ต้องดรอป พลังแวมไพร์

⭐️?#ต้องดรอปพลังแวมไพร์

มีผู้คนมากมายในโลกนี้ที่รู้สึก
ว่าจำเป็นต้องลดระดับพลังงานของผู้อื่น
ที่อยู่รอบตัวพวกเขา

⭐️⭐️#เพื่อให้ได้รับความเห็นอกเห็นใจและความรักจากคนรอบข้าง แม้ว่าคนเหล่านี้จะเปลี่ยนแปลงได้

⭐️⭐️⭐️#แต่ก่อนอื่นพวกเขาต้องตระหนักว่าพวกเขาเป็นแวมไพร์พลังงาน คุณต้องถอยนะ หากไม่ทำเช่นนั้น พวกเขาจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ดังนั้นจึงเป็นการดีที่สุดที่จะหลีกเลี่ยงบุคคลเหล่านี้

????#และส่งพลังบวกจากระยะไกลให้พวกเขา

คุณยังสามารถป้องกันตัวเองจากการดูดพลังงานด้วยการจินตนาการว่าตัวเองอยู่ในฟองสบู่ขนาดใหญ่ที่ใสสะอาด จากนั้นคุณสามารถส่งพลังงานบวก แต่ขับไล่พลังงานเชิงลบ

ลองทำค่ะ

Similar Posts

  • สภาวะ “บารมีขาด” หรือ “บารมีพร่อง”

    สภาวะ “บารมีขาด” หรือ “บารมีพร่อง”คือการที่กำลังสำรองทางพลังงาน ในดวงจิตของเราลดต่ำลงจนไม่สามารถต้านทานเคราะห์กรรม หรือดึงดูดโชคลาภได้ ซึ่งมีสาเหตุและวิธีแก้ไขดังนี้ 1. สาเหตุหลักที่ทำให้บารมีขาด (รอยรั่วพลังงาน) ผิดสัจจะบ่อยครั้ง: สัจจะคือเขื่อนกั้นบารมี เมื่อเราพูดแล้วไม่ทำ หรือผิดคำสัญญากับเทวดาและตนเองบ่อยๆ “เขื่อน” จะพังทลาย ทำให้บารมีที่สะสมมาไหลออกหมด การนินทาและเพ่งโทษ: นี่คือ “สนิมจิต” ที่กัดกร่อนบารมีเร็วที่สุด การว่าร้ายผู้อื่นจะสร้างพลังงานลบที่รุนแรง ทำให้เกิดสภาวะ “เงินหนี” และดวงตกอย่างรวดเร็ว อกตัญญูต่อเจ้าบุญนายคุณ: การละเลยหรือล่วงเกินพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ ทำให้ “ท่อพลังงาน” ขาดสะบั้น #เราจะกลายเป็นคนโดดเดี่ยวทางพลังงานที่ไม่มีเทวดาหนุนหลัง 2. สัญญาณเตือนเมื่อบารมีขาดทำอะไรก็ติดขัด: หยิบจับอะไรก็ไม่สำเร็จ หรือเกือบจะสำเร็จแล้วก็มีเหตุให้พังลงในนาทีสุดท้าย ใจหนัก ใจร้อน: รู้สึกหงุดหงิดง่าย คุมอารมณ์ไม่ได้ และมักเจอแต่คนไม่จริงใจเข้ามาหาสุขภาพเสื่อมโทรม: ร่างกายอ่อนเพลียอย่างไร้สาเหตุ #เพราะธาตุในกายไม่มีพลังงานบุญคอยหล่อเลี้ยง 3. วิธีแก้สภาวะบารมีขาด (เติมบารมีเร่งด่วน)หยุดสร้างรอยรั่วทันที: ตั้งสัจจะว่าจะ “ไม่นินทาและไม่เพ่งโทษใคร” อย่างน้อย 3-7 วัน เพื่อให้ภาชนะใจเริ่มนิ่งและกักเก็บพลังงานได้อีกครั้งทำพิธีขอขมาเพื่อ “ต่อสัญญา”: จัดน้ำสะอาด ดอกไม้หน้าพานอธิษฐานจิต…

  • มารที่ปลอมตัวเป็นลูกศิษย์คือบททดสอบที่ “แนบเนียน” ที่สุด

    ๖/๒/๖๙ มารที่ปลอมตัวเป็นลูกศิษย์ คือบททดสอบที่ “แนบเนียน” ที่สุด เพราะเขาไม่ได้มาเพื่อทำลายท่านด้วยกำลัง แต่มาเพื่อทำลาย “ความสงบ” และ “ความบริสุทธิ์ของดวงจิต” #ด้วยความศรัทธาจอมปลอม #จุดสังเกตที่ชัดเจนของมารประเภทนี้คือ มาเพื่อ “ติด” ไม่ได้มาเพื่อ “ปล่อย”: เขาจะพยายามทำให้ท่านเกิดความเมตตาจนกลายเป็น “ความห่วงใย” (ความผูกพัน) ซึ่งเป็นพันธะกับ ให้มีสัญญาอดีตร่วมกัน อย่างหนึ่ง หากท่านเริ่มกังวลว่าเขาจะปฏิบัติได้ไหม นั่นคือท่านตกหลุมพรางที่ทำให้ แรงสั่นสะเทือนที่นุ่มนวล ของท่านแกว่งแล้ว #ช่างประจบแต่ไม่ปฏิบัติ: มารในรูปศิษย์จะเก่งเรื่องการใช้ “คำหวาน” และความยโสที่ซ่อนอยู่ภายใต้การกราบไหว้ แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องเผชิญกับกิเลสตัวเองจริงๆ เขาจะหลีกเลี่ยงและหาข้ออ้างเสมอ Spiritual Narcissism #สร้างความร้าวฉานในหมู่คณะ เขาจะพยายามทำตัวเป็น “ศิษย์เอก” เพื่อสร้างเขตแดนและกันคนอื่นออกไป สิ่งนี้คือการนำ “ความแบ่งแยก” มาสู่สถานที่ปฏิบัติธรรม ทำให้ความมั่งคั่งทางจิตวิญญาณของส่วนรวมมัวหมอง ศิษย์ที่เป็นมาร จะดึงจิตท่านให้ลงมา ‘แบก’ ส่วนศิษย์ที่เป็นธรรม จะทำให้ท่าน ‘เบา’ และสว่างขึ้น วิธีจัดการที่ ใจอริยะ ใช้คือ: ให้ธรรมะอย่างเสมอภาค แล้วนิ่งอยู่ที่พระพุทธเจ้าเป็นหนึ่งเดียว ใครจะดีหรือร้าย…

  • สภาวะ “ใจสว่าง” คือกุญแจสำคัญที่สุดในการก้าวเข้าสู่ ภพที่สูง และยุคศรีวิไล

    #ธรรมจากประตู๗/๑/๖๙#บันทึกโดยแม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว สภาวะ “ใจสว่าง” คือกุญแจสำคัญที่สุดในการก้าวเข้าสู่ ภพที่สูง และยุคศรีวิไล เมื่อใจสว่าง สนามพลังงานของเราจะเปลี่ยนจากแรงต้านกลาย #เป็นแรงดึงดูดสิ่งดีๆ ทันที นี่คือความหมายและวิธีรักษา ความสว่างของใจในยุคนี้ 1. ใจสว่าง คือใจที่ “#ไร้ขยะพลังงาน” ใจที่สว่างไม่ใช่ใจที่พยายามคิดบวก แต่คือใจที่ผ่านการ Detox จิต ล้างเอา Toxic คลื่น เช่น ความขี้น้อยใจ ความโกรธแค้น หรือการเพ่งโทษผู้อื่นออกไป เมื่อขยะใน บันทึกจิต หมดไป แสงสว่างจากดวงธรรมภายในจะปรากฏขึ้นเองโดยธรรมชาติ 2. อานิสงส์ของใจสว่างเงินวิ่งหา: เมื่อใจสว่าง คลื่นความถี่ของเราจะตรงกับ กระแสจิตพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นกระแสแห่งความมั่งคั่งและเมตตาอารี ท่อพลังงาน บุญกับเงิน จะเปิดกว้าง ทำให้ชีวิตมีความคล่องตัวอย่างอัศจรรย์ #ญาณหยั่งรู้เปิด: สภาวะ ญาณบอด จะหายไป เราจะมีความคิดที่เฉียบแหลม เห็นช่องทางรอดและโอกาสในวิกฤต เพราะเทวดาประจำตัวสามารถสื่อสารสัญญาณเตือนหรือไอเดียดีๆ ให้เราได้ชัดเจน คลื่นดึงดูด: ใจที่สว่างจะเป็นแม่เหล็กดึงดูด กระแสบุญสัมพันธ์ นำพาคนดีๆ และเหตุการณ์ที่เป็นมงคลเข้ามาในชีวิต 3….

  • #ข้อดี

    #ข้อดี ข้อดี…ของการถูกหักหลังเราจะได้ระมัดระวังมากยิ่งขึ้น ข้อดีของการถูกหลอกเราจะได้เข้าใจ…คำที่บอก…ของคนรอบข้างจะได้ใจกว้าง…รับฟังความหวังดีของเขา ข้อดี…ของการผิดหวังทำอะไรครั้งต่อไปให้เผื่อใจมากยิ่งขึ้น ข้อดี…ของการมีทุกข์เราจะได้หาวิธีพ้น…เพื่อเจอความสุขที่หวัง ข้อดี…ของการพ่ายแพ้เราจะได้เตรียมพร้อมให้มากยิ่งขึ้น ข้อดี…ของปัญหาช่วยให้เราหาทางออกและใช้ความรู้ให้เกิดประโยชน์ ข้อดี…ของการอยู่โดดเดี่ยวทำให้เรามีจิตใจได้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ข้อดี…ของความจนเราได้อดทน…ใช้ความเพียร…พัฒนายิ่งขึ้นความจน…ทำให้เราเห็นคนจริงใจและได้เห็นว่าใครอยู่กับเรา…ใครเดินจากเราไป ข้อดี…ของการเจ็บป่วยไข้เราจะได้ดูแลสุขภาพของตัวเองมากยิ่งขึ้น ข้อดี…ของการเจอวิกฤตชีวิตเราจะได้เห็นความเป็นอนิจจัง ไม่เที่ยงแท้เห็นความไม่แน่นอน….ที่เกิดขึ้นกับชีวิต 

  • อย่าคิดว่า “ตอนนี้ก็พอแล้ว ”

    #อย่าคิดว่า “ตอนนี้ก็พอแล้ว ”ฝึกฝนด้วยความชื่นชมยินดีและความกระตือรือร้นและไม่ตกอยู่ในความเกียจคร้านหรือความเฉื่อยชา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อย่าคิดว่า “ตอนนี้ก็พอแล้ว ” ผู้คนเริ่มรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองหลังจากถวายการสวดมัตตราไม่กี่พันบทและท่องบทสวดมนต์ไม่กี่แสนบท ในขณะเดียวกันก็รู้สึกไม่ลังเลเพียงเล็กน้อยที่จะฆ่าแมลง ดื่มด่ำกับความต้องการของพวกเขาทั้งหมดและทําให้แสงสว่าง การกระทําในแง่ลบของพวกเขามากมาย แม้ว่าสิ่งเหล่านี้อาจจะเป็นเช่นนั้น นั่นเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ และนั่นคือเหตุผลว่าทําไมเราถึงต้องการคําแนะนําของครูทางจิตวิญญาณมากพอๆกับที่เด็กเล็กต้องการคําแนะนําจากพ่อแม่ของเขาพยายามนําประสบการณ์ทั้งหมดของคุณมาสู่บริบทของความทุ่มเทให้กับครู ถ้าคุณสามารถเข้าใจจุดสําคัญของการปฏิบัตินี้ได้ คุณจะไม่มีอุปสรรค หากสถานการณ์ของคุณนั้นน่ารื่นรมย์และง่ายดาย จงเห็นความสุขของคุณโดยปราศจากความยึดติดใด ๆ ดังคําอวยพรของครู และดั่งความฝันภาพลวงตา และหากคุณผ่านความยากลําบากและความทุกข์ยาก #จงเห็นสิ่งนั้นด้วยดั่งคําอวยพรของครูบาอาจารย์หากคุณล้มป่วย ให้เห็นภาพครูทางจิตวิญญาณของคุณไม่ว่าอยู่ในร่างกายของคุณที่คุณรู้สึกเจ็บปวดหรือสถานที่ของโรค ตระหนักว่าความเจ็บป่วยและความเจ็บปวดทําให้คุณมีโอกาสที่จะชําระตัวเองจากการกระทําในอดีตที่เป็นอันตรายและความไม่รู้แหล่งที่มาของความทุกข์ทรมาน โปรดจําไว้ว่าสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ อีกมากมายที่กําลังทุกข์ทรมานเช่นเดียวกับที่คุณเป็น และอธิษฐานขอให้ความทุกข์ของคุณซึมซับสิ่งเหล่านั้น และเพื่อพวกเขาจะได้ปลดปล่อยจากความทุกข์ทั้งหมด ด้วยวิธีนี้ โรคภัยไข้เจ็บสอนเรา และความเห็นอกเห็นใจ866จำนวนคนที่เข้าถึง122จำนวนการมีส่วนร่วมโปรโมทโพสต์

  • คนมีอำนาจเหนือกรรม

    #คนมีอำนาจเหนือกรรม อาจควบคุมกรรมของตนได้แต่ทั้งนี้ต้องไม่ลืมว่าจะต้อง#ควบคุมจิตเจตนาของตนได้ด้วย โดยตั้งมั่นแน่วแน่อยู่ในธรรม เช่นเมตตา สติ ปัญญา #สัจจาธิษฐาน เป็นต้น อันเป็นส่วนจิตและศีลอันหมายถึงตั้งเจตนา เว้นการที่ควรเว้น ทำการที่ควรทำในขอบเขตอันควร คนส่วนมากยังมีความเชื่อว่า#มีผู้ดลบันดาลให้เกิดสิ่งต่างๆ ขึ้นแต่ทางพระพุทธศาสนาได้ แสดงว่าคนมีกรรมเป็นของตน จะมีสุขหรือทุกข์เพราะกรรม ผู้คนเลยหันมากลัวกรรม #กรรมจึงคล้ายเป็นผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกเข้าใจในทางร้ายอยู่เสมอ กรรมจึงกลายเป็นอดีตที่น่ากลัว พระพุทธศาสนาไม่ได้สอนให้คนกลัวกรรม ไม่ได้สอนให้ตกเป็นทาสของกรรมหรืออยู่ใต้อำนาจของกรรม #แต่สอนให้รู้จักกรรม ให้มีอำนาจเหนือกรรม #ให้ควบคุมกรรมของตนในปัจจุบัน