พระโพธิสัตว์ที่ประทับอยู่ในใจ

?️?#พระโพธิสัตว์ที่ประทับอยู่ในใจ
ไม่ค่อยยอมค้นหา แค่พอเดือดร้อน
ก็ค่อยเรียกพระโพธิสัตว์ภายนอกมา
ขัดตาทัพไปวันๆใจพระโพธิสัตว์ในตัวที่ประกอบด้วย ปัญญา กรุณา ปณิธาน
และความงดงามแห่งการใช้ชีวิต
ไม่รู้หายไปตั้งแต่เมื่อไร
#ไม่เคยเห็นจะมีใครตามหา

⭐️?#จะต้องเรียนวิชาพระโพธิสัตว์พื้นฐานซ้ำๆไปถึงเมื่อไร

ไม่อยากขยับวิริยะฐานะกันบ้างเหรอ
เพียรกันแทบตาย ผ่านพบชาติมากันไม่
จบไม่สิ้น #สุดท้ายก็พบแต่ความล้มเหลว

หันมาใส่ใจพระโพธิสัตว์ในตัวกันบ้างนะ
เมื่อใส่ใจ ” ใจพระโพธิสัตว์ ” ในตัว

ทุกๆที่ที่ได้ยืนอยู่ ก็ประดุจพุทธเกษตรนั่นเอง

Similar Posts

  • ในมิติของ “ยุคพลังงานชีวิตใหม่” และการรักษาจิตให้ผ่องใส การเจอกับ “#คนชอบขอ” 

    #ถึงประตูธรรม ๒๗/๑/๖๙ ในมิติของ “ยุคพลังงานชีวิตใหม่” และการรักษาจิตให้ผ่องใส การเจอกับ “#คนชอบขอ” (ทั้งขอเงิน ขอน้ำใจ หรือขอพลังงาน/Energy Vampire) เป็นบททดสอบสำคัญในการรักษาความสมดุลของตัวเอง วิธีรับมือโดย ไม่ร่วมกรรม และ จิตยังผ่องใส มีดังนี้: 1. แยกให้ออกระหว่าง “เมตตา” กับ “การทำร้าย” เมตตาที่ประกอบด้วยปัญญา: คือการให้ที่ทำให้ผู้รับดีขึ้นหรือพ้นทุกข์จริง การให้ที่ทำร้าย: หากการให้ของเราส่งเสริมให้เขา “#ไม่พึ่งพาตนเอง” หรือ “#เสพติดการแบมือขอ” นั่นคือการสร้างวงจรวิบากกรรมร่วมกัน  #เรากำลังขัดขวางไม่ให้เขาเรียนรู้บทเรียนชีวิตของตัวเอง 2. ฝึกทักษะการ “ปฏิเสธด้วยพลังงานบวก” การปฏิเสธไม่ได้แปลว่าใจดำ แต่เป็นการรักษาขอบเขต (Boundary): ใช้คำพูดที่เด็ดขาดแต่สุภาพ: “ครั้งนี้เราไม่สะดวกจริงๆ” #โดยไม่ต้องอธิบายเหตุผลยืดเยื้อเพราะการอธิบายมากเกินไปจะเปิดช่องให้เขาโน้มน้าวต่อ รักษาใจไม่ให้ขุ่นมัว: เมื่อปฏิเสธแล้ว ให้วางใจทันที ไม่ต้องรู้สึกผิด เพราะเราได้พิจารณาด้วยเหตุผลแล้ว 3. รับมือกับ “Energy Vampire” (คนชอบขอความเห็นใจ/ขอพลังงาน)คนประเภทนี้จะชอบเอาเรื่องลบๆ มากรอกหู หรือมาขอให้เราช่วยแก้ปัญหาเดิมๆ ซ้ำๆ: ตั้งขีดจำกัดเวลา: “เรามีเวลาฟังแค่ 5 นาทีน้า…

  • คนทางโลกโดยเฉลี่ยอาศัยอยู่ในหมอกแห่งความรู้สึกที่ขาดการเชื่อมต่อ

    #คนทางโลกโดยเฉลี่ยอาศัยอยู่ในหมอกแห่งความรู้สึกที่ขาดการเชื่อมต่อ ความทรงจำที่ไม่เกี่ยวข้อง ประโยคที่ไร้สาระจากหนังสือหรือเรื่องราวทางอินเทอร์เน็ต ความกลัวและความขุ่นเคืองเล็กน้อยและความรู้สึกไม่สบายและตื่นเต้นทางร่างกาย #เมื่อคุณมักจะพูดคำในใจอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นชื่อของเพื่อนหรือศัตรู ชื่อของความวิตกกังวล หรือชื่อของวัตถุที่ต้องการ จงตระหนักว่าแต่ละคำเหล่านี้แวดล้อมไปด้วยบรรยากาศทางจิตใจของมันเอง หากคุณทำซ้ำ “สงคราม” หรือ “มะเร็ง” หรือ “เพศ” หรือ “เงิน” พูดอีกครั้งหนึ่งหรือพูดอีกพันครั้ง คุณจะพบว่าอารมณ์ทั้งหมดของคุณเปลี่ยนไปและถูกแต่งแต้มด้วยความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับคำนั้น ในทำนองเดียวกัน การสวดมันตราจะชำระสภาพจิตใจของคุณให้บริสุทธิ์ บัณฑิตที่ตระหนักในตนเองนั้นอยู่ในความ#ชัดเจนของจิตสำนึกที่ไร้ขอบเขตอย่างต่อเนื่องและแหวกว่ายอยู่ในทะเลแห่งความสุข ดุจดั่งการรินน้ำมันหอมบริสุทธิ์ที่ไหลรินไหลริน จุดประสงค์ของชีวิตคือการเป็นอิสระจากความทุกข์ทรมานและบรรลุความสุขที่ไม่มีที่สิ้นสุดซึ่งเป็นจิตสำนึกของสภาวะพุทธะ #คุณต้องนั่งสมาธิทุกวันเพราะการฝึกของคุณมาพร้อมกับโยคะจากจิตวิญญาณที่ครูของคุณเริ่มกิจกรรมให้แต่ละวัน โยคะมาพร้อมความรู้ ผ่านความรู้ผ่านความรัก และผ่านความรักมาพร้อมความสุข เพราะความรู้ขั้นสูงสุดคือการรู้จักพระเจ้า รู้จักสภาวะของท่าน การรักษาที่ดีที่สุดคือการตระหนักถึงพระเจ้า โยคะจิตวิญญาณขั้นสูงสุดคือการเป็นพระเจ้า พบสภาวะพระองค์ในตนของเรา#แม่ครูน้อย

  • ฉันได้เกิดใหม่บนโลกมนุษย์

    ฉันได้เกิดใหม่บนโลกมนุษย์ด้วย ความรัก ความอบอุ่นการถนุถนอมอุ้มชู จาก แม่ ฉันพบความประหลาดใจความผันแปรของโลกย์ที่ไร้จุดจบทั้ง สุข ทุกข์เสียงหัวเราะ ความปวดร้าวด้วยจิต ที่ยึดมั่นไร้ความสงบ สุดท้ายฉันก็ต้องเข้าสู่ความแตกสลายสิ้นสุดนี่คือธรรมชาติแห่งโลกย์ของสังสารวัฏ – องค์กรรมาปะ ลามะ –

  • ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความตั้งใจของคุณ

    ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความตั้งใจของคุณ ดังนั้น ให้ตรวจสอบทัศนคติและแรงจูงใจของคุณตลอดเวลา ทุกคนต้องการความสุข แต่วิธีที่แท้จริงในการบรรลุความสุขที่สมบูรณ์แบบคือการนำความสุขไปสู่ผู้อื่นแคมป์ 46/2021

  • ครูหวังว่าคุณจะได้อยู่กับใครสักคน

    ครูหวังว่าคุณจะได้อยู่กับใครสักคนที่เป็นเหมือนบ้านและการผจญภัย วิญญาณที่ทำให้คุณสงบและผลักดันคุณอย่างบ้าคลั่ง… คนที่ยอมรับคุณอย่างเต็มที่ และผลักดันคุณไปสู่ศักยภาพสูงสุด #คนที่ต่อสู้เพื่อความรักในแบบเดียวกับคุณ

  • “สายใยพลังงาน” (Energy Cords)

    ในทางพลังงานและการปฏิบัติสายแม่ครูน้อย ประตูธรรม ๕ การตัด “สายใยพลังงาน” (Energy Cords) ที่เหนี่ยวรั้งจิตวิญญาณเป็นเรื่องสำคัญมากเพราะหากไม่ตัดให้ขาดสะบั้น ต่อให้ตัวห่างกันหมื่นลี้ แต่ “ธาตุ” ของเขาก็ยังสามารถสูบกินพลังงานบุญของคุณได้ สายใยที่ควรตัดให้ขาดมีดังนี้ 1. สายใยแห่ง “ความสงสารที่เจือด้วยกิเลส” (The Savior Cord) นี่คือสายใยที่อันตรายที่สุดสำหรับผู้ใจบุญ เรารู้สึกสงสาร อยากช่วยให้เขาพ้นทุกข์ อยากให้เขาตื่นรู้เหมือนเรา ความจริง: ความสงสารที่ไม่มีอุเบกขาจะกลายเป็น “ท่อส่งพลังงาน” ที่เขาสามารถส่งความทุกข์ ความร้อนรุ่ม และวิบากกรรมมาให้เราแบกรับแทน โดยที่เขาไม่ต้องสำนึกหรือแก้ไขตนเอง โทษของการแบกกรรมผู้อื่น วิธีตัด: วางอุเบกขาว่า “สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม” ตัดความอยากเป็นผู้ช่วยโลกในส่วนที่เกินกำลังออกไป 2. สายใยแห่ง “ความโกรธแค้นและคำสาปแช่ง” (The Grudge Cord) การที่เรายังนึกถึงความเจ็บปวดที่เขาทำไว้ หรือแอบแช่งให้เขาได้รับผลกรรม คือการสร้าง “โซ่ตรวนพลังงาน” ที่ผูกเราไว้กับเขาอย่างเหนียวแน่นความจริง: ตราบใดที่คุณยังโกรธ พลังงานของคุณกับเขาจะยัง “จูน” ถึงกันตลอดเวลา ทำให้คุณโชคลาภติดขัดเพราะมีกระแสพยาบาทขวางทาง อานุภาพของเมตตาบารมีวิธีตัด: อโหสิกรรมอย่างเด็ดขาด ไม่ใช่เพื่อเขา แต่เพื่อ…