การปฏิบัตินี้คือ

การปฏิบัตินี้คือ การมาสร้างความรู้อันหนึ่งให้มีกำลังมากกว่าความรู้ที่มีอยู่แล้ว คือ ทำปัญญาให้เกิดขึ้นที่จิต ทำญาณให้เกิดขึ้นที่จิต #จนมีความสามารถที่จะหยั่งรู้กิริยาจิต#ภาษาจิต รู้อุบายของกิเลสทั้งหลายทั้งปวง ที่เกิดขึ้นมาในจิตนั้นพระโพธิญาณเถร (ชา สุภทฺโท)

Similar Posts

  • จูนติดกับกระแสของเทวดาดึงดูดสิ่งดีงาม

    ตามแนวทางของแม่ครูน้อย ประตูธรรม ๕ หนเหนือ การที่ “#เทวดาดึงดูดสิ่งดีงาม” เข้ามาในชีวิต ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลจากการที่สนามพลังงานในตัวเรามีความถี่ที่ “จูน” #ติดกับกระแสของเทวดา โดยมีหลักการสำคัญดังนี้1. กฎแห่งพลังงานสะท้อน (Law of Resonance)เทวดาเป็นพลังงานความถี่สูง (มิติที่ 5) ท่านจะสามารถดึงดูดโชคลาภ กัลยาณมิตร และโอกาสดี ๆ มาให้เราได้ก็ต่อเมื่อ ใจของคุณเบาสบาย และเป็นกุศล หากใจคุณบันทึกแต่ความโกรธหรือการนินทา จะเกิด “#พลังงานยัน” ที่ทำให้เทวดาเข้าใกล้เพื่อประทานพรไม่ได้ 2. #พลังความกตัญญูคือแม่เหล็ก ความกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และเทวดาประจำตัว เป็นพลังงานที่ “#หอมหวาน” ที่สุดในโลกทิพย์ เมื่อเรามีจิตกตัญญู สนามพลังงานรอบตัวจะสว่างไสวเป็นพิเศษ ซึ่งพลังงานนี้จะทำหน้าที่เป็น แม่เหล็กดึงดูดสิ่งดีงาม และความเจริญรุ่งเรืองเข้ามาหาคุณอย่างรวดเร็ว 3. สัจจะคือสายใยดึงดูดหากเรามี สัจจะบารมี (พูดคำไหนทำคำนั้น) เทวดาประจำตัวจะมีกำลังในการช่วยเราอย่างมหาศาล สัจจะเป็นแรงขับเคลื่อนทางพลังงานที่ทำให้คำอธิษฐานของเราส่งผลจริง และทำให้เทวดาสามารถ “ดึง” สิ่งที่เราปรารถนามาให้ตามวาระธรรม 4. การปิดรอยรั่วเพื่อให้พลังงานคงอยู่สิ่งดีงามที่เทวดาดึงเข้ามาจะอยู่กับเราได้นานหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าเรามี พลังงานรั่ว…

  • พลังใจทํางานได้

    #พลังใจทํางานได้แต่ก็ต้องมีความเชื่อด้วยเหมือนที่เธอมีความเชื่อ #จิตใจทํางานถ้าคุณรู้วิธีควบคุมมัน จิตใจเป็นสิ่งที่แปลกมากเมื่อมันใช่ มันก็ใช่แม้ว่าทั้งโลกจะคิดเป็นอย่างอื่นและเมื่อมันผิดพลาดไม่ใช่พลังทั้งหมดของความคิดเห็น #โลกที่อยู่เบื้องหลังมันจะทําให้จิตคุณถูกต้อง ถ้าคุณอยากเห็นว่าจิตใจทํางานอย่างไร คุณต้องนํามันมา #ภายใต้การควบคุมและฝึกหัดโดยคุณ #ถ้าไม่มีจิตใจที่คุณควบคุมได้คุณก็ไม่สามารถตระหนักถึงสิ่งที่ครูกําลังบอกคุณได้ สิ่งนี้ต้องมีการพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไป พลังใจไม่ใช่เรื่องง่าย มันได้ผลอย่างละเอียดมาก การเข้าใจความละเอียดอ่อนของมันคือการรู้พลังของมัน จิตใจทํางานในทุก ๆ เรื่อง#ถ้าคุณรู้ความลับของการทํางานของจิตใจคุณจะพบว่าสิ่งนี้เป็นจริง #เทวดาประจำตัว

  • สภาวะที่ “#ครูสอนเราทั้งที่ไม่รู้จักกัน”

    สภาวะที่ “#ครูสอนเราทั้งที่ไม่รู้จักกัน” (ไม่เคยเห็นหน้าหรือไม่เคยคุยกันเป็นการส่วนตัว) ถือเป็นปรากฏการณ์ทางพลังงานในมิติที่สูง ที่มีความหมายลึกซึ้งดังนี้ #การสื่อสารผ่านคลื่นพลังงาน (Soul Connection): ในระดับจิตวิญญาณ พลังงานไม่มีพรมแดน ครูบาอาจารย์ที่มีญาณบารมีสูงจะส่งกระแสธรรมผ่าน “คลื่นความถี่” เมื่อเราเปิดฟังหรืออ่านคำสอน แล้วรู้สึกว่า “ตรงกับชีวิตพอดี” นั่นคือการที่ เทวดาประจำตัว ของเรา พยายามจูนจิตของเราให้มาพบกับคลื่นพลังงานที่สามารถแก้ปมในใจคุณได้ ธรรมะจัดสรร (กระแสไหล): การที่ครูสอนเหมือนรู้เรื่องของเราทั้งที่ไม่รู้จักกัน เป็นเครื่องยืนยันว่าเรากำลังอยู่ในกระแส “พลังงานไหล” คือวาระบุญของเราเปิดออก ทำให้เราได้รับคำชี้แนะที่ถูกต้องในเวลาที่เหมาะสม เพื่อช่วยปิด รอยรั่วทางบุญ หรือเตือนสติเรื่องการ ผิดสัจจะ #มารทดสอบ (ความสงสัย) บ่อยครั้งที่จิตจะเกิดความสงสัย (วิจิกิจฉา) ว่า “ครูรู้ได้อย่างไร?” หรือ “#ครูพูดกระทบเราหรือเปล่า?” ความสงสัยนี้คือ มารทดสอบ ที่จะทำให้เกิด พลังงานยัน หากเรามัวแต่หาคำตอบทางสมอง เราจะพลาดโอกาสในการ บันทึกจิตใหม่ เพื่อยกระดับชีวิต การรับ “#ทรัพย์ทางพลังงาน” การสอนโดยไม่รู้จักตัวตนกัน เป็นการสอนที่บริสุทธิ์ที่สุด เพราะครูไม่ได้สอนตามกิเลสหรือความรักความชังส่วนตัว แต่สอนตามกระแสธรรมที่หลั่งไหลออกมา หน้าที่ของเราคือรักษา ใจให้เบา สบายเพื่อเป็นภาชนะรับบารมีนั้น…

  • พลังงานเป็นไปตามความเชื่อที่แท้จริง

    #พลังงานเป็นไปตามความเชื่อที่แท้จริงสิ่งสำคัญคือพลังงานนั้น #การไหลของจิตสำนึก(วิญญาณ)เป็นไปตามความเชื่อที่แท้จริงถ้าคุณคาดหวังปาฏิหาริย์และเวทมนตร์#นั่นคือสิ่งที่คุณจะได้รับ อย่างไรก็ตาม นั่นไม่สามารถออกมาจากใจได้ คุณไม่สามารถวางความเชื่อเหมือนหมวกและเสื้อโค้ทได้ #ความเชื่อที่แท้จริงเติบโตขึ้นเพราะคุณพยายามรับรู้ถึงกระแสที่อยู่เบื้องหลังที่แท้จริง และค่อยๆ ยอมจำนนต่อสิ่งนั้น ดังนั้นจงคาดหวังการเปลี่ยนแปลงเพราะทุกสิ่งกำลังเปลี่ยนแปลงแม้ว่าคนส่วนใหญ่จะต่อต้านก็ตาม คาดหวังการเปลี่ยนแปลงไปสู่วิถีชีวิตที่เป็นบวกและกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น เพราะเมื่อคุณปล่อยวางเงื่อนไข #ความสั่นสะเทือนของจิตวิญญาณจะทะลุทะลวงและเชื่อมโยงกับกระแสที่อยู่เบื้องล่าง ดังนั้นเราจึงชื่นชมชีวิตในแบบที่อุดมสมบูรณ์และสนุกสนานมากขึ้น

  • หลังแคมป์ปิดมีใครสักคนหนึ่ง #ดีใจที่มีเรา

    หลังแคมป์ปิดมีใครสักคนหนึ่ง #ดีใจที่มีเรากำลังใจไร้เดียงสาขั้นสุด#หมาน้อยปิงปิง

  • เทคนิคการวางจิตเพื่อรักษาบารมีไม่ให้รั่วไหล

    #เมื่อเราเผชิญกับบททดสอบจากมาร (อุปสรรค, คนนินทา, หรือเหตุการณ์ขัดใจ) ให้ใช้เทคนิคการวางจิตเพื่อรักษาบารมีไม่ให้รั่วไหล ดังนี้ หยุดนิ่งและรู้เท่าทัน (Stop & Recognize) วินาทีที่เกิดอาการหงุดหงิดหรือโกรธ ให้รีบบอกตัวเองในใจทันทีว่า “นี่คือมารสอบบารมี” การรู้เท่าทันจะช่วยแยกจิตของเราออกมาจากอารมณ์ลบ ไม่ให้ถลำลึกลงไปสร้างกรรมใหม่ ใช้สภาวะ “ใจเบา ใจสบาย” เป็นเกราะ อย่าเข้าไปตอแยหรือหาเหตุผลกับสิ่งที่มากระทบ ให้ดึงจิตกลับมาที่ฐานของความ “เบา สบาย และเป็นกลาง” หากเรานิ่งได้ มารจะไม่มีพลังงาน (อาหาร) มาหล่อเลี้ยง และบททดสอบนั้นจะสลายตัวไปเอง พลิกจิตด้วย “พลังความกตัญญู” หากใจเริ่มสั่นคลอน ให้รีบนึกถึงพระคุณของพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ หรือเทวดาประจำตัวทันที คลื่นความถี่สูงจากความกตัญญูจะช่วยยกจิตของเราออกจากมิติต่ำ กลับเข้าสู่ มิติที่ 5 ซึ่งเป็นเขตที่มารเข้าไม่ถึง อุดรอยรั่วด้วยการ “ไม่เพ่งโทษ”เทคนิคสำคัญคือ “หันกลับมาดูใจตนเอง ไม่ไปจับผิดคนอื่น” การนินทาตอบโต้คือการเปิด รอยรั่วทางบุญ ให้กว้างขึ้น ให้วางจิตไว้ที่ความสงบและอโหสิกรรม #เพื่อรักษาความใสสะอาดของสนามพลังงานบุญไว้ รักษาสัจจะบารมีหากมารมาในรูปแบบความขี้เกียจหรือข้ออ้างที่จะไม่ทำความดี ให้ใช้ สัจจะ เป็นตัวตั้ง ยิ่งมารขวาง #ยิ่งต้องทำตามสัจจะที่ให้ไว้…