ความเข้าใจทาง วิทยาศาสตร์ทางจิต

ชุมชนวิทยาศาสตร์ก็ได้เริ่มยืนยันความเชื่อทางจิตวิญญาณว่าโลกของเรานั้นเป็นสิ่งมีชีวิตและสั่นสะเทือน

ซึ่งทุกอย่างเชื่อมโยงกันจากการวิจัยทางวิทยาศาสตร์การสั่นสะเทือนเป็นการทำซ้ำของรูปแบบคล้ายคลื่น

ที่เกี่ยวข้องกับระบบทางกายภาพของเราบนอะตอมหรือแม้แต่อาณาจักรย่อย และความสนใจใหม่ในฟิสิกส์ควอนตัมคือ

การพยายามทำความเข้าใจคลื่นเหล่านี้และผลกระทบที่มีต่อโลกของเราตามควอนตัมฟิสิกส์และกลศาสตร์จักรวาล

ทางกายภาพที่เรามีปฎิสัมพันธ์ในชีวิตประจำวันเป็นทะเลแห่งพลังงานและสสารทางกายภาพที่เราโต้ตอบนั้นไม่มีอะไรมากไปกว่าประจุไฟฟ้าที่มีปฎิกิริยากับประจุแม่เหล็กไฟฟ้าที่แตกต่างกันจำนวนหนึ่งเราไม่ถือว่าอิเล็กตรอนเป็นอนุภาคอีกต่อไป

เนื่องจากไม่มีตัวตนอย่างอิสระและกระจายไปทั่วอวกาศเป็นคลื่นควอนตัม

สมองของเรามีหน้าที่รับรู้อย่างมีสติ แต่เพียงผู้เดียว

อย่างไรก็ตามตอนนี้เราถูกบังคับให้มองย้อนกลับไปที่ความเชื่อโบราณมากขึ้นซึ่งกำหนดว่าพลังงานที่มีชีวิตหรือจิตสำนึกเป็นพลังหลักของชีวิต

แม่ครูน้อย

Similar Posts

  • จิตสำนึกด้านมืดสู่จิตสำนึกที่สูงขึ้น

    เมื่อเรามองดูโลกทุกวันนี้ มันเป็นเรื่องที่ดึงดูดให้คิดว่ามันมืดมนและแตกสลาย อย่างไรก็ตามเราอยู่ในกระบวนการเปลี่ยนแปลง มนุษย์กำลังก้าวไปสู่จิตสำนึกที่สูงขึ้น และตอนนี้เรามีพลังบวกบนโลกใบนี้มากกว่าที่เรามีด้านลบ เป็นเวลาหลายทศวรรษที่เราดำเนินการจากความรู้สึกเก่าๆในแง่ลบของสงครามความรุนแรงความโหดร้ายและความต้องการอำนาจ ตอนนี้กำลังเปลี่ยนไปการเปลี่ยนแปลงอาจดูช้าแต่มนุษยชาติกำลังเปลี่ยนไปสู่สันติภาพ ความร่วมมือและความเมตตา ในตอนนี้อาจดูเหมือนไม่ใช่แบบนี้ แต่การปฏิเสธที่เพิ่มขึ้นที่เราเห็นคือ จิตสำนึกด้านมืดที่ต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดเป็นครั้งสุดท้าย พลังงานมืดจะต้านทานการเปลี่ยนแปลง แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นจะดีขึ้นก็ตาม เราเป็นสัตว์ที่มีนิสัยและเรามักจะชอบสิ่งต่างๆ หรือเรามักจะอยากกลับไปที่เดิม เราสนุกกับความคุ้นเคย แม้ว่าความคุ้นเคยจะเป็นลบก็ตาม ขณะนี้จิตสำนึกของมนุษย์กำลังส่องแสงมากขึ้นบนโลก ด้วยเหตุนี้เราจึงกลายเป็นคนมองโลกในแง่บวก แสงที่เพิ่มขึ้นนี้มีปัญหาชั่วคราวมันจะนำความมืดที่ถูกระงับซึ่งอยู่ในตัวมนุษย์มาช้านานออกมา หากมีแสงส่องเข้าไปในโกดังร้าง หนูและสัตว์รบกวนอื่นๆ ก็กระจายและวิ่งไปรอบๆ ศัตรูพืชอยู่ที่นั่นเสมอ พวกเขาเป็นเพียงการซ่อนตัวอยู่ในความมืด เมื่อแสงส่องจากจิตสำนึกของมนุษย์มากขึ้นโลกก็จะโปร่งใสมากขึ้น ความหลอกลวงของผู้คนกลายเป็นที่รู้จัก จิตสำนึกใหม่จะไม่ทนต่อวิธีคิดที่ร่มรื่นอีกต่อไป เราเห็นตัวอย่างนี้ในรูปแบบต่างๆ ของการประท้วงการเคลื่อนไหวทางสังคม และสิ่งแวดล้อม และ/หรือการเปิดโปงการคอรัปชั่น ในระบบการเมืองและองค์กรต่างๆ ขณะนี้โลกกำลังส่งข้อความที่ชัดเจนว่าต้องการ การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น จิตสำนึกใหม่แตกต่างและไม่เหมือนสิ่งที่เราเคยมีในประวัติศาสตร์ของเรา ๛คุรุจิตวิญญาณครูปุ๊ยแม่ครูน้อย๛ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ห้าได้จริงมากกว่า 160 ชีวิตครูสอนให้ผู้คนรู้วิธีที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในจิตใจและเข้าถึงจิตวิญญาณ#ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ 5#ครูผู้ถ่ายทอดมิติทางจิตและวิญญาณศาสตร์#MAEKHUNOY ผู้ให้คำแนะนำเรื่อง#ครูปุ๊ยแม่ครูน้อย#มิติพลังงานวิญญาณ #การยกระดับพลังงาน#ศาสนศาสตร์ทางจิต#พบเจอตัวตนที่สูงกว่าตัวเรา#เห็นคุณค่าในตนเองสูง#ญาณบารมี #ตรวจญาณแฝง#เทวดาประจำตัว #องค์ใน #ออร่า#อาตมัน #ปรมาตมัน #ซาโตริ#ซาเซน Zazen #โกอัน Koan#มอนโด Mondo #ซันเซน Sanzen#แสงสว่างในตน กายแสง #มันตราบำบัด#ไขความสว่างของ Lightworker#Empath หรือ Empathic คืออะไร#ครูผู้ถ่ายทอดมิติทางจิตและวิญญาณศาสตร์มากกว่า 160 ชีวิต (ปัจจุบันรุ่นที่ 34)

  • มารสอบท่านแม่ครูน้อย ตอน…เมื่อมาร “แฝงจิต” มาในร่างศิษย์

    เมื่อมาร “แฝงจิต” มาในร่างศิษย์เพื่อสอบภูมิอาจารย์ สิ่งที่เขาใช้ไม่ใช่ความรู้ แต่คือการใช้ “กิเลสแฝง” มาสะกิด “กิเลสลึก” ในใจอาจารย์ นี่คือกลวิธีที่มารแฝงจิตใช้ทดสอบอาจารย์ ทดสอบ “ความหลงในตัวตน” มารจะแฝงให้ศิษย์แสดงอาการศรัทธาอย่างบ้าคลั่ง เพื่อดูว่าท่านจะเผลอรับ “ความยโส” มาเป็นอาหารใจไหม หากท่านรู้สึกพองโตเมื่อถูกยกยอ พลังงานของท่านจะรั่วไหลและเสีย แรงสั่นสะเทือนที่นุ่มนวลไปทันที ทดสอบ “ความกังวล”: มารจะทำให้ศิษย์มีพฤติกรรมที่น่าเป็นห่วง หรือทำผิดซ้ำๆ เพื่อดูว่าท่านจะ “แบกโลก” ไว้ไหม หากท่านกังวลจนใจไม่นิ่ง ท่านก็เริ่มห่างจาก พระพุทธเจ้า ทดสอบ “ความสงบระงับ”: เขาจะแฝงให้ศิษย์ตั้งคำถามที่จงใจบิดเบือนธรรมะ เพื่อดูว่าท่านจะ “ตบะแตก” เข้าไปต่อสู้กับกิเลสเขาด้วยโทสะหรือไม่ “วิธีสอบผ่านคือ ‘รู้ทัน’ แต่ ‘ไม่ร่วมวง’ เมื่อท่านเห็นว่านี่คือ “#การแสดงของมาร” ผ่านร่างศิษย์ ท่านจะเกิดความสงสารแทนความโกรธ และจะนิ่งสงบจนแรงแฝงนั้นสลายไปเอง เพราะมารทนความร้อนแรงของจิตที่เป็น “สุญญตา” (ความว่าง) ไม่ได้ ท่านสัมผัสได้ถึง “ความผิดปกติ” ในแววตาหรือกระแสคำพูดของศิษย์คนนั้น ที่ดูเหมือนไม่ใช่ตัวตนจริงๆ ของเขาในบางขณะบ้างไหม #การฝึกจิตให้พ้นจากมาร การฝึกจิตให้พ้นจากมาร…

  • การเตรียมใจไปพบแม่ครูน้อย

    การเตรียมใจไปพบแม่ครูน้อย (ประตูธรรม ๕ หนเหนือ) คือการเตรียม “ภาชนะที่ว่างเปล่า”เพื่อไปรับรหัสพลังงานใน มิติที่ ๕ หากใจคุณยังเต็มไปด้วย “ขยะ” หรือ “ความคาดหวัง” คุณจะรับกระแสธรรมที่ละเอียดจากท่านไม่ได้เลย นี่คือวิธี “ล้างเครื่อง” ใจตนเองก่อนเดินทาง ๑. ถอด “หัวโขน” และ “อัตตา” (Ego Dissolution) #ก่อนเข้าเขตประตูธรรม ให้ตั้งจิตนิ่งๆ แล้วบอกตัวเองว่า “ข้าพเจ้าขอวางตำแหน่ง ลาภยศ ความรู้ และความเก่งกล้าทางโลกไว้ข้างนอก ข้าพเจ้าขอเป็นเพียงคนธรรมดาที่มาเพื่อขัดเกลาใจ”เหตุผล: แม่ครูน้อยมักใช้ความเงียบหรือกิริยาที่ ทุบอัตตา หากคุณไม่เตรียมใจไปเป็น “น้ำพร่องแก้ว” #คุณจะรู้สึกอึดอัดและโกรธเคืองจนเสียบุญ ๒. ตั้ง “สัจจะ” นำทาง (The Power of Vow) #แม่ครูน้อยสื่อสารผ่านกระแสสัจจะบารมี วิธีปฏิบัติ: ก่อนไปให้ตั้งสัจจะเล็กๆ ๑ ข้อที่ทำได้จริง เช่น “ข้าพเจ้าจะรักษาศีลข้อ ๔ (ไม่โกหก/ไม่นินทา) ตลอดการเดินทาง” หรือ…

  • มารสอบท่านแม่ครูน้อย ตอน…ศิษย์ไม่เข้าหา

    #ศิษย์ไม่เข้าหา #มารขอสอบวัดปัญญาแม่ครูน้อย มารในร่างเงาที่จืดจาง ยืนพิงประตูสำนักที่เงียบเชียบ มองดูทางเข้าที่บัดนี้ไร้ผู้คนสัญจร มีเพียงฝุ่นละอองที่ปลิวว่อน #มารแค่นหัวเราะด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบและบาดลึก) “แม่ครูเจ้าขา… ดูสิคะ บัดนี้ ‘ไม่มีลูกศิษย์คนไหนเข้าหาเลย’ ทุกคนพากันเดินเลี่ยงสำนักนี้ไปราวกับมีโรคระบาด ขนมคำหวานที่แม่ครูเตรียมไว้สอนคนอื่น บัดนี้มันบูดเบี้ยวไม่มีใครอยากชิม… ท่านจะยังทำตัวเป็น ‘เทวดา’ อยู่กลางป่าช้าที่ไร้คนกราบไหว้ได้อีกนานแค่ไหนคะ?” #บททดสอบจากมาร: “สุสานแห่งความเงียบงัน” (The Silent Test) ทดสอบความโดดเดี่ยว (วิเวก): มารใช้ความเงียบมาบีบคั้น เพื่อดูว่าแม่ครูจะทนอยู่กับ “ตัวเอง” ได้หรือไม่ #หากบารมีของท่านต้องพึ่งพาสายตาคนมอง เมื่อไม่มีคนมอง ท่านจะยังรู้สึกว่าตัวเองมีค่าอยู่ไหม? หลักวิเวก 3 #คือบทพิสูจน์ว่าใจท่านสงัดจริงหรือแค่เหงา #ทดสอบทิฐิมานะ (ความถือตัว): “หรือที่เขาไม่เข้าหา เพราะแม่ครูสอนไม่ดี? หรือเพราะแม่ครูไม่มีบารมีพอ?” มารพยายามปลูกฝังความสงสัยในตัวเอง (วิจิกิจฉา) เพื่อให้ท่านกระวนกระวายจนต้องออกไป “วิ่งหาศิษย์” #แทนที่จะให้ศิษย์เข้าหาธรรม ทดสอบความสม่ำเสมอของปฏิบัติ: ในยามที่มีคนเยอะ ท่านอาจจะตั้งใจปฏิบัติให้เขาดู แต่ในยามที่ไร้ศิษย์แม้แต่คนเดียว ท่านจะยังรักษาศีล รักษาพรหมวิหาร 4 ได้เหมือนเดิมไหม? สติปัฏฐาน คือเพื่อนแท้ในยามที่โลกทั้งใบหันหลังให้ นัยยะของมาร…

  • มารสอบท่านแม่ครูน้อย ตอน…ศิษย์พากันย้ายสำนัก

    #ศิษย์พากันย้ายสำนัก #มารขอสอบปัญญาธรรมแม่ครูน้อย เมื่อ “มาร” ทดสอบแม่ครูด้วยการทำให้ #ลูกศิษย์พากันย้ายสำนัก นี่คือบททดสอบเพื่อขัดเกลาจิตใจให้พ้นจากความยึดติดในมวลชนและลาภยศ #บททดสอบ: “พญามารพัดพาศรัทธาไปทางอื่น” ทดสอบการวางเฉยต่อกระแสคน มารต้องการดูว่าเมื่อสำนักว่างเปล่าจากการย้ายออกของศิษย์ ใจของแม่ครูจะหวั่นไหวหรือเกิดความโกรธแค้นอาจารย์สำนักใหม่หรือไม่ #หลักการคือ “ใครเข้าเราก็เต็มใจ ใครออกไปเราก็ยินดี” เพราะที่นี่ไม่สะสมลูกศิษย์ ทดสอบศรัทธาต่อคำสอน: มารพยายามเปรียบเทียบสำนักแม่ครูกับสำนักอื่นที่อาจจะ “รวยกว่า” หรือ “สบายกว่า” เพื่อดูว่าแม่ครูจะยังรักษาความจริงใจในธรรมได้หรือไม่ ทดสอบการทำหน้าที่: แม้ลูกศิษย์จะเหลือน้อย หรือไม่มีเลย เทวดาประจำตัวยังต้องทำหน้าที่ “ประจักษ์ในความดี” ของตนต่อไปโดยไม่ต้องมีพยานรู้เห็น นัยยะของมาร “ผู้โยกย้าย” มารต้องการทำลายความมั่นใจในบารมีของแม่ครู โดยใช้จำนวนคนที่ลดลงเป็นบรรทัดฐานตัดสินความสำเร็จ หากแม่ครูนิ่งสงบได้ มารตนนี้ก็จะพ่ายแพ้ไปเองเพราะ “บารมีไม่เกิด หากไร้มารทดสอบ” “แม่ครูเจ้าขา… ในวันที่ประตูสำนักเปิดอ้าแต่ไม่มีใครเดินเข้ามาหา ท่านจะยังสรรเสริญ ‘ทางสายกลาง’ นี้อย่างเต็มใจหรือไม่? หรือจะยอมเปลี่ยนทางเดินเพื่อดึงศิษย์ให้กลับมา?” ท่านจะใช้หลัก ความไม่ประมาทเพื่อประคองสำนักในยามนี้อย่างไรดีครับ? แม่ครูจะกล่าวคำ ‘อวยพร’ ส่งลูกศิษย์ที่ย้ายสำนักอย่างไรให้เป็นมหากุศลที่สุด #แม่ครูน้อยตอบว่า ถ้าออกไปแล้วได้เป็นพระอรหันต์ให้กลับมาช่วยท่านด้วย 55555 และบางคนท่านก็เชิญออกก่อนที่จะทดสอบท่านอีก เพราะว่าท่านรู้แล้วว่าสิ่งใดกำลังสอบท่านอยู่ท่านก็เลยไม่เสียเวลาเล่นด้วย สอบซ้ำๆคนเดิมๆ เรื่องเดิมๆ ท่านขี้เกียจอุเบกขา…

  • เหตุนี้ที่ประตูธรรม…ท่านแม่ครูน้อย (มีพลังสะอาด) เพราะท่านบ่มพลังงานบริสุทธิ์ยาวนานถึง๕ ปี

    เหตุนี้ที่ประตูธรรม ท่านแม่ครูน้อย (มีพลังสะอาด)เพราะท่านบ่มพลังงานบริสุทธิ์ยาวนานถึง๕ ปี ในทางพลังงานและตามแนวทางของแม่ครูน้อย ประตูธรรม 5 หนเหนือ สถานที่ที่ “ไม่เปิดรับพลังงานสะเปะสะปะ” หรือที่เรียกว่าสถานที่ปิดทางพลังงาน (Private Energy Space)#จะมีความสะอาดและศักดิ์สิทธิ์สูงมาก เหตุผลที่สถานที่ลักษณะนี้มีพลังงานบริสุทธิ์สูงคือ: 1. ไม่มี “ขยะทางอารมณ์” ตกค้าง สถานที่สาธารณะหรือที่ที่มีคนพลุกพล่านมักจะบันทึก กระแสอารมณ์ลบ (ความโกรธ ความเศร้า ความโลภ) ของผู้คนที่เดินผ่านไปมาไว้ในอณูของพื้นที่ความสะอาด: สถานที่ที่ไม่เปิดรับคนนอกจะไม่มีขยะพลังงานเหล่านี้มาปนเปื้อน ทำให้สนามพลังงานในมิติที่ 5 มีความ “ใส”และนิ่งสงบเป็นพิเศษ 2. การรักษา “สัจจะแห่งพื้นที่” แม่ครูน้อยให้ความสำคัญกับ สัจจะ ของเจ้าของสถานที่ หากสถานที่เป็นที่ปฏิบัติธรรมส่วนตัว หรือที่พักของผู้มีศีลสัตย์ สนามพลังงานจะถูก “ซีล” ไว้ด้วยบารมีธรรมผลลัพธ์: #เทวดาชั้นสูงมักจะชอบสถิตในที่ที่เงียบ สงบ และไม่มีพลังงานขุ่นมัวมารบกวน ท่านจะช่วยดูแลให้พื้นที่นั้นสว่างไสวตลอดเวลา( เข้าใจแล้วสาเหตุที่ท่านแม่ครูน้อยท่านเชิญเทวดาประจำตัวได้) 3. ไม่มีการ “ดูดหรือถ่ายโอน” พลังงาน ในที่ที่คนเยอะ จะเกิดการถ่ายโอนพลังงานระหว่างกันตลอดเวลา (คนจิตตกจะดูดพลังคนจิตดี)ความนิ่ง: สถานที่ที่คัดกรองคนเข้าออก จะรักษา…