กู้กลับแล้วหนาบารมีเก่า

#ขอแว็บขึ้นดอย#ไปหาเด็กน้อยผู้อารีเราไม่ควรปร

#กู้กลับแล้วหนาบารมีเก่า#พบแล้วเทวดาประจำตัวการฝึกฝนในห้องเรียนไม่สนภาวะเปลือกนอก(ความแปดเปื้อน) ของจิตเช่นความโกรธความโลภ หรือรัก ความชอบหรือความไม่ชอบ??แต่จะชี้ตรงไปยังจิตส่วนลึกที่สุดเมื่อตัวรู้(จิต)กับสิ่งที่ถูกรู้(วัตถุ) กลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันหรือเมื่อจิตกลายเป็นความตระหนักรู้บริสุทธิ์ในความตระหนักรู้อันนี้จะไม่มีภาวะแปลกปลอมจะไม่มีกระบวนการสร้างความคิดและไม่มีมโนทัศน์ด้านคู่ใดๆเกิดขึ้น??จิตในระดับลึกที่สุดนี้ถ้าได้รับการฝึกฝนต่อให้จนถึงที่สุดก็จะนำไปสู่อิสรภาพการฝึก จิตส่วนลึกก็คือการกำจัดอุปาทานทั้งหลายแม้ในระดับละเอียดอ่อนให้สิ้นไปเมื่อนั้นจิตย่อมเข้าถึงแก่นแท้ของพุทธะ?โลกไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากจิตของตนเอง

Similar Posts

  • กฎ 10 ประการของชีวิต

    กฎ 10 ประการของชีวิต #ในการตามหาจิตวิญญาณ1.ค้นหาจิตของพระพุทธเจ้าในตน2. บ่มเพาะความเมตตา 3.หยุดแสวงหาการอนุมัติจากผู้อื่น 4.เปิดใจรับความลึกลับของชีวิต 5.เปลี่ยนความทุกข์ของคุณ 6.ระวังร่างกายของคุณ 7.รักษาเสถียรภาพการเพาะปลูกของคุณ 8กำจัดความโกรธ 9.ฝึกสมาธิ 10.ความเชื่อมั่น “#หากคุณต้องการที่จะสัมผัสความสงบจงให้ความสงบสุขแก่ผู้อื่น” “

  • สุขลักษณะทางจิตวิญญาณ#จิตใต้สำนึก

    #สุขลักษณะทางจิตวิญญาณ#จิตใต้สำนึก ของคุณเป็นแหล่งสะสมวาสนาสัญญาเดิมที่คุณมีบุญตามวาสนาเก่าและรวมถึงการสะสมวิธีการคิดและวาสนาใหม่ปัจจุบันที่คุณไม่มีโอกาสได้เข้าใจวิธีการทำงานของจิตใต้สำนึกนี้ จิตใต้สำนึกเป็นตัวบงการชั้นสุดท้ายของจิตที่จะบ่งบอกพฤติกรรมนิสัยของดวงวิญญาณที่จะบรรลุธรรม #ลึกที่สุดในชั้นของจิตใต้สำนึกต้องถูกปรากฏผ่านออกมา ให้จิตสำนึกปัจจุบันของเรารับรู้ถึงนิสัยที่นอนเนืองให้ได้มากที่สุดโดยวิธีการฝึกฝนจิต การปฎิบัติธรรมและการเข้าคอร์สจิตวิญญาณอื่นๆ #มีกฎการใช้พลังจิตใต้สำนึกตัวอย่างหลายรายการดังนี้ 1. ต้องรู้จัก การทำงานของมัน2. คัดกรองบุคคลที่คุณจะอนุญาตให้เข้าพื้นที่ชีวิต3. ใช้เวลาในการคบหาผู้คน4. จิตสำนึก ที่ยังไม่ผ่านการฝึกฝนดวงวิญญาณจะไม่สามารถต้านทานพลังงานจิตใต้สำนึกเชิงลบได้ บุคคลเหล่านั้นจะปรากฏนิสัยการทำร้ายจิตใจการกระทำเรื่องเดิมๆซ้ำๆที่เป็นสันดานที่หนาแน่น5. อริยะครูบาอาจารย์ทั้งหลายใช้จิตใต้สำนึกที่เป็นคลังมหาปัญญาเป็นส่วนใหญ่จากการฝึกฝนรูปภายในและเรียนรู้จิตสำนึกปัจจุบันให้ควบคู่กับแหล่งปัญญามหาปัญญา6. จิตใต้สำนึกของคุณเป็นเช่นไรปัจจุบันนี้คือสิ่งที่คุณเป็นอยู่7. จิตใต้สำนึกเมื่อสะสมเรื่องราวที่ดีกว่าและเรื่องที่เป็นอกุศลกว่าจะสร้างพลังจิตใต้สำนึกและช่วยให้ดีดดวงวิญญาณดวงนี้สู่การเปลี่ยนภพ หรือเรียกว่าย้ายจากสิ่งหนึ่งไปเป็นอีกสิ่งหนึ่ง8. จิตใต้สำนึกไม่มีสมองของตัวเองเก็บสะสมทุกเรื่อง9. วิธีป้องกันขยะทางจิตเริ่มต้นจากการใช้เกราะป้องกันและวิจารณญาณตั้งแต่จุดเริ่มต้นรับข้อมูลจากตาที่สาม10. จิตใต้สำนึกเป็นนามเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้แต่ปรากฏเป็นพฤติกรรมนิสัยของบุคคลนั้นนั้น11. คำว่าอย่าไว้ใจตนเองให้มากนั่นก็คืออย่าไว้ใจในจิตใต้สำนึกของตนเอง12. จิตสำนึกดวงวิญญาณที่ผ่านการฝึกฝนแล้วจะเผาขยะทางจิตใต้สำนึกให้หมดสิ้นไปและสามารถดับสัญญาในจิตใต้สำนึกนี่ได้นั่นคือขั้นตอนสุดท้ายของการสิ้นสุดการเป็นดวงวิญญาณ13.เรื่องที่คุณพูดคุย (ถ้าอยากมีปัญญา)ก็ต้องพูดคุยเรื่องการพัฒนาตนเองอยากบรรลุหลุดพ้น ต้องพูดคุยเรื่องแนวทางการปฏิบัติดวงวิญญาณ #จิตใต้สำนึกสำคัญขนาดนี้คุณควรดูแลสุขลักษณะทางจิตวิญญาณของคุณให้ดี จิตดี = จิตสำนึกดีทำดี= จิตใต้สำนึกดีรู้ผิดชอบชั่วดี= จิตสำนึกดีดีประพฤติไม่ดีฉ้อโกงลักทรัพย์ หลอกลวง= จิตสำนึกไม่ดี , จิตใต้สำนึกไม่ดี  อวดดื้อถือดีหยิ่งยโสโอหัง= จิตสำนึกไม่ดี ,จิตใต้สำนึกไม่ดี คิดไม่ดีต่อพ่อแม่ครูบาอาจารย์= จิตสำนึกไม่ดีจิต, จิตใต้สำนึกไม่ดี ไม่มีความอดทนต่อสิ่งใดเรียนอะไรก็ไม่บรรลุผล= จิตสำนึกไม่ดี ไม่สามารถต้านทานพลังลบจากจิตใต้สำนึกได้ อตัญญู = จิตใต้สำนึกไม่ดี ,จิตสำนึกไม่ดี #ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ผู้รู้สามารถแก้ไขและเปลี่ยนแปลงได้

  • สภาวะ “ใจสว่าง” คือกุญแจสำคัญที่สุดในการก้าวเข้าสู่ ภพที่สูง และยุคศรีวิไล

    #ธรรมจากประตู๗/๑/๖๙#บันทึกโดยแม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว สภาวะ “ใจสว่าง” คือกุญแจสำคัญที่สุดในการก้าวเข้าสู่ ภพที่สูง และยุคศรีวิไล เมื่อใจสว่าง สนามพลังงานของเราจะเปลี่ยนจากแรงต้านกลาย #เป็นแรงดึงดูดสิ่งดีๆ ทันที นี่คือความหมายและวิธีรักษา ความสว่างของใจในยุคนี้ 1. ใจสว่าง คือใจที่ “#ไร้ขยะพลังงาน” ใจที่สว่างไม่ใช่ใจที่พยายามคิดบวก แต่คือใจที่ผ่านการ Detox จิต ล้างเอา Toxic คลื่น เช่น ความขี้น้อยใจ ความโกรธแค้น หรือการเพ่งโทษผู้อื่นออกไป เมื่อขยะใน บันทึกจิต หมดไป แสงสว่างจากดวงธรรมภายในจะปรากฏขึ้นเองโดยธรรมชาติ 2. อานิสงส์ของใจสว่างเงินวิ่งหา: เมื่อใจสว่าง คลื่นความถี่ของเราจะตรงกับ กระแสจิตพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นกระแสแห่งความมั่งคั่งและเมตตาอารี ท่อพลังงาน บุญกับเงิน จะเปิดกว้าง ทำให้ชีวิตมีความคล่องตัวอย่างอัศจรรย์ #ญาณหยั่งรู้เปิด: สภาวะ ญาณบอด จะหายไป เราจะมีความคิดที่เฉียบแหลม เห็นช่องทางรอดและโอกาสในวิกฤต เพราะเทวดาประจำตัวสามารถสื่อสารสัญญาณเตือนหรือไอเดียดีๆ ให้เราได้ชัดเจน คลื่นดึงดูด: ใจที่สว่างจะเป็นแม่เหล็กดึงดูด กระแสบุญสัมพันธ์ นำพาคนดีๆ และเหตุการณ์ที่เป็นมงคลเข้ามาในชีวิต 3….

  • จงทำหน้าที่ของตนให้ดี

    จงทำหน้าที่ของตนให้ดีให้สมกับ ชีวิตนี้ (เขาเลือกคุณ)จิตที่พัฒนาดีแล้ว จะเดินหน้าต่อไป (สู่เส้นชัยและทางของมัน)

  • คุณพบความสุขหลังโศกนาฏกรรมได้อย่างไร?

    #คุณพบความสุขหลังโศกนาฏกรรมได้อย่างไร? นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าความสุขเป็นทักษะทางอารมณ์ที่คนเราเรียนรู้ได้และจะพัฒนาให้ดีขึ้นได้ #มันทำให้สมองของคุณทำงานเสมือนว่าคุณกำลังฝึกจิตใจในช่วงเวลานั้น และการฝึกอบรมอาจต้องการความสม่ำเสมอ แต่ก็ไม่ต่างจากการฝึกทางกายภาพที่ฝังแน่นในชีวิตของเรา #ที่น่าสนใจคือนักวิทยาศาสตร์ได้ข้อสรุปว่าประมาณ40% ของศักยภาพความสุขของเราเป็นสิ่งที่เราสามารถทำได้  50 % เป็นพันธุกรรม และมีเพียง 10% เท่านั้นที่เป็นสถานการณ์ ในบางครั้ง เหตุการณ์ที่โชคร้ายจะเข้ามาหาคุณ และคุณไม่สามารถทำอะไรกับมันได้อย่างไรก็ตาม วิธีที่คุณตอบสนองต่อเหตุการณ์เหล่านั้นขึ้นอยู่กับคุณทั้งหมด เพียงจำสุภาษิต: “เมื่อชีวิตให้มะนาวแก่คุณ จงทำน้ำมะนาว” 

  • นั่งสมาธิ 10 นาทีที่ถูกต้อง

    การเปิดกายทิพย์ เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยทำให้เรา #เข้าใจต่อ การฝึกฝนของความก้าวหน้าของดวงวิญญาณ  นั่งสมาธิ 10 นาทีที่ถูกต้องช่วยทำให้ชีวิตท่านเปลี่ยนแปลง ในแต่ละวันนอกจากเราจะฝึกสงบจิตคลื่นสมองยังเป็นสิ่งสำคัญ #บุคคลหนึ่งคนจะถูกพัฒนา IQ (Intelligence Quotient)ความฉลาดทางสติปัญญา เป็นความสามารถในการคิด วิเคราะห์ การคำนวณ และการใช้เหตุผล EQ(Emotional Quotient) ความฉลาดทางอารมณ์ เป็นความสามารถในการรับรู้ เข้าใจอารมณ์ตนเองและผู้อื่น สามารถควบคุม อารมณ์และยับยั้งชั่งใจตนเองและแสดงออกอย่างเหมาะสม รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา รู้จักรอคอย รู้จักกฎเกณฑ์ระเบียบวินัย มีจิตใจร่าเริงแจ่มใส และ มองโลกในแง่ดี การเจริญพรหมวิหาร 4 (เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา) จะช่วยเสริม EQ ได้ CQ (Creativity Quotient) ความฉลาดในการริเริ่มสร้างสรรค์ มีความคิด จินตนาการหรือแนวคิดใหม่ๆ ในรูปแบบต่างๆ เช่น การ เล่น งานศิลปะ และการประดิษฐ์สิ่งของ นักวิจัยพบว่าการเล่นและทำกิจกรรมที่ส่งเสริมจินตนาการเช่น การเล่นศิลปะ การหยิบจับของใกล้ตัวมาเป็น ของเล่น การเล่านิทาน เป็นต้น…