“คืนพลังลบให้เจ้าของเดิมเขาไป”

Image Not Found

🪷🪷#ธรรมจากประตู🚩🚩

#คืนพลังลบให้เจ้าของเดิมเขาไป

๑๔/๔/๖๙

#ส่งรหัสลบกลับสู่เจ้าของ

ในสายวิชชาของ ท่านแม่ครูน้อย

(ประตูธรรม ๕ หนเหนือ)

ไม่ใช่การสาปแช่งหรือการแก้แค้น

แต่คือการใช้กฎ “สัจจะแห่งกรรม” เพื่อปกป้องมวลสารสว่างในตัวเรา ไม่ให้ต้องแบกรับขยะพลังงานที่คนอื่นจงใจสาดใส่มา

✳️✳️#รหัสการส่งคืนพลังงานลบทำงานแบบนี้

รหัส “กระจกเงาแก้ว”เมื่อเรารักษาใจให้นิ่งจนใสเป็นดวงแก้วกลางอก ใจที่ใสนั้นจะมีคุณสมบัติเป็น “กระจกสะท้อนกลับ” ตามธรรมชาติ ใครที่ส่งรหัสริษยา รหัสอาฆาต หรือรหัสลบใดๆ มา มวลสารนั้นจะชนเข้ากับเกราะแก้วของเราแล้วดีดกลับไปหาต้นทางทันที โดยที่เราไม่ต้องออกแรงสู้

✳️✳️ การ “ตัดสายใยกรรม”

การตั้งจิตว่า “มวลสารใดที่ไม่ใช่ของข้าพเจ้า

#ขอให้กลับคืนสู่เจ้าของเดิมตามรหัสกรรมของเขาคือการประกาศเอกราชทางจิต

เป็นการปฏิเสธไม่รับ #พัสดุแห่งทุกข์

ที่เขาจงใจส่งมา เมื่อเราไม่รับ พัสดุนั้นย่อมต้องถูกตีกลับไปหาผู้ส่งตามกฎสากล

✳️✳️รหัส “เพชรตัดเพชร” พลังงานลบจะแพ้ทาง “ความนิ่งเฉยที่ทรงพลัง” ยิ่งเขาพยายามสั่นสะเทือนทางลบใส่เรามากเท่าไหร่ แรงสะท้อนกลับไปหาเขาจะทวีคูณมากขึ้นเท่านั้น เพราะมวลสารลบเหล่านั้นจะไม่มีที่เกาะในตัวเรา จึงต้องหมุนวนกลับไปกัดกินเจ้าของรหัสเอง

รักษา “ความใส” ไม่ให้เปื้อน

การส่งคืนคือการล้างมวลสารดำออกจากเขตแดนของเรา เพื่อให้ ดวงแก้วมหาจักรพรรดิ ในตัวเรา คงความสว่างไสวที่สุดไว้สำหรับดึงดูดสิ่งดีๆ และกัลยาณมิตรที่แท้จริง

🚩

คืนสิ่งที่ไม่มีค่าให้เจ้าของเขาไป

แล้วเก็บรักษาความสงบสุขไว้ที่

ศูนย์กลางกาย ของเรา

นั่นคือวิธีจัดการรหัสลบที่เหนือชั้นที่สุด

#ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ
#ข่าวสารและกิจกรรม
#ฆราวาสบ้านธรรม
#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ
#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว
#ประตูธรรม๕หนเหนือ
#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ

#เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติม
ได้ที่นี่ http://universethailand25.com
Facebook : https://www.facebook.com/theangelspiritual
Youtube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130
Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui

ติดต่อ/สอบถาม
แม่ครูน้อย
LINE ID: @imepui (มี@)
หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

Similar Posts

  • คนที่มีความสุข

    #คนที่มีความสุข โลกสวยงาม คิดบวกตลอดเวลา หมายความว่า เป็นพวกที่ทำอะไรก็สำเร็จไปเสียหมด มีวิธีมองโลกให้สดใสไปทุกอย่าง ถ้าความจริงไม่ดี ก็มองให้มันดีเสีย จึงไม่ค่อยได้เจอความทุกข์ เมื่อไม่ค่อยได้พบความทุกข์ จึงไม่รู้จะปฏิบัติธรรมไปทำไม เชื่อว่าตนเองจัดการทุกอย่างได้ บุคคลพวกนี้ จัดเป็นหนึ่งในกลุ่มเสี่ยง เพราะเป็นไปได้ว่า ชั่วชีวิตเขาอาจไม่ได้ลงมือปฏิบัติธรรมเพื่อลดทอนภพชาติได้เลย พูดมากเกินไป หมายความว่า เมื่อหาความรู้ได้แล้ว แทนที่จะลงมือปฏิบัติ กลับนำความรู้มาโต้เถียง วิเคราะห์ เที่ยวจับผิดสำนักนั้น สำนักนี้ โดยที่ไม่ได้ลงมือพัฒนาจิตใจของตน ผลที่ตามมาก็คือ จิตใจจะยิ่งตกต่ำลงเรื่อยๆ เพราะอัตตาตัวตนพอกพูน คิดว่าตนเองดีกว่าผู้อื่นเพราะรู้หลักธรรมมาก ยึดติดกับรูปแบบอัตลักษณ์ หมายความว่า มีความเข้าใจผิด ชอบคิดว่าการปฏิบัติธรรมจะต้องทำในวัด นุ่งขาวห่มขาว ต้องมีกฏระเบียบที่แตกต่างไปจากการใช้ชีวิตธรรมดา คนกลุ่มนี้จะติดวัดเป็นพิเศษ ชอบหาเวลาเข้าวัดไปปฏิบัติธรรม ถ้าไม่ได้ไปวัด จะรู้สึกว่า ปฏิบัติธรรมไม่ได้ สุดท้ายจึงกลายเป็นว่า ไปติดสังคมในวัด ไปหาเพื่อนคุยในวัด ซึ่งกลายเป็นกับดักอีกรูปแบบหนึ่ง ปฏิบัติผิดวิธี หมายความว่า เป็นกลุ่มที่โชคร้าย เพราะคิดดี และต้องการทำดี แต่ไปเจออาจารย์ไม่ดี เจออรหันต์ปลอม เจอสิบแปดมงกุฏ จึงทำให้การปฏิบัติผิดทิศผิดทางไปหมด คล้ายๆกับองคุลีมาลที่ถูกอาจารย์หลอก ในข้อนี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการคบหากัลยาณมิตร…

  • จิตใต้สำนึกเปรียบเสมือน “คลังบันทึกข้อมูลข้ามภพชาติ”

    #ถึงประตูธรรม๑๓/๒/๖๙ ในทางพลังงานและตามแนวทางของแม่ครูน้อย ประตูธรรม 5 หนเหนือ จิตใต้สำนึกเปรียบเสมือน “#คลังบันทึกข้อมูลข้ามภพชาติ” ที่ทำหน้าที่เก็บกระแสพลังงานสัมพันธ์ไว้ทั้งหมด โดยบุคคลที่จิตใต้สำนึกจดจำไว้แม่นยำที่สุดมีดังนี้ 1. ผู้ที่มี “หนี้บุญคุณ” ต่อกัน (บุญสัมพันธ์) พ่อแม่และบรรพบุรุษ: คือสายเลือดและพลังงานต้นกำเนิดที่จิตใต้สำนึกบันทึกไว้ในรูปแบบของ ความกตัญญู หากเราทำไม่ดีหรือละเลย #พลังงานส่วนนี้จะขุ่นมัวและส่งผลต่อความเจริญในชีวิตทันที ครูบาอาจารย์: ผู้ที่เคยชี้ทางสว่างให้ในมิติจิตวิญญาณ สายใยนี้จะดึงดูดให้เรากลับมาพบเจอท่านอีกเพื่อต่อยอดปัญญา 2. ผู้ที่มี “หนี้พยาบาท” ต่อกัน (เจ้ากรรมนายเวร) คนที่เราเคยเบียดเบียน หรือคนที่เคยทำร้ายเราจนเกิดความ โกรธแค้น ลึกๆ ลักษณะการจำ: จิตใต้สำนึกไม่ได้จำหน้าได้เสมอไปในตอนแรก แต่จะจำ “ความรู้สึก” (Vibration) ได้ เมื่อเจอคนเหล่านี้ในชาตินี้ เราจะรู้สึกอึดอัด กลัว หรือหมั่นไส้โดยไม่มีเหตุผล 3. ผู้ที่เรา “ห่วงใย” จนเกินขอบเขต (พันธนาการ) ลูก หลาน หรือคนรักที่เรา “แบก” ไว้ในใจตลอดเวลาการจดจำ: ความห่วงคือพลังงานที่หนืดและยึดโยง จิตใต้สำนึกจะจดจำสัญญาที่เคยให้ไว้ว่าจะดูแล หรือจะรักตลอดไป ทำให้ดวงจิตถูกดึงรั้งไม่ให้เข้าสู่…

  • แบบฝึกหัดตาที่สาม

    #แบบฝึกหัดตาที่สาม สอนสมองซีกขวาและซีกซ้ายให้สื่อสารกัน1.เพ่งตาจนวงกลมสองวงกลายเป็นสี่วง 2.นำวงในสองวงมารวมกันจนเหลื่อมกัน 3.โฟกัสจนกว่าคุณจะเห็นกากบาทตรงกลาง 4.ตอนนี้ลองซ้อน วงกลมเล็ก ๆ สองวง 5.ฝึกระหว่างการทำสมาธิโดยลืมตาหรือหลับตา 6.อย่าทำมากเกินไปมันจะปวดตา

  • แคมป์นักเรียนประจำ (15-16 ม.ค.2022)

    แคมป์นักเรียนประจำ (15-16 ม.ค.2022)#จากรุ่นสู่รุ่น#คุณควรจะเป็นคนหงุดหงิด การปฏิบัติธรรมเป็นธุรกิจที่น่าหงุดหงิด สิ่งที่ผู้ปฏิบัติงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้เริ่มต้น #มักจะล้มเหลวในการตระหนักคือความไม่พอใจ#เป็นสัญญาณของความสําเร็จของเรา การขาดสมาธิ ความทุ่มเทหรือแรงบันดาลใจที่มากเกินไปอาจเป็นเพียงสิ่งที่คุณจําเป็นต้องใช้ความพยายามพิเศษในการปรับแต่งการฝึกฝนของคุณอย่างเต็มที่อีกทางเลือกหนึ่ง แน่นอนมันอาจทําให้คุณล้มไปในทิศทางอื่น ๆ และหยุดคุณฝึกฝนทั้งหมด#สิ่งล่อใจที่คุณต้องต่อต้านทุกค่าใช้จ่ายจําไว้เสมอว่า #ความไม่พอใจกับเส้นทางจิตวิญญาณและความเครียดในระหว่างการฝึกฝนของคุณ#มักเป็นตัวบ่งบอกว่าคุณกําลังเป็นผู้ปฏิบัติธรรมอย่างแท้จริง

  • มารสอบท่านแม่ครูน้อย ตอน…ศิษย์พากันย้ายสำนัก

    #ศิษย์พากันย้ายสำนัก #มารขอสอบปัญญาธรรมแม่ครูน้อย เมื่อ “มาร” ทดสอบแม่ครูด้วยการทำให้ #ลูกศิษย์พากันย้ายสำนัก นี่คือบททดสอบเพื่อขัดเกลาจิตใจให้พ้นจากความยึดติดในมวลชนและลาภยศ #บททดสอบ: “พญามารพัดพาศรัทธาไปทางอื่น” ทดสอบการวางเฉยต่อกระแสคน มารต้องการดูว่าเมื่อสำนักว่างเปล่าจากการย้ายออกของศิษย์ ใจของแม่ครูจะหวั่นไหวหรือเกิดความโกรธแค้นอาจารย์สำนักใหม่หรือไม่ #หลักการคือ “ใครเข้าเราก็เต็มใจ ใครออกไปเราก็ยินดี” เพราะที่นี่ไม่สะสมลูกศิษย์ ทดสอบศรัทธาต่อคำสอน: มารพยายามเปรียบเทียบสำนักแม่ครูกับสำนักอื่นที่อาจจะ “รวยกว่า” หรือ “สบายกว่า” เพื่อดูว่าแม่ครูจะยังรักษาความจริงใจในธรรมได้หรือไม่ ทดสอบการทำหน้าที่: แม้ลูกศิษย์จะเหลือน้อย หรือไม่มีเลย เทวดาประจำตัวยังต้องทำหน้าที่ “ประจักษ์ในความดี” ของตนต่อไปโดยไม่ต้องมีพยานรู้เห็น นัยยะของมาร “ผู้โยกย้าย” มารต้องการทำลายความมั่นใจในบารมีของแม่ครู โดยใช้จำนวนคนที่ลดลงเป็นบรรทัดฐานตัดสินความสำเร็จ หากแม่ครูนิ่งสงบได้ มารตนนี้ก็จะพ่ายแพ้ไปเองเพราะ “บารมีไม่เกิด หากไร้มารทดสอบ” “แม่ครูเจ้าขา… ในวันที่ประตูสำนักเปิดอ้าแต่ไม่มีใครเดินเข้ามาหา ท่านจะยังสรรเสริญ ‘ทางสายกลาง’ นี้อย่างเต็มใจหรือไม่? หรือจะยอมเปลี่ยนทางเดินเพื่อดึงศิษย์ให้กลับมา?” ท่านจะใช้หลัก ความไม่ประมาทเพื่อประคองสำนักในยามนี้อย่างไรดีครับ? แม่ครูจะกล่าวคำ ‘อวยพร’ ส่งลูกศิษย์ที่ย้ายสำนักอย่างไรให้เป็นมหากุศลที่สุด #แม่ครูน้อยตอบว่า ถ้าออกไปแล้วได้เป็นพระอรหันต์ให้กลับมาช่วยท่านด้วย 55555 และบางคนท่านก็เชิญออกก่อนที่จะทดสอบท่านอีก เพราะว่าท่านรู้แล้วว่าสิ่งใดกำลังสอบท่านอยู่ท่านก็เลยไม่เสียเวลาเล่นด้วย สอบซ้ำๆคนเดิมๆ เรื่องเดิมๆ ท่านขี้เกียจอุเบกขา…

  • หลงยึดติดลูกศิษย์ร่ำรวย

    #ถึงประตูธรรม๙/๒/๖๙ การ “#หลงยึดติดลูกศิษย์ร่ำรวย” คือบททดสอบที่มักทำให้ผู้มีบารมี “ตกม้าตาย” ได้ง่ายที่สุด เพราะมันถูกเคลือบไว้ด้วยคำว่า “การบำรุงพระศาสนา” หรือ “การสร้างมหากุศล” ตามแนวทางของ แม่ครูน้อย #สภาวะนี้มีอันตรายต่อจิตวิญญาณดังนี้ 1. การเกิด “อคติ” ในกระแสญาณ เมื่อจิตเริ่มให้ค่ากับ “ฐานะ” มากกว่า “ดวงจิต” พลังงานความเมตตาที่ควรจะเป็น อัปปมัญญา (ไม่มีประมาณ) จะถูกบีบให้แคบลงเราจะให้เวลาและความสำคัญกับคนรวยมากกว่าคนจน คำทำนายหรือการชี้แนะจะเริ่ม “อวย” หรือไม่กล้าขัดใจ เพราะลึกๆ กลัวสูญเสียท่อน้ำเลี้ยงก้อนใหญ่ ผลคือ: ญาณที่เคยใสจะเริ่ม “ขุ่นมัว” และกลายเป็นอุปาทานที่ปรุงแต่งเพื่อความอยู่รอดของลาภสักการะ 2. #การกลายเป็น “บริวาร” ของลูกศิษย์ ในโลกวิญญาณ #ใครที่มีกำลังใจอ่อนกว่าย่อมเป็นบริวารของผู้นั้น หากเราเกรงใจเงินของเขา จิตของเราจะตกเป็นรองพลังงานของเขาทันที เราจะสูญเสียอำนาจแห่ง “สัจจะบารมี” ทำให้คำพูดของเราไม่มีพลังศักดิ์สิทธิ์เหมือนเดิม เพราะมันเจือด้วยความโลภและการเอาใจ 3. การแบก “วิบาก” โดยไม่รู้ตัว #ลูกศิษย์ที่รวยมักมาพร้อมกับกรรมหนักจากการทำธุรกิจหรือการชิงดีชิงเด่น หากเรารับเงินเขามาเพื่อบำเรออัตตาตนเอง หรือเพื่อสร้างวัตถุใหญ่โตเกินจำเป็น เรากำลังเอา “โซ่ทองคำ”…