งมั่นว่าจะทำเพื่อพระนิพพาน อันนี้ถือเป็นปรมัตถบารมีเต็มแล้ว พร้อมที่จะไปแล้ว ถาม : ถ้าในชาตินี้เราให้ทานประจำ รักษาศีลก็ได้ ภาวนาได้ ?ตอบ : #แสดงว่ากำลังใจของเราอยู่ระดับปรมัตถ์แล้ว เพียงแต่จะหยาบ จะกลาง จะละเอียดเท่านั้น ถ้าถึงปรมัตถบารมีนี้มีสิทธิ์ไปพระนิพพานได้แน่ อย่างแย่…

  • ที่สำคัญที่สุด

    ที่สำคัญที่สุด ทำในสิ่งที่คุณรัก!อย่าใช้พลังหรือแม้แต่ความสนใจกับสิ่งที่ทำให้ไขว้เขวที่ทำให้จิตใจของคุณเสียไป ทำในสิ่งที่คุณใฝ่ฝันถึงแม้จะต้องเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ“ทำในสิ่งที่คุณรัก แล้วชีวิตคุณจะไม่ต้องทำงานอีกเลย”

  • แรงสั่นสะเทือนของการเป็นตัวคุณ

    #แรงสั่นสะเทือนของการเป็นตัวคุณ#และทำในสิ่งที่คุณรักนั้นเป็นแม่เหล็ก#คุณจะจัดทุกสิ่งที่คุณต้องการ#ในชีวิตด้วยพลังงานนั้น  สั่นสะเทือนด้วยความโกรธจะไม่มีวันอยู่ในคลื่นของความรัก  สั่นสะเทือนด้วยความอิจฉาริษยาจะไม่มีวันอยู่ในคลื่นของการตรัสรู้  สั่นสะเทือนด้วยความกลัวจะไม่มีวันอยู่ในคลื่นของความมีเหตุผล  สั่นสะเทือนด้วยความขาดแคนจะไม่มีวันอยู่ในคลื่นของความอุดมสมบูรณ์  แรงสั่นสะเทือนของกฎจักรวาลแยกมนุษย์และบางสิ่งบางอย่างให้แตกต่างกันวันนี้คุณเป็นเช่นไรนั่นคือระดับการสั่นสะเทือนในตัวคุณ แรงสั่นสะเทือนคือความรู้สึกที่คุณรู้สึกกับตัวคุณเองมิใช่คำพูดที่คุณพูดออกมา

  • วิธีเช็คมารที่แฝงมาในรูปแบบของ “ศิษย์”

    #ธรรมจากประตู ๖/๒/๖๙ วิธีเช็คมารที่แฝงมาในรูปแบบของ”ศิษย์” ให้ดูที่ “กระแสพลังงาน” และ “ผลลัพธ์ของใจ” เป็นหลัก #หากท่านนิ่งพอท่านจะเห็นสัญญาณเหล่านี้ชัดเจน มาเพื่อ “สูบ” ไม่ใช่เพื่อ “สร้าง”: สังเกตว่าเมื่ออยู่ใกล้หรือสนทนาด้วย ท่านรู้สึก “เหนื่อยหม่น” หรือพลังงานรั่วไหล หากเขามาเพื่อกิเลส ใจท่านจะสัมผัสได้ถึง แรงสั่นสะเทือนที่หยาบ ที่พยายามดึงท่านลงไปคลุกคลีกับเรื่องทางโลกหรือความยโส และตัวตนของเขา เอาธรรมะไป “พอกอัตตา”: เช็คว่าเขาเรียนรู้เพื่อนำไป “ละ” หรือนำไป “อวด” หากเขายิ่งรู้ธรรมยิ่งมีความยโส ถือตัวว่าเก่งกว่าคนอื่น หรือนำชื่อท่านไปแอบอ้างเพื่อลาภสักการะ นั่นคือลักษณะของมารที่มาทำลายกระแสธรรมที่บริสุทธิ์ กับดักของกิเลสในคราบนักบุญ ความกตัญญูที่เคลือบแฝง: มารในรูปศิษย์มักจะปรนนิบัติอย่างหนักในช่วงแรกเพื่อให้ท่าน “ตายใจ” และเกิดความผูกพัน แต่เมื่อไม่ได้ดั่งใจหรือท่านชี้ขุมขนกิเลสให้ เขาจะพลิกกลับเป็นศัตรูหรือนินทาท่านทันที สังเกตลักษณะกัลยาณมิตรเทียม ลองใจและจับผิด: เขาจะไม่ได้มองท่านด้วยความศรัทธาที่แท้จริง แต่มองด้วยสายตาของ “ผู้คอยจับผิด” เพื่อหาจุดอ่อนมาลดทอนความน่าเชื่อถือของท่าน นี่คือการสะท้อนว่าใจเขาไม่มี พระพุทธเจ้าเป็นหนึ่งเดียว แต่มีกิเลสเป็นใหญ่ #ศิษย์แท้จะทำให้ท่านเบาสบาย #แต่ศิษย์ที่เป็นมารจะทำให้ท่านรู้สึกเหมือนมีโซ่ตรวนมาล่ามใจไว้ วิธีที่เด็ดขาดที่สุดคือ “วางอุเบกขา” ให้ธรรมตามหน้าที่แล้วเดินผ่านไป อย่าเอาใจไปผูกไว้กับความสำเร็จหรือความล้มเหลวของเขา ในบรรดาคนที่เข้ามาหาท่านตอนนี้…

  • เร็วได้ ก็เสื่อมได้

    #ไปเร็วได้#ก็เสื่อมได้#ไม่ควรประมาท  ศึกษาเส้นทางจิตอริยะดีกว่าใช้ ทิฐิมานะ (ชนะตน)อวดดื้อถือดี ความดื้อรั้นความตะแบงทั้งที่รู้ว่าผิดแต่ไม่ยอมรับและไม่ยอมแก้ไข #วิธีที่ดีที่สุดในการพัฒนา#ความรักและความเห็นอกเห็นใจ การมีชีวิตอยู่ในยุคนี้เหมือนการติดอยู่บนเกาะที่มีปีศาจกินมนุษย์ เราไม่สามารถผ่อนคลายใจของเราได้ ทุกสถานการณ์ที่เราเจอสามารถ #เปลี่ยนเป็นแหล่งความทุกข์ยากได้อย่างง่ายดาย #และใครก็ตามที่เราพบมีแนวโน้มที่จะนําเราหลงผิด สิ่งหนึ่งที่แน่นอน #มีเพียงครูทางจิตวิญญาณเท่านั้นที่สามารถให้คําแนะนําที่ถูกต้องแก่เราได้ สิ่งนี้ควรจะชัดเจนในจิตใจของเรา เนื่องจากจิตใจถูกหลอกได้อย่างง่ายดายโดยการรับรู้ที่หลอกลวงของปรากฏการณ์ทางกายภาพและพัวพันได้ง่ายจากการพูดคุยทางโลกที่หลอกลวง #มันจะไม่ดีกว่าที่จะออกไปยังสถานที่โดดเดี่ยวเพื่อวิเวกและนั่งสมาธิ? นั่นคือวิธีที่ดีที่สุดในการพัฒนาความรักและความเห็นอกเห็นใจต่อสิ่งมีชีวิตที่มีความรู้สึ

  • จูนติดกับกระแสของเทวดาดึงดูดสิ่งดีงาม

    ตามแนวทางของแม่ครูน้อย ประตูธรรม ๕ หนเหนือ การที่ “#เทวดาดึงดูดสิ่งดีงาม” เข้ามาในชีวิต ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลจากการที่สนามพลังงานในตัวเรามีความถี่ที่ “จูน” #ติดกับกระแสของเทวดา โดยมีหลักการสำคัญดังนี้1. กฎแห่งพลังงานสะท้อน (Law of Resonance)เทวดาเป็นพลังงานความถี่สูง (มิติที่ 5) ท่านจะสามารถดึงดูดโชคลาภ กัลยาณมิตร และโอกาสดี ๆ มาให้เราได้ก็ต่อเมื่อ ใจของคุณเบาสบาย และเป็นกุศล หากใจคุณบันทึกแต่ความโกรธหรือการนินทา จะเกิด “#พลังงานยัน” ที่ทำให้เทวดาเข้าใกล้เพื่อประทานพรไม่ได้ 2. #พลังความกตัญญูคือแม่เหล็ก ความกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และเทวดาประจำตัว เป็นพลังงานที่ “#หอมหวาน” ที่สุดในโลกทิพย์ เมื่อเรามีจิตกตัญญู สนามพลังงานรอบตัวจะสว่างไสวเป็นพิเศษ ซึ่งพลังงานนี้จะทำหน้าที่เป็น แม่เหล็กดึงดูดสิ่งดีงาม และความเจริญรุ่งเรืองเข้ามาหาคุณอย่างรวดเร็ว 3. สัจจะคือสายใยดึงดูดหากเรามี สัจจะบารมี (พูดคำไหนทำคำนั้น) เทวดาประจำตัวจะมีกำลังในการช่วยเราอย่างมหาศาล สัจจะเป็นแรงขับเคลื่อนทางพลังงานที่ทำให้คำอธิษฐานของเราส่งผลจริง และทำให้เทวดาสามารถ “ดึง” สิ่งที่เราปรารถนามาให้ตามวาระธรรม 4. การปิดรอยรั่วเพื่อให้พลังงานคงอยู่สิ่งดีงามที่เทวดาดึงเข้ามาจะอยู่กับเราได้นานหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าเรามี พลังงานรั่ว…